เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ทีโอที หวัง 3 จี สร้างรายได้ปีนี้เกือบ 3 พันล.

    ทีโอที หวัง 3 จี สร้างรายได้ปีนี้เกือบ 3 พันล.

    วันนี้ (24 ก.พ.) นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการปี56 มีกำไรสุทธิ รวมรายได้จากสัญญาสัมปทาน 4,128 ล้านบาท ลดลง 62% เมื่อเทียบกับปี55 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10,874 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปี 56 ลดลง เกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานเพิ่มขึ้น 87.9% คิดเป็นมูลค่า 14,728 ล้านบาท และกรณีไม่รวมรายได้จากสัญญาสัมปทานจะขาดทุน 13,993 ล้านบาท โดยขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปี 55สำหรับเป้าหมายปี57 ตั้งเป้ารายได้ 31,744 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 10% ซึ่งการเติบโตสำคัญจากบริการ 3จี ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,992 ล้าน และรายได้จากบริการเดิมโทรศัพท์ประจำปี บรอดแบนด์ และมัลติมีเดีย และรายได้เพิ่มอีกจำนวน 5,873 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการประมูลงาน USO ของ กสทช. ตามแผนงานสร้าง Wi-Fi รองรับการเรียนการสอนด้วย Tablet และแผนงานขยาย FTTx 120,000 พอร์ต โดยในปี57 คาดว่า ทีโอที จะขาดทุน 5,000 ล้านบาท เนื่องจากพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทำให้ ทีโอที ไม่มีรายได้จากค่าสัมปทาน แต่หากทำได้ตามแผนจะขาดทุนปี57 เพียงปีเดียว ทั้งนี้ แผนการลงทุนตามแผนฟื้นฟู ทีโอที จะมีการลงทุนในโครงการที่มีโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ให้กับ ทีโอที ระยะยาว 3 โครงการใหญ่ ซึ่งจะต้องรออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน ประกอบด้วยโครงการบรอดแบนด์ความเร็วสูง จำนวน 2 ล้านพอร์ท มูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท โครงการลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเพื่อรองรับบริการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท และ โครงการสร้างโครงข่ายอัจฉริยะ (NGN) มูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาทสำหรับทิศทางการประกอบธุรกิจของ ทีโอที ในปี 57 มุ่งที่การพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ หาธุรกิจใหม่ๆ หาช่องทางใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้มาทดแทนที่หายไป พร้อมกับการหาพันธมิตรที่จะมาเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยธุรกิจที่ ทีโอที เร่งดำเนินการทั้งในด้านการปรับกลยุทธ์การตลาดรวมถึงการหาพันธมิตรทำธุรกิจร่วมกัน มีอยู่ 4 ธุรกิจใหญ่ คือ ทีโิที 3จี เฟส 1ที่ปัจจุบัน ติดตั้งครบทั้ง 5,320 สถานีแล้ว และมีลูกค้าประมาณ 3 แสนกว่าราย สำหรับเฟส 2 อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มพาร์ทเนอร์ในการใช้สถานีฐานร่วมกัน โดยการตลาดจะเน้นรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอเป็นหลักส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ทีโอที ได้มีการปรับแผนการทำตลาดใหม่ ด้วยการย้ายลูกค้าระดับพรีเมียมจำนวนประมาณ 4.2 แสนรายไปใช้บริการบนโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 100 Mbps. เพื่อรองรับบริการควอตเพลย์ในอนาคต การร่วมกับพันธมิตรตามโครงการ Internet Co-service นอกจากนี้ ยังทีธุรกิจด้าน Content&Application โดยทีโอที และพันธมิตรมีโครงการที่จะพัฒนาธุรกิจ Movie Store ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่รองรับการใช้บริการของลูกค้าบรอดแบนด์ ลูกค้า Wireline Wireless และโมบาย 3จี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีโอที หวัง 3 จี สร้างรายได้ปีนี้เกือบ 3 พันล.

  • สศช.เผยชาวบ้านหนี้พุ่งเกือบ 1.6 แสนบาท

    สศช.เผยชาวบ้านหนี้พุ่งเกือบ 1.6 แสนบาท

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 ทั้งปี 56 และแนวโน้มปี 57 ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 56 ครัวเรือนมีหนี้สินมากถึง 159,492 บาทต่อครัวเรือน หรือเพิ่มขึ้น 8.7% แบ่งเป็น หนี้เพื่อใช้ซื้อหรือเช่าชื้อบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้น 17% ต่อปี หนี้เพื่ออุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 7.8% ต่อปี ซึ่งรวมการซื้อรถยนต์คันแรก และการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม และหนี้เพื่อใช้ในการเกษตรเพิ่มขึ้น 3.4%ต่อปี โดยส่วนหนึ่งมาจากแรงจูงใจของโครงการรับจำนำข้าวทำให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นขณะที่ ครึ่งปีหลัง แม้ว่าการใช้จ่าย และหนี้สินครัวเรือ นเริ่มชะลอลง แต่ยังมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น โดย ณ ไตรมาสที่ 4 ยอดคงค้างของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 26.6% สินเชื่อภายใต้กำกับผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน เพิ่มสูงถึง 45.8% คิดเป็นมูลค่า 10,920 ล้านบาท ขณะที่ยอดค้างชำระบัตรเครดิต 3 เดือน เพิ่มขึ้น 31.3% ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยังเป็นสัดส่วนน้อยในภาพรวมของสินเชื่อ แต่เป็นเครื่องชี้ว่าความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนเริ่มลดลง ส่วนแนวโน้มในปี 57 ต้องติดตามการก่อหนี้เพิ่มเติมและความสามารถชำระหนี้เดิม ซึ่งขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและค่าจ้างของแรงงานส่วนทั้งปี 56 การจ้างงานลดลง 0.05% จากปีก่อน โดยภาคเกษตรจ้างงานลดลง 0.12% และภาคนอกเกษตรจ้างงานลดลง 0.01% โดยในช่วงครึ่งแรกของปีมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาลที่ต่อเนื่อง เช่น รถยนต์คันแรก โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ส่งผลให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ช่วงครึ่งหลังของปีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองส่งผลให้การจ้างงานลดลง ผู้ว่างงานเฉลี่ย 284,011 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.72% เพิ่มขึ้นจากอัตรา 0.66% ในปีก่อนนอกจากนี้ แนวโน้มการจ้างงานในปี 57 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ 3-4% แม้ว่าจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 4-5% แต่ก็แสดงถึงแนวโน้มการจ้างงานที่อาจเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวกที่คาดว่าอาจจะมีผลต่อภาวการณ์มีงานทำ และรายได้ของประชาชน คือการส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปีก่อน ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลลบต่อการจ้างงาน คือ ความล่าช้าของการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐ ความเชื่อมั่นของธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง รวมทั้งปัญหาภัยแล้งด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.เผยชาวบ้านหนี้พุ่งเกือบ 1.6 แสนบาท

  • กบข.ยันไม่ได้ซื้อพันธบัตรจ่ายหนี้จำนำข้าว

    กบข.ยันไม่ได้ซื้อพันธบัตรจ่ายหนี้จำนำข้าว

    นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินจากกบข. วงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายหนี้ค่าจำนำข้าวให้กับชาวนา ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเพราะจากการสอบถามไปยังนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง และในฐานะประธานกรรมการกบข. ในช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.พ.) ยังได้รับการยืนยันว่ากระทรวงการคลังไม่เคยมีแนวคิดให้กบข.เข้ามาซื้อพันบัตรเพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากบข.จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ ก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเช่นกัน เนื่องจากไม่ได้มีการเรียกประชุมบอร์ด เป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาและขออนุมัติในเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด แต่เป็นการประชุมภายในเรื่องอื่นๆโดยกบข.จะมีการประชุมบอร์ดตามวาระปกติอีกครั้งในปลายเดือนมี.ค.นี้ นอกจากนี้ เงินของกบข.ส่วนใหญ่ได้ลงทุนผูกพันในสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องในระยะยาวเต็มพอร์ตแล้ว และในแต่ละเดือนกบข.มีเงินของสมาชิกเข้าออกสุทธิประมาณ1,000ล้านบาทและได้จัดสรรการลงทุนเพื่อเป็นไปตามนโยบาย คือลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่น้อยกว่า 60%ที่เหลือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ อาทิ หุ้น การลงทุนทางเลือก ประมาณ 40% ขณะเดียวกัน กบข. ไม่สามารถปล่อยกู้เหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้ "ในการลงทุนแต่ละครั้งกบข.จะมีเกณฑ์การตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาความเสี่ยงทุกด้าน ทั้งความไม่แน่นอน รวมถึงด้านกฎหมายด้วยโดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้ออีกอย่างน้อย 2-3%หรือต้องมีผลตอบแทนรวมต่อปี5-7%ขึ้นไปเพื่อความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณของสมาชิก”นายสมบัติกล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กบข.ยันไม่ได้ซื้อพันธบัตรจ่ายหนี้จำนำข้าว