เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ จับมือภาคีปศุสัตว์ระดับนานาชาติเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจอุตสาหกรรมปศุสัตว์

    วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ จับมือภาคีปศุสัตว์ระดับนานาชาติเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจอุตสาหกรรมปศุสัตว์

    เพื่อเตรียมพร้อมการเติบโตและความท้าทายในอนาคต เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สมาพันธ์สมาคมสัตวแพทย์แห่งเอเชีย ( FAVA) จึงตกลงร่วมมือกับ บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ในการสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาคในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และในหมู่สมาชิก สมาพันธ์สมาคมสัตวแพทย์ แห่งเอเชีย โดยองค์กรทั้งสองจะแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมปศุสัตว์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผ่านการประชุมเชิงวิชาการ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการอบรมสัมมนาภายในงานแสดงสินค้า VIV Asia ในประเทศไทย และงาน ILDEX ในประเทศเมียน มาร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา ระหว่างปี พ.ศ. 2557-2559 นายโยฮันเนิส อันดรีย์ บัวร์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างวีเอ็นยูและสมาพันธ์สมาคมสัตวแพทย์แห่งเอเชีย จะก่อให้เกิดแบบแผนธุรกิจ ที่จะหลอมรวมผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาร่วมกันพัฒนาและเผชิญหน้าความท้าทายของวงการปศุสัตว์ในทวีปเอเชีย รวมทั้งได้รับรู้ถึงโอกาสเชิงธุรกิจอันยิ่งใหญ่จากทวีปเอเชียด้วย” สำหรับงาน ILDEX หรืองานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการผลิตและการแปรรูปปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ซึ่งจะจัดขึ้นในเขตภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมาร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา จะมีการนำสุดยอดเทคโนโลยีและวิทยาการความรู้สมัยใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรหรือองค์กรท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เพื่อสร้างรากฐานการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดและเติบโตอย่างยั่งยืน งาน ILDEX จะจัดขึ้น ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามเป็นแห่งแรก ในวันที่ 19-21 มีนาคม พ.ศ. 2557 ส่วนงาน VIV Asia ที่จะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 คาดว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าการจัดงานครั้งก่อน ๆ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ จับมือภาคีปศุสัตว์ระดับนานาชาติเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจอุตสาหกรรมปศุสัตว์

  • ‘เอคเซนเชอร์’ ติดปีกธุรกิจลูกค้าด้วย ดิจิตอล

    ‘เอคเซนเชอร์’ ติดปีกธุรกิจลูกค้าด้วย ดิจิตอล

    ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ภาคธุรกิจต่างแสวงหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย เล่าว่า จากเทรนด์การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กที่เพิ่มขึ้น และการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิตอล ส่งผลให้เอคเซนเชอร์ ได้นำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น และยังนำมาใช้กับองค์กรภายในด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพให้แก่องค์กร ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกค้าของเอคเซนเชอร์กระจายไปทุกกลุ่ม อาทิ กลุ่มแบงก์กิ้ง ประกันภัย เทเลคอม และที่น่าสนใจอีกกลุ่มคือกลุ่มสายการบิน ธุรกิจโรงแรม ที่จะเห็นการเติบโตในปีนี้ โดยสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่มองคือ เทคโนโลยีดิจิตอลจะช่วยให้ลูกค้ามีการทำธุรกรรมต่าง ๆ ดีขึ้น สำหรับปีที่ผ่านมาเอคเซนเชอร์มีผลประกอบการ 28,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% มีรายได้จากธุรกิจใหม่ 33,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนรายได้ปี 57 คาดว่าจะมีการเติบโต 2-6% อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดิจิตอลในเมืองไทยในการดำเนินธุรกิจจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก ส่งผลให้ปี      นี้เอคเซนเชอร์จึงจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวกับดิจิตอล ในนาม เอคเซนเชอร์ ดิจิตอล(Accenture Digital) เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนากลยุทธ์ดิจิตอล การนำเทคโนโลยีดิจิตอลไปใช้งาน จนถึงการจัดการกระบวน การดิจิตอล ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูล ระบบโมบิลิตี้ และการตลาดดิจิตอล อย่างมีประสิทธิภาพ “ยกตัวอย่าง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล จะเป็นการนำข้อมูลลูกค้าที่ปัจจุบันมีมากกว่าอดีตทั้งข้อมูลที่มาจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกิจได้เยอะขึ้น” นายนนทวัฒน์ เล่าว่า หลังจากที่ทำการสอบถามผู้บริหารขององค์กร ทั้งอเมริกา ยุโรป เอเชีย-แปซิฟิก จำนวน 1,000 ราย ในอุตสาหกรรม 12 แขนง จาก 20 ประเทศ เพื่อมองทิศทางตลาดโลกปี 57 ผู้บริการทั้งหลายมองว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในทางที่ดียิ่งขึ้น โดย 76% เชื่อมั่นว่าธุรกิจขององค์กรตัวเองจะโตขึ้น และธุรกิจของโลก 44% จะดีขึ้น โดยในภูมิภาคที่ตนเองดำเนินธุรกิจอยู่ จำนวน 70% มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ สิ่งที่บ่งบอกว่าดีขึ้นนั้นหมายถึง การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยในเมืองไทยเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น การลงทุนจะเพิ่มขึ้น การจ้างงานเพิ่ม และสิ่งที่เห็นได้ชัดจากการสำรวจ ทุกคนมองว่าเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอลจะมีผลต่อธุรกิจให้ดีขึ้น อีกทั้ง มากกว่าครึ่ง มองเทคโนโลยีดิจิตอลจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจ ทั้งการเจรจากับลูกค้า และในองค์กร เทคโนโลยีดิจิตอลจะเปลี่ยน แปลงในปีนี้แน่นอน โดย 4 ใน 5 ของผู้บริหาร ระบุว่า ธุรกิจของตนเองจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิตอล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจในการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาช่วยดำเนินธุรกิจที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุน กระบวนการผลิตให้ดีขึ้นแล้ว เกือบ 70% มองเทคโนโลยีดิจิตอลช่วยสร้างธุรกิจใหม่ โดยการพัฒนาโปรดักส์ใหม่ เกิดช่องทางตลาดใหม่ เพื่อให้เหนือกว่าคนอื่นในภูมิภาคเดียวกัน “ในบ้านเราทุกคนมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทุกสถานการณ์มีมุมบวกมุมลบ แต่การเติบโตของออนไลน์มีมากขึ้น ทุกคนมีสมาร์ทโฟน เดินทางเยอะขึ้น มีการเช็กอิน แชร์ หลายอย่างแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของดิจิตอล” เชื่อว่าดิจิตอลในไทยยังโตได้อีกเยอะ การมีเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก แต่การให้คนใช้เทคโนโลยีในองค์กรถือเป็นเรื่องที่ยากกว่า. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘เอคเซนเชอร์’ ติดปีกธุรกิจลูกค้าด้วย ดิจิตอล

  • จาก 4G สู่ 5G – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    จาก 4G สู่ 5G – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารไร้สายในปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้ามากขึ้นอย่างรวดเร็วนะครับ ความสามารถที่โดดเด่นของเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้โลกของเรากลายเป็นโลกที่ไร้พรมแดนขึ้นมาได้จริง ๆ โดยไม่ว่าเราจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลกแค่ไหนก็ตามก็สามารถจิ้มมือถือเพียงไม่กี่ปุ่มโทรฯ คุยข้ามโลกกันได้อย่างง่ายดาย แรกเริ่มเดิมที เราจะติดต่อสื่อสารกับใครก็ต้องโทรศัพท์คุยกันเท่านั้น ถ้าใครคุยนาน ๆ โทรฯ ทางไกล ต่างจังหวัด ต่างประเทศก็ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาที่แพงมาก แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้การพิมพ์แชตหากัน หรือคุยโทรศัพท์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นพวกไลน์ พวกสไกป์ พวกวอทแอพ (ที่เฟซบุ๊กเพิ่งซื้อไป) ทำให้เราประหยัดค่าโทรศัพท์เทียบกับเมื่อก่อนได้มาก ที่เด็ดกว่านั้นคือสามารถเฟซไทม์ให้เห็นหน้ากันไปคุยกันไปได้ด้วย คลายความเหงาความคิดถึงระหว่างคนอยู่ไกลกันคนละซีกโลกได้อย่างดีเลยล่ะครับ แต่อย่าลืมนะครับว่าระบบการติดต่อสื่อสารที่ราบรื่นและทันใจ ก็ต้องมีเบื้องหลังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงพอ ใช่ครับ ผมกำลังจะพูดถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 4 หรือที่เรียกกันติดปากว่า 4G เทคโนโลยีสื่อสารในยุค 3G กับ 4G นั้นต่างกันที่เด่น ๆ เลยก็คือ 4G จะมีความเร็วที่เหนือกว่า 3G อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การรับส่งข้อมูลในรูปแบบภาพเคลื่อน ไหวและวิดีโอลื่นไหลขึ้น  อย่างในประเทศญี่ปุ่นนั้น เทคโนโลยีการสื่อสารบนโทรศัพท์มือถือถือได้ว่าก้าวไปสู่ยุคของ 4G อย่างชัดเจนแล้วครับ ซึ่งหากมองถึงพัฒนาการของระบบการสื่อสารของโทรศัพท์มือถือทั่วโลกนั้น ต้องยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่นได้ผลักดันตัวเองไปสู่ระบบการสื่อสารในอนาคตก่อนหน้าหลาย ๆ ประเทศ ทั้ง ๆ ที่เทคโน โลยีเหล่านี้แต่เดิมนั้นเริ่มมาจากทางยุโรปแทบทั้งสิ้น แต่มาวันนี้หลายประเทศเริ่มมองไปไกลมากกว่า 4G แล้วครับ นั่นก็คือเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 5 หรือที่หลายคนเรียกกันว่ายุค 5G ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับเทคโนโลยี 5G กันก่อนนะครับว่ามันแตกต่างจากเทคโนโลยี 4G อย่างไร ระบบ 5G เป็นระบบสื่อสารไร้สายยุคถัดจากระบบ 4G โดยระบบ 5G ก็ต้องบอกครับ ว่าจริง ๆ แล้วยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานและรูปแบบที่จะนําออกมาใช้งานจริงอย่างตายตัว เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่ในแวดวงวิชาการได้มีการพูดถึงเทคโนโลยี 5G ว่าจะมีความเร็วในระดับที่ทําให้ผู้ใช้อุปกรณ์พกพาสามารถดาวน์ โหลดภาพยนตร์ความละเอียดสูง Full HD ในเวลาไม่กี่วินาที โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้แอพพลิเคชั่นขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เครือข่ายข้อมูลประสิทธิภาพสูง สามารถทํางานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้นกว่าเทคโนโลยี 4G มาก ซึ่งทาง NTT DoCoMo ผู้ให้บริการเครือข่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เคยแสดงการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ 5G ที่สามารถทำความเร็วได้มากถึง 100 เท่าของเครือข่าย LTE ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของญี่ปุ่น ซึ่งทางบริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ในปีที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกครั้งต่อไป ซึ่งก็คือปี ค.ศ. 2020 เรียกว่างานนี้ประเทศแห่งเจ้าเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นก็ไม่ยอมน้อยหน้าใครเลยทีเดียวครับ หลายคนคิดว่าเทคโนโลยีการติดต่อไร้สายจะใช้บนมือถือเป็นหลักอย่างเดียว  แต่จริง ๆ แล้วถ้ามองไกลไปอีกมิติหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นเลยครับ เพราะเราสามารถเอาไปใช้กับอย่างอื่นได้อีกมากมาย เช่น ใช้กับรถยนต์ อย่างในงาน CES 2014 ได้มีการพูดถึงรถยนต์ที่มาพร้อมกับ 4G LTE จากบริษัท General Motors (GM) ที่ทางบริษัทออกมาเปิดเผยว่ากำลังจะเริ่มติดตั้งระบบ 4G LTE กับรถยนต์ Chevrolet โดยร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์ AT&T ซึ่งเชื่อว่าเทคโน โลยีตัวนี้จะทำให้คนขับรถยนต์สามารถใช้โทรศัพท์และเล่นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนรถได้ โดยคาดว่าทาง Chevrolet จะมีการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ภายในปี ค.ศ. 2015 และแน่นอนครับว่าถ้าเรามี 5G เมื่อไหร่ เราก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ใส่ในรถยนต์ได้เช่นเดียวกัน เห็นไหมครับว่าเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น 4G หรือ 5G ล้วนมีประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ด้วยความที่มันมีประโยชน์อย่างมหาศาล มันก็ตามมาด้วยผลประโยชน์อย่างอภิมหาศาลเช่นกัน แม้ว่าเราทุกคนล้วนแต่ต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ล้ำสมัยไม่แพ้ใคร แต่ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องช่วยกันตรวจสอบขั้นตอนในการได้มาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้นด้วยว่าทำอย่างไรให้โปร่งใสมากที่สุด ตรวจสอบได้มากที่สุด และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับสังคมไทยเรามากที่สุดครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จาก 4G สู่ 5G – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี