เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • กสอ.ชี้การเมืองฉุดยอดขายอัญมณี

    กสอ.ชี้การเมืองฉุดยอดขายอัญมณี

    นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจความเห็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ถึงผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง พบว่า อุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักอย่างนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง และสินค้ากลุ่มนี้จะขายดีช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. แต่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทำให้ยอดขายลดลง ขณะที่การส่งออก ต้องขายผ่านการจัดงานแสดงสินค้าบางกอกเจมส์ ที่จะจัดปลายเดือนก.พ.นี้ แต่ล่าสุดมีผู้ซื้อต่างชาติ แจ้งยกเลิกร่วมงานแล้ว 10%ทั้งนี้ รองลงมา เป็นกลุ่มสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) โดยผู้ประกอบการได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มของใช้ ของที่ระลึก ซึ่งปกติมียอดขายปลายปีถึง 70% ซึ่งตรงกับช่วงที่เกิดการชุมนุม , กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เพราะมีร้านค้าอยู่บริเวณพื้นที่ชุมนุม เช่น ประตูน้ำ แพลตตินัม ส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่า 80% รวมทั้งการลงทุนซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิตก็ลดลง เนื่องจากต้องรอดูสถานการณ์ทางการเมืองก่อน ขณะที่เอสเอ็มอีที่ส่งออก ยังพอมีคำสั่งซื้ออยู่บ้างนอกจากนี้ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับผลกระทบจากยอดขายลดลงกว่า 30% เพราะผู้บริโภคตัดสินใจซื้อยากขึ้น และจะซื้อเมื่อจำเป็น ประกอบกับอากาศหนาวเย็น และตลาดเครื่องปรับอากาศของหน่วยงานภาครัฐลดลงเนื่องจากการปิดสถานที่ราชการ กลุ่มอาหาร ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในทางจิตวิทยา ทำให้การจับจ่ายใช้สอยลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปอีกอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารได้อย่างไรก็ตาม กสอ. จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำปรึกษา เพื่อหาแนวทางลดต้นทุนการผลิตในทุกๆด้าน การลดสต็อกสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น การใช้แรงงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ฉวยโอกาสช่วงที่คำสั่งซื้อสินค้าลดลงทำการปรับปรุงเครื่องจักร และพัฒนาบุคลากร หาช่องทางการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะขายผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น และควรพิจารณาขายตลาดออกไปสู่ประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี รวมทั้งจะเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ โดย กสอ. จะทำการสำรวจเอสเอ็มอีเป็นระยะๆ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างตรงจุด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสอ.ชี้การเมืองฉุดยอดขายอัญมณี

  • “ชัชชาติ” รับรถไฟฟ้าสีม่วงล่าช้า

    “ชัชชาติ” รับรถไฟฟ้าสีม่วงล่าช้า

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางต่าง ๆ พบว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ – ท่าพระ คืบหน้า 53.19% ช้ากว่าแผน 0.15% รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ – บางใหญ่ คืบหน้า 84.97% ช้ากว่าแผน 1.47% และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ คืบหน้า 22.58% เร็วกว่าแผน 1.91% ทั้งนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ก่อนสายอื่น ยังเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด โดยการจัดหาขบวนรถมาวิ่งให้บริการมีความคืบหน้าแล้ว 4.07% คาดว่าจะเริ่มทดสอบระบบได้เดือน ก.ย.59 สามารถเปิดให้บริการได้ต้นปี 60  “การก่อสร้างไม่มีปัญหาอะไร พยายามให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งการดำเนินงานให้เร็วกว่าแผนที่กำหนด แต่ยังเป็นห่วงส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าใต้ดินอีก 1 สถานี คือ จากสถานีบางซื่อ ของรถไฟฟ้าใต้ดินในปัจจุบัน เชื่อมต่อกับสถานีเตาปูน ระยะทาง 1 กิโลเมตร โดยต้องการให้ รฟม.เร่งดำเนินการให้สามารถเปิดบริการได้ พร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าให้สะดวกมากขึ้น” นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขณะนี้ยังพบปัญหาการก่อสร้างบริเวณสามแยกไฟฉาย จึงได้สั่งการให้ รฟม.ไปหารือกับทางกรุงเทพมหานคร(กทม.)ให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่การก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า โดยยืนยันว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าในทุกเส้นทางจะยังเดินหน้าต่อไปตามแผนงานที่ กำหนดถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่ในระหว่างนี้หากมีความจำเป็นต้องขอใช้เงินเพื่อจ่ายให้ผู้รับเหมาตาม สัญญาการก่อสร้าง ก็จะต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขออนุมัตินำเงินออกมาจ่ายให้กับผู้รับเหมาเป็นงวดๆไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชัชชาติ” รับรถไฟฟ้าสีม่วงล่าช้า

  • ส.อ.ท. จี้รัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ส.อ.ท. จี้รัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    นายสมมาต ขุนเศษฐ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า  รัฐบาลควรยกเลิกประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) 60 วัน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีผลทำให้ยอดขายสินค้าและบริการลดลง  ส่วนภาคธุรกิจ ต้องลดค่าใช้จ่ายทุกด้าน เพราะกำลังซื้อลดลง ทำให้สต็อกสินค้าคงค้างเพิ่มขึ้น เพื่อรับมือกับการเมืองที่ยืดเยื้อ “ตอนที่มีการชุมนุม การท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้กระทบอะไร แต่พอรัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินกลายเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจทันที เพราะต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ว่าเข้ามาแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ จึงเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะคงไว้ ทั้งที่การชุมนุมไม่ได้รุนแรงและการเลือกตั้งก็จบไปแล้ว ซึ่งปัญหาการชุมนุมที่เกิดความรุนแรง ตำรวจควรทำหน้าที่จับกุมให้ได้ ไม่ว่าฝ่ายไหน”นายชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย กล่าวว่า  ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่าง เร่งด่วน เนื่องจากหลังประกาศส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการค้าและการลงทุนของไทย มากทำให้ที่ผ่านมาทั้งการท่องเที่ยวและการเดินทางมาเจรจาธุรกิจของคนต่าง ชาติยกเลิกไปพอสมควร ซึ่งหากคงไว้นาน จะยิ่งกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยโดยตรง“เวลานี้แรงซื้อแทบไม่มีเลยปกติยอดขายรองเท้าส่วนหนึ่งจะได้จากนักท่องเที่ยวต่าง ชาติเข้ามา รวมถึงการเข้ามาเจรจาซื้อขายโดยตรงก็มีการยกเลิกเดินทางมาไทยพอรัฐบาลประกา ศพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปเพราะกลัวไม่ปลอดภัยทั้งที่ความจริงการชุมนุมทางการ เมืองไม่ได้กระทบอะไรคนก็ยังเดินทางมาแต่พอมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินกลับทำแย่ไปเลย” ทั้งนี้ ในช่วงมี.ค.เป็นต้นไปจะมีการจัดกิจกรรมพิเศษ (อีเว้นต์) เพื่อกระตุ้นยอดขายอุตสาหกรรมแฟชั่นและเฟอร์นิเจอร์หลายงาน เช่น บางกอกเจมส์ งานเฟอร์นิเจอร์ แต่หากการเมืองยืดเยื้อ และมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะส่งผลกระทบแน่นอนซึ่งปัจจุบันแรงซื้อลดลงมาก ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลถอยออกมาก้าวหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายชุมนุมถอยตาม แล้วหาจุดเจรจาร่วมกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส.อ.ท. จี้รัฐยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน