ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้(26 ก.พ.) ดัชนีแกว่งตัวผันผวนกรอบแคบๆทั้งในแดนบวกและลบ ตามแรงซื้อสลับขายทำกำไรเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการลงทุนรวมถึงเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ไม่ค่อยสดใส เช่น ดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดลบ หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่คาดขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังมีความไม่แน่นอนทำให้นักลงทุนบางส่วนยังไม่กล้าเข้ามาลงทุน ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,303.76 จุด ลดลง0.12 จุด หรือ 0.01% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 8,438.28 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดลบ 0.12 จุด
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดลบ 0.12 จุด
-

สั่งสทบ. เร่งโอนเงินกองทุนหมู่บ้าน
นายวราเทพรัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมมอบหมายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.)พิจารณาโอนเงินให้กับหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงิน ซึ่งจากข้อมูลพบว่ายังเหลืออยู่ประมาณ 30%จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด79,255หมู่บ้าน โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่น่าจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเพราะเป็นนโยบายของเดิมรัฐบาลที่เพิ่มเงินให้หมู่บ้านละ1ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วทั้งนี้ ตามข้อมูลล่าสุดพบว่า สทบ.ได้โอนเงินให้หมู่บ้าน และชุมชนไปแล้วจำนวน53,590กองทุน เป็นเงิน53,590ล้านบาท คิดเป็น67.62%คงเหลือที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรอีกจำนวน25,665กองทุน โดยแบ่งเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีความพร้อมรับการจัดสรร2,655กองทุน,หมู่บ้านหรือชุมชนที่ยื่นขอรับการจัดสรร แต่3,607กองทุน อยู่ระหว่างการตรวจสอบประเมินและหมู่บ้านหรือกองทุนที่ยังไม่ยื่นขอรับการสนับสนุน19,403กองทุน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งสทบ. เร่งโอนเงินกองทุนหมู่บ้าน -

กสทช.เชิญช่องทีวีหารือกำกับดูแลกันเองต้น มี.ค.นี้
วันนี้(26 ก.พ.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)จัดงานเสวนาความร่วมมือไตรภาคีเพื่อการกำกับดูแล “สิทธิเสรีภาพและจรรยาบรรณสื่อกับการสื่อสารที่สร้างความขัดแย้งในสังคม” น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า การเสวนาครั้งนี้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสื่อสารมวลชน นักวิชการ และผู้บริโภคได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการกำกับดูแลสื่อในการนำเสนอข่าวสารซึ่งจะช่วยนำไปสู่การผ่อนคลายสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ให้มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยช่วงประมาณต้นเดือนจะเชิญ 11องค์กรวิชาชีพสื่อ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัลเข้ามาหารือร่วมกันในการกำกับดูแลของวิชาชีพสื่อ และให้สำนักงานกสทช.เชิญช่องทีวีที่มีจุดยืนทางการเมืองเข้ามาร่วมหารือเสวนาวงปิดต่อไป ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ กล่าวว่า ยอมรับว่าปัจจุบันสื่อมีการเลือกข้างและมีการแบ่งขั้วทางการเมืองชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันประชาชนที่รับชมก็มีทางเลือกในการรับสื่อทำให้กสทช.ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลสื่อต้องเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลสื่ออย่างจริงจังรวมทั้งเปิดพื้นที่ให้วิชาชีพสื่อได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน ซึ่งเสนอให้กสทช.เชิญช่องบริการสาธารณะอย่าง ช่อง 5 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส เข้ามาหารือในฐานะที่เป็นช่องบริการสาธารณะและช่องความมั่นคง ส่งเสริมประชาธิปไตยในการทำหน้าที่บทบาทของช่องเป็นต้น ด้าน ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ คณะบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การกำกับดูแลกันเองของวิชาชีพสื่ออาจจะยังไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นเท่าที่ควร และไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากบางช่องมีนโยบายที่แตกต่างกันออกไปจึงเห็นว่าควรมีการกำกับดูแลแบบบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานกำกับดูแล ภาคส่วนอื่นๆอาทิ นักวิชาการ นักศึกษา เป็นต้น ส่วนการนำเสนอข่าวสารการเมืองในปัจจุบันมองว่าสื่อบางสื่อที่นำเสนอสร้างความขัดแย้ง ควรลงดาบได้แล้ว ควรสร้างบทเรียนให้สังคมได้รับรู้ เนื่องจากการนำเสนอข่าวสารในปัจจุบันเด็กไม่สามารถรับชมได้คนเดียวได้ต้องมีผู้ปกครองดูแล ดังนั้นการเข้ามาร่วมกำกับดูแล ต้องสร้างให้เด็กรู้เท่าทันสื่อเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เชิญช่องทีวีหารือกำกับดูแลกันเองต้น มี.ค.นี้