เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • “โต้ง”โพสต์เฟสบุ๊คโต้”หม่อมอุ๋ย”

    “โต้ง”โพสต์เฟสบุ๊คโต้”หม่อมอุ๋ย”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้โพสต์เฟสบุ๊คชื่อ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” ตอบโต้ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ได้ทำจดหมายเปิดผนึก ถึงนายกรัฐมนตรี โดยระบุให้ลาออกจากรักษาการนายกฯว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นการละเลยการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่คำนึงว่าการดำรงอยู่ของรัฐบาล และนายกฯ ที่เป็นหลักประกันของการคงอยู่ซึ่งวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโลกว่าประเทศไทยมีระบอบการเมืองการปกครองที่เข้มแข็ง พลเมืองมีความเท่าเทียมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีความอดทนพร้อมที่จะพัฒนาการเมือง การปกครองให้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเห็นว่า หลักคิดและการอธิบายความในปัญหาต่างๆ ที่สังคมทั่วไปในจดหมายเปิดผนึกเป็นข้อมูลที่รับรู้และรับทราบโดยทั่วไป ทั้งในเวทีระบบรัฐสภา ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาล และมีการชี้แจงเสร็จสิ้นแล้วและเป็นข้อมูลที่มีการพูดจากัน ทั้งก่อนและหลังที่รัฐบาลได้ยุบสภา อีกทั้งเมื่อมีการชุมนุมของประชาชน ประชาชนก็ได้นำข้อมูลที่ ม.ร.ว.ปรีดียาธร ได้นำมาเผยแพร่ เวทีผู้ชุมนุมโดยกล่าวหาเป็นรายวัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง และวันนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็กลับนำข้อมูลเดิมตามที่กล่าวมา มานำเสนอซ้ำอีก ในลักษณะแผ่นเสียงตกร่อง ทั้งสิ่งที่นำเสนอนั้น ไม่ใช่ข้อคิด ความเห็น หรือข้อมูลใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และต่อสถานะของรัฐบาลในปัจจุบัน ขณะเดียวกันในกรณีโครงการรับจำนำข้าวนั้นดำเนินการตั้งแต่เดือนต.ค. 54 ต่อเนื่องมา 4 ฤดูการผลิต สามารถจ่ายเงินค่ารับจำนำแก่ชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นจำนวนเงินกว่า 6 แสนล้านบาท จนมาถึงฤดูกาลนาปี 56/57 ที่รับจำนำมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56 ในช่วงต้นฤดูกาลและได้จ่ายเงินค่ารับจำนำไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยไม่ได้ล่าช้า แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดจากฝ่ายค้านทำให้การอนุมัติใช้งบประมาณประจำปีล่าช้า ส่วนประเด็นที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรฯ ยกเรื่องคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว มากล่าวหา นั้นไม่เป็นธรรม ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รวมทั้งกลุ่มผู้โจมตีโครงการนี้มิได้พูดถึงเลยคือมูลค่าของข้าวที่อยู่ในสต๊อก ซึ่งมีมูลค่าอยู่ในตัวเอง รวมทั้งส่วนต่างที่ขาดหายไปนั้นแท้จริงแล้วอยู่ในมือชาวนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โต้ง”โพสต์เฟสบุ๊คโต้”หม่อมอุ๋ย”

  • ชาวนาขู่ปาไข่ใส่บ้านนายกฯปู

    ชาวนาขู่ปาไข่ใส่บ้านนายกฯปู

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนจากกรมต่างๆ ได้เจรจากับแกนนำนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย และเปิดประตูกระทรวงเพื่อให้ผู้ชุมนุมเข้ามาพักผ่านภายในรั้วบริเวณสนามหญ้าด้านหน้ากระทรวง จากนั้นแกนและผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าว ร่วมประชุมกันนานประมาณ 2 ชั่วโมง  นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าในการหารือวันที่ 6 ก.พ. มีเพียงข้าราชการประจำ ซึ่งเข้าใจดีว่าไม่สามารถตัดสินใจดำเนินการใดๆได้ จึงตัดสินใจที่จะชุมนุมที่กระทรวงพาณิชย์ต่อไปอีกระยะ เบื้องต้นกำหนดไว้ 3 วันเพื่อให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการข้าว (กขช.) ออกมาให้คำตอบว่าจะสามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้เมื่อใด หากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน จะเคลื่อนการชุมนุมไปที่บ้านนายกรัฐมนตรีเพื่อกดดัน โดยมีอาวุธที่เตรียมมาคือไข่ไก่ และแสดงสัญลักษณ์ ให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาของชาวนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาขู่ปาไข่ใส่บ้านนายกฯปู

  • ทัวร์อ่วมโรงแรมไม่คืนค่ามัดจำ

    ทัวร์อ่วมโรงแรมไม่คืนค่ามัดจำ

    นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่นำนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย (อินบาวด์) หลายรายเข้ามาร้องเรียนกับสมาคมฯ กรณีโรงแรมไม่คืนเงินค่ามัดจำล่วงหน้า หลังจากนักท่องเที่ยวยกเลิกห้องพัก เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่งผลให้บริษัททัวร์ขนาดเล็กประสบปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ “ยอมรับว่าการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจบริการเป็นทอดๆ เช่น เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว โรงแรมก็ได้รับผลกระทบเป็นธุรกิจแรกๆ ซึ่งบางโรงแรมอาจคืนเงินวางมัดจำให้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา หรือบางโรงแรมจะแนะนำให้หากลุ่มทัวร์ใหม่มาแทนที่ ซึ่งผู้ประกอบการนำเที่ยงก็ไม่มั่นใจสถานการณ์การเมืองว่าจะจบลงเร็วหรือไม่ เพราะปัจจุบันสิ่งที่พบคือ นักท่องเที่ยวยังยกเลิกทัวร์อยู่เรื่อยๆ” นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และทีเอชเอพร้อมจะเข้ามาเป็นตัวกลางให้บริษัทนำเที่ยวและโรงแรมหารือ รวมถึงเสนอแนวทางในการไกล่เกลี่ย เพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการวางมัดจำล่วงหน้านั้นจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล หรือพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น เช่น เทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ทำให้โรงแรมต้องเรียกเก็บเงินประกันล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายทางธุรกิจในกรณีที่ลูกค้าไม่มาพักตามกำหนด “หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นจริงทำให้ลูกค้าไม่สะดวกในการเข้าพื้นที่ได้ เช่น ในกรณีมีที่ตั้งบริเวณราชประสงค์ ก็ควรจะจ่ายเงินคืนให้กับบริษัททัวร์อยู่แล้ว แต่ในบางกรณีที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น เป็นการยกเลิกในพื้นที่ๆ ไม่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงแรมที่ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทัวร์อ่วมโรงแรมไม่คืนค่ามัดจำ