เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • หวั่นน้ำมันพืชทะลุขวดละ 47 บาท

    หวั่นน้ำมันพืชทะลุขวดละ 47 บาท

    นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่กก.ละ 35 บาท เพิ่มจากราคาเฉลี่ยเดือนม.ค.ที่ กก.ละ 31-32 บาท เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลผลผลิตปาล์มดิบจะออกสู่ตลาด จนผลทางจิตวิทยาที่ยังไม่มีการประกาศเลื่อนการใช้ไบโอดีเซล บี 7 ทำให้ผู้ค้าน้ำมันในตลาดเร่งซื้อผลผลิตมาเก็บไว้ในสต๊อกตามกฎหมายของกระทรวงพลังงานที่ให้สำรองปริมาณน้ำมันทุกชนิดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงว่าปริมาณน้ำมันปาล์มดิบจะไหลออกสู่ตลาดที่ไม่มีการควบคุมราคา เพราะกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาเฉพาะน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร เท่านั้น ส่วนน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขนาดอื่น ๆ รวมทั้งน้ำมันปาล์มบรรจุถุงและปี๊บ ไม่มีการควบคุมราคา จึงเกรงว่าจะหลีกเลี่ยงราคาควบคุม แล้วนำไปบรรจุผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น เพื่อปรับขึ้นราคาแทน เพราะต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบกก.ละ 35 บาท ควรขายน้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตร ในราคาขวดละ 45-47 บาท แต่ปัจจุบันถูกตรึงราคาไว้ที่ 42 บาท รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์  แจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการนำประกาศการชะลอการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 7 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ชะลอ 2-3 เดือนเพื่แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มเดือนละ 30,000 ตันในกรณีที่ไม่ประกาศใช้น้ำมันดีเซลบี 7  ซึ่งเชื่อว่าจะเพียงพอที่จะแก้ปัญหาไม่ให้ผู้ประกอบการปรับราคาน้ำมันปาล์มขวดเกินกว่าราคาควบคุม “สถานการณ์ราคาผลปาล์มดิบปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นจาก กก. ละ 3.50 บาท เป็น 5.50-6.20 บาท เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดู ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบได้ปรับขึ้นจากกก.ละ 31-32 บาทเป็น 35 บาท ตามต้นทุนปาล์มทะลาย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในไม่ช้า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ต้นทุนการบรรจุขวดสูงขึ้น และทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถขายน้ำมันปาล์มขวดได้ในราคาควบคุม 42 บาท” อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทำหนังสือแจ้งมติของคณะอนุกรรมการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน ไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้ชะลอการบังคับใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 7 ออกไป 2-3 เดือน และให้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 4 แทน เพื่อลดการใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งคาดว่าจะลดลงได้ 30,000ตันต่อเดือน โดยได้แจ้งหนังสือไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค. 57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นน้ำมันพืชทะลุขวดละ 47 บาท

  • ชาวไร่อ้อย 2 แสนรายรอเงินเก้อ

    ชาวไร่อ้อย 2 แสนรายรอเงินเก้อ

    นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สอน.ไม่สามารถกำหนดค่าอ้อยขั้นสุดท้ายของฤดูการผลิต 55/56 จากเดิมการกำหนดราคาควรมีมติตั้งแต่เดือนธ.ค. 56 เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาชาวไร่อ้อย และโรงงานไม่สามารถตกลงการคำนวณรายได้กากน้ำตาล (โมลาส) ได้ ทำให้ต้องเลื่อนออกไปไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ส่งผลให้ชาวไร่อ้อย 200,000 คน จากพื้นที่ 10 ล้านไร่ทั่วประเทศ ต้องรอเงินดังกล่าวนอกจากนี้ ชาวไร่อ้อยยังเรียกร้องเงินส่วนเพิ่มค่าอ้อย หลังจากที่ผ่านมา กอน.มีมติกำหนดค่าอ้อยขั้นต้นของฤดูการผลิต 56/57 ไว้ที่ 950 บาทต่อวัน และเรียกร้องเงินเพิ่มอีก  250 บาทต่อตัน แต่ทั้งนี้ ต้องรออนุมัติจากที่ประชุม ครม.ชุดใหม่ เพราะเป็นเรื่องนโยบายที่วงเงินสูง โดยปัญหาดังกล่าวทำให้ชาวไร่ เริ่มไม่พอใจและอยากให้กระทรวงอุตสาหกรรมกลับมาทำงานโดยเร็วที่สุดนายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า ต้องการให้ไทยเร่งเจรจาผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนดำเนินการเปิดเสรีนำเข้าตลาดน้ำตาลทรายได้อย่างเสรี โดยกำหนดเงื่อนไขและกรอบเวลาให้ชัดเจน เพื่อเป็นโอกาสการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยไปยังชาติในอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกน้ำตาลทรายกำลังประสบปัญหา เนื่องจากหลายประเทศได้ชะลอการปรับลดภาษีนำเข้าน้ำตาลทราย ขณะเดียวกัน ยังประสบปัญหาการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศตนเอง เช่น อินโดนีเซีย ใช้สิทธิกำหนดน้ำตาลเป็นสินค้าอ่อนไหวสูง จึงขอทยอยลดภาษีลดลงเหลือ 5-10% ในปี 58 เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่ขอทยอยลดภาษีลงเหลือ 0-5%ในปี 58 หรือมาเลเซียที่ใช้การกำหนดโควตา และการขอใบอนุญาตนำเข้า ส่งผลให้การส่งออกน้ำตาลทรายไปยังประเทศเหล่านี้ไม่สามารถขยายตัวได้เท่าที่ควร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวไร่อ้อย 2 แสนรายรอเงินเก้อ

  • หุ้นไทยวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดลบ 15.97 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดลบ 15.97 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 4ก.พ. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบตลอดทั้งวันตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ดิ่งลงกันถ้วนหน้า เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและจีนออกมาไม่ดี นอกจากนี้หุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กดดันให้ระหว่างวันหุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่1,273.94 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,283.18 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,276.84 จุด ลดลง 15.97 จุด หรือ 1.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,948.21 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1. จัสมินปิดที่ 7.15 บาท ลดลง 0.15  บาท2. ธ.กสิกรไทยปิดที่ 166.00 บาท ลดลง 4.50  บาท3. เอไอเอสปิดที่ 211.00 บาท ลดลง 4.00  บาท4. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 146.00 บาท ลดลง 4.00  บาท5. พีทีทีจีซี ปิดที่ 71.25 บาท ลดลง 2.25  บาท    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดลบ 15.97 จุด