เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • พิษการเมืองลูกค้าแห่ฝากเงินระยะยาวเพิ่ม

    พิษการเมืองลูกค้าแห่ฝากเงินระยะยาวเพิ่ม

    นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้ลูกค้าระดับกลางที่มีสินทรัพย์การลงทุนกับธนาคาร  1ล้านบาทขึ้นไปและลูกค้าระดับบนที่มีสินทรัพย์ลงทุนประมาณ  10 ล้านบาทขึ้นไปเริ่มหันมาฝากเงินระยะยาวเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ  ประกอบกับแนวโน้มดอกเบี้ยนโนบายมีทิศทางขาลงเห็นได้จากหน่วยงานหลายแห่งคาดการณ์ว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 12 มี.ค.นี้จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2% จึงทำให้ลูกค้านำเงินมาฝากกับธนาคารพาณิชย์หรือลงทุนในกองทุนรวมเพิ่มขึ้น  โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นสุทธิ 5,000-6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2-3 % ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนิติบุคคลสูงถึง 3,000-4,000  ล้านบาท ที่เหลือเป็นบุคคลทั่วไป  “ช่วงสถานการณ์ปกติ ผู้ฝากเงินนิยมฝากเงินในระยะสั้น เช่น ประจำ 3- 5 เดือน มีสัดส่วนสูงถึง 60-70 % ของเงินฝากทั้งหมด แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอทำให้ผู้ฝากเงินนิยมล็อกเงินฝากระยะยาวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากแคมเปญดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 8 เดือนดอกเบี้ย 2.88 % ของธนาคารในช่วงเปิดแคมเปญ 2 สัปดาห์ มีเงินฝากเข้ามา 2,000 ล้านบาท และในช่วง 45 วันที่ผ่านมา มีเงินไหลเข้ามาถึง 4,000 ล้านบาท” สำหรับกรณีที่มีการแห่ถอนเงินจากธนาคารออมสินนั้น  ทำให้เงินฝากส่วนหนึ่งไหลมาที่ธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารขนาดใหญ่เงินไหลเข้ามากกว่า 10,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของธนาคารมีเงินฝากเข้ามาประมาณ 1,000 ล้านบาท  ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดเงินฝากลูกค้ารายย่อยทั่วไปและบุคคลธนกิจเพิ่มอีก 34,000 ล้านบาท หรือเติบโต 32% จากเดิมอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท  ขณะที่สินเชื่อปล่อยใหม่ที่มีหลักประกันอยู่ที่ 22,000 ล้านบาท และไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 10,200 ล้านบาท หรือเติบโต 44%  และคาดว่าจะมีฐานลูกค้าใหม่เพิ่มอีก 200,000 ราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 500,000 ราย   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองลูกค้าแห่ฝากเงินระยะยาวเพิ่ม

  • เปิดตัวนิคอนD4S

    เปิดตัวนิคอนD4S

    วันที่ 25 ก.พ.รายงานจากนิคอนระบุว่า D4Sเป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่ารุ่นที่ผ่านมาปรับเปลี่ยนฟีเจอร์และฟังก์ชั่นใหม่ซึ่งรวมถึงระบบออโต้โฟกัสคุณภาพของภาพ ระบบประมวลผลและการทำงานของภาพการใช้งานสำหรับโหมดภาพยนตร์เพื่อตอบรับกับความต้องการของช่างภาพมืออาชีพที่ต้องทำงานภายใต้สถานการณ์ที่สลับซับซ้อนมร.ทัตสึยะยามากูจิ ประธานและกรรมการบริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย)จำกัดกล่าวว่า “กล้องนิคอน รุ่นD4Sพัฒนาตามความต้องการของช่างภาพมืออาชีพจนได้คุณภาพที่ตอบโจทย์ได้พร้อมกัน 2ประการคือ ความรวดเร็วและความแม่นยำในการจับภาพระบบโฟกัสอัตโนมัติ(AF)ปรับปรุงใหม่ให้แม่นยำคล่องตัวและเร็วขึ้นสามารถจับภาพและติดตามสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เข้ามาในกรอบภาพด้วยความเร็วสูงเพื่อการจัดองค์ประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกเหนือจาก 4โหมดที่มีอยู่ในกล้องนิคอนรุ่นD4ได้แก่Single-pointAF, Dynamic-area AF, 3D-tracking, และAuto-areaAF แล้ว D4sยังเพิ่มโหมดโฟกัสอัตโนมัติแบบที่ห้าที่เรียกว่าGroup-areaAF หรือจุดโฟกัสทั้งหมด5จุดได้แก่ หนึ่งจุดที่กำหนดโดยผู้ใช้งานและจุดด้านบน ด้านซ้ายด้านขวาและด้านล่างของจุดที่ผู้ใช้งานกำหนด ซึ่งทำให้ระบบโฟกัสอัตโนมัติใช้งานได้คล่องตัวยิ่งขึ้นสามารถถ่ายรูปได้อย่างต่อเนื่องประมาณ11เฟรมต่อวินาทีพร้อมการใช้งานออโตโฟกัสและการวัดแสงกล้องรุ่นนี้ใช้ระบบประมวลผลภาพล่าสุดEXPEED4 พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพCMOSแบบฟูลเฟรมความละเอียดสูงสุด 16.2ล้านพิกเซลความไวแสงมาตรฐานที่ ISO100 ถึงISO25600 และสามารถปรับลดและเพิ่มค่าให้เทียบเท่าISO50 หรือISO409600 ได้ทั้งยังรองรับการบันทึกภาพยนตร์ที่ขนาดภาพ1920× 1080 ที่50หรือ60ภาพต่อวินาทีมีสัญญาณรบกวนต่ำ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดตัวนิคอนD4S

  • แจงจีนยังซื้อข้าวไทยอ้างเห็นใจชาวนา

    แจงจีนยังซื้อข้าวไทยอ้างเห็นใจชาวนา

    นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับคณะทูตจีนประจำประเทศไทยถึงการแก้สัญญาการซื้อขายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูที) ซึ่งเดิมได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กันไว้แล้ว 1 ล้านตัน ในครั้งที่นายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย  โดยการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ระบุว่า หากมีรัฐบาลใหม่แล้ว การซื้อข้าวในส่วนที่เหลืออยู่ตามสัญญาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีผลผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งจีนได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวแล้ว “ทูตจีนได้แสดงเจตนารมณ์ในการเข้ามาช่วยเหลือชาวนา โดยเห็นใจชาวนาที่ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อน โดยการดำเนินการครั้งนี้ ถือว่าเป็นไปตามสัญญาเดิมโดยเป็นการขายให้กับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ไม่ใช่การซื้อขายผ่านบริษัท เป่ย ต้าฮวง ซึ่งที่ผ่านมาได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งในรายละเอียดต่าง ๆ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ คงจะมาหารือกันอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร” ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าว ที่ผ่านมานี้ รัฐบาลได้หยุดกระบวนการระบายข้าวให้กับประเทศจีนตามกรอบเอ็มโอยูดังกล่าวไปชั่วคราวเพราะเกรงว่าจะขัดต่อกฎหมายในฐานะที่เป็นรัฐบาลรักษาการที่จะทำสัญญาที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไปไม่ได้แต่จากการหารือครั้งนี้ทางจีนระบุว่า พร้อมจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และยินยอมที่จะให้ไทยแก้ไขสัญญาได้ นานนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าในการประชุมครม.วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมายังได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางการช่วยเหลือชาวนาผ่านการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้ชาวนาโดยมีมาตรการช่วยเหลือ 2 แนวทาง คือ ยืดเวลาชำระหนี้ของชาวนาออกไปเป็นเวลา6 เดือน โดยไม่มีการติดตามทวงหนี้เดิมคืน ส่วนอีกแนวทาง เป็นการปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติของธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรมีความประสงค์จะใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลใหม่สามารถหาแหล่งเงินมาดำเนินการได้ทันที ส่วนกรณีการเสนอของบกลาง 20,000 ล้านบาทมาจ่ายให้ชาวนานั้น ที่ผ่านมาพิจารณาแนวทางการหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาหลายแนวทางโดยการเสนอของบกลางก็เป็นแนวทางหนึ่ง เชื่อว่า กกต.คงเห็นชอบเพราะการใช้เงินก็ไม่ได้นำมาใช้เปล่า แต่จะคืนเงินกลับคืนให้ทันทีหลังจากกระทรวงการคลังได้หาเงินก้อนใหญ่มาได้รวมกับเงินจากการระบายข้าวที่จะเข้ามา อย่างไรก็ตามหากกกต.เห็นชอบ เชื่อว่าการจ่ายเงินให้ถึงมือชาวนาจะสามารถดำเนินการได้ทันที  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจงจีนยังซื้อข้าวไทยอ้างเห็นใจชาวนา