เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามทำกิฟต์

    ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามทำกิฟต์

    นางสาวจุฑาทิพย์ เจริญลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานโฮจิมินห์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมจับตลาดดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มสตรีระดับเศรษฐีที่มีบุตรยากในประเทศเวียดนามเพื่อมาทำการรักษาเทคโนโลยีเจริญพันธ์(ทำกิฟต์) ในไทย เนื่องจากคนเวียดนามมั่นใจในความเป็นมืออาชีพและการบริการของแพทย์ไทยมาก บวกกับขณะนี้สังคมกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงต้องการเพิ่มกลุ่มคนในช่วงเยาวชนให้มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสให้ไทยเร่งทำแผนจับกลุ่มตลาดและเร่งทำรายได้เพราะการทำต้องใช้จ่ายสูง โดยจะเน้นใช้แผนทั้งจับมือกับพันธมิตรกับโรงพยาบาลในไทยที่มีชื่อเสียง และ การจัดทำทัวร์บุญไหว้เพราะขอพรให้สมหวังในเรื่องการมีบุตร “ททท.ได้แผนส่งเสริมการตลาด จึงศักยภาพของกลุ่มเศรษฐีในกรุงโฮจิมินห์มีถึง 300,000 คนจากนักท่องเที่ยวที่มาไทยประมาณ 700,000 คน ซึ่งในนั้นก็มีกลุ่มผู้หญิงมีบุตรยากรวมเป็นสัดส่วนที่น่าสนใจจะทำตลาดได้อยู่ด้วย และส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาไทย เพราะใช้เวลาเดินทางมาไม่นาน แถมยังสามารถมาช็อปปิ้งต่อได้ด้วย” อย่างไรก็ตาม การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีผลกระทบทำให้การเดินทางของตลาดเวียดนามลดลง เนื่องจากกังวลว่าประกันภัยการเดินทางจะไม่ครอบคลุม และระหว่างนี้ต้องเร่งสร้างแรงจูงใจด้วยการจับมือกับ สายการบินเวียดนาม แอร์ไลนส์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ และเวียดเจ็ต แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์)รายใหญ่ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจมาไทยระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย.ให้เพิ่มมากขึ้น นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ททท. กล่าวว่า ททท.เตรียมจัดทำแผนการตลาดหลักในปี 58แล้วโดยจะเน้นเริ่มให้ความสำคัญกับทำโครงการแบบเจาะตรงไปยังกลุ่มสินค้าหลักที่ต้องการประชาสัมพันธ์ แล้วให้หน่วยงานต่างๆ ใน ททท.ที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการในการส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยวร่วมกันให้ได้ผลยิ่งขึ้น ต่างจากเดิมที่มุ่งเน้นโครงการในรูปแบบที่ให้แต่ละหน่วยงานต่างจัดทำแผนตามภารกิจและสายงานของตัวเอง ทั้งนี้รูปแบบการทำงานลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ในการใช้งบประมาณสูงสุด และสอดรับกับเกณฑ์การประเมินผลรูปแบบใหม่ของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่กำหนดตัวชี้วัด (เคพีไอ) ให้หน่วยงานราชการจัดทำแผนดำเนินงานโดยอิงกับผลการวิจัยเป็นหลัก ซึ่ง ททท.เองมีกองงานวิจัยที่จัดทำผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวออกมาสม่ำเสมออยู่แล้ว ต่อไปจึงมอบหมายให้มีการหยิบยกหัวข้องานวิจัยเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นแผนการตลาด ตามที่ สคร.กำหนดทิศทางไว้มากขึ้น “ในปีนี้ ททท.จะเริ่มจัดทำแผนโครงการนำร่องเพื่อเป็นตัวอย่างก่อนโดยเลือกวางกลยุทธ์ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวที่ชอบบริการทางการท่องเที่ยวในระดับสูงสุด(ลักชัวรี) และมอบหมายให้ ททท.สำนักงานโฮจิมินห์ เป็นผู้จัดทำแผนตลาดดังกล่าว และภายในปีนี้จะเห็นเป็นแผนเชิงปฏิบัติการ(แอคชั่นแพลน)เป็นโมเดลให้ใช้สำหรับภูมิภาคอาเซียน หรือหากสำนักงาน ททท.อื่นเห็นว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง จะได้นำรูปแบบไปใช้ได้ทันที และหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะได้ใช้วัดผลด้วยว่าจะทำให้เคพีไอขององค์กรเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามทำกิฟต์

  • บขส.ยกเครื่องรถบัสใหม่100คัน

    บขส.ยกเครื่องรถบัสใหม่100คัน

    นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บขส.กำลังจัดทำทีโออาร์ จัดหารถบัสรุ่นใหม่เข้ามา 100 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าที่จะปลดระวางในสิ้นปีนี้ โดยรถรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะเป็นรถชั้นเดียวขนาดความยาว 15 เมตร ที่เป็นรถทันสมัยคุณภาพสูง ที่ให้บริการและความปลอดภัยดีเยี่ยม ซึ่งจะมาช่วยพัฒนาการให้บริการทดแทนรถเก่าที่เป็นรถ 2 ชั้นที่จะปลดระวาง โดยคาดจะคัดเลือกผู้ชนะการประมูลได้ในเดือนมี.ค.57 และหลังจากนั้นจะทยอยรับรถไปจนถึงสิ้นปีนี้ สำหรับรถบัสใหม่ที่เข้ามาจะเป็นการเช่าระยะสัญญา 3 ปี ไม่ได้เป็นการซื้อขาด โดยเรื่องนี้ไม่ต้องขออนุมัติจาก ครม.แล้ว สามารถทำได้เลย และในปีถัดไป บขส.ยังมีแผนจะนำรถบัส 15 เมตรรุ่นใหม่ เข้ามาอีก 269 คัน เพื่อพัฒนาให้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องนี้ต้องรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาก่อน เพราะต้องอาศัยอำนาจอนุมัติจาก ครม.  นอกจากนี้กำลังเร่งสรุปแผนการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถโดยสารของ บขส.ให้เสร็จในต้นเดือนมี.ค.นี้ โดยติดตั้งบนรถ บขส.ทั้งหมด 800 คัน บริเวณ 3 จุด ได้แก่ บริเวณที่นั่งคนขับ บริเวณท้ายรถด้านในตัวรถ และด้านหน้านอกตัวรถ เพื่อเชื่อมระบบการส่งสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดเข้ากับระบบสัญญาณจีพีเอส และส่งต่อข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมฯ โดยคาดติดตั้งให้เสร็จทันปี 57 “การติดตั้งกล้อง 3 จุด เพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั่วถึง โดยกล้องที่อยู่ส่วนท้ายนอกตัวรถจะช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมโดยรอบตัวรถ กล้องบริเวณที่นั่งคนขับจะเก็บภาพพฤติกรรมคนขับว่าประมาทเลินเล่อในการขับขี่หรือไม่ เช่น ขับรถมือเดียวหรือโทรศัพท์ระหว่างขับ ส่วนกล้องในห้องโดยสารถือว่าจำเป็นมาก เพราะปัจจุบันผู้โดยสารร้องเรียนเข้ามามากว่าสัมภาระที่เก็บไว้บริเวณช่องเก็บเหนือศีรษะหายไป ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บางครั้งมีมิจฉาชีพแฝงตัวเป็นผู้โดยสารขึ้นมาบนรถด้วยและอาศัยช่วงเวลากลางดึกที่ผู้โดยสารนอนหลับเข้าไปรื้อค้นและขโมยทรัพย์สินที่เก็บไว้บริเวณช่องเก็บเหนือศีรษะ หากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้วเชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้แน่นอน” นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากการซื้อรถใหม่ และติดตั้งกล้องวงจรปิดแล้ว บขส.มีนโยบายการยกระดับการให้บริการ โดยขณะนี้กำลังติดตาม กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ 200-300 ล้านบาท มาใช้ลงทุนติดตั้งระบบติดตามการเคลื่อนไหว (จีพีเอส) ให้กับรถร่วมบริการ บขส. 13,000 คัน แบ่งออกเป็นรถร่วมบริการขนาดใหญ่ 7,000 คัน และรถตู้ร่วมบริการ 5,000-6,000 คัน ตามโครงการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนผู้โดยสารรถขนส่งมวลชน พร้อมทั้งให้ใช้ค่าเช่าสัญญาณจีพีเอสรายเดือนแก่ผู้ประกอบการรถร่วมฟรีในช่วง 5 ปีแรก เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ จากนั้นผู้ประกอบการรถร่วมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง  “การติดตั้งระบบจีพีเอสกับรถโดยสารทุกคันจะทำให้กรมการขนส่งทางบกสามารถควบคุมความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะผ่านศูนย์ควบคุมจีพีเอสแบบครบวงจรและเชื่อมต่อสัญญาณจีพีเอสจากรถโดยสารร่วมบริการไปยังศูนย์ควบคุมฯทำให้ศูนย์ฯทราบความเร็วรถและแจ้งเตือนหากคนขับขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บขส.ยกเครื่องรถบัสใหม่100คัน

  • อินเทล เปิดตัวโปรเซสเซอร์เสริมตลาดบิ๊กดาต้า

    อินเทล เปิดตัวโปรเซสเซอร์เสริมตลาดบิ๊กดาต้า

    อินเทลเปิดตัวอินเทล ซีออน E7 v2 โปรเซสเซอร์ ใหม่ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้แบบเรียลไทม์ นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อินเทล เปิดตัว อินเทล ซีออน E7 v2 โปรเซสเซอร์ รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลขั้นสูง มาพร้อมกับหน่วยความจำภายในขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ตามจำนวนข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งนี้ปัจจุบันองค์กรใดที่สามารถนำข้อมูลเชิงวิเคราะห์ของธุรกิจไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกในการทำธุรกิจได้นั้น จะมีความได้เปรียบสูง ซึ่งประสิทธิภาพของ อินเทล ซีออน E7 v2 โปรเซสเซอร์ จะทำให้องค์กรด้านไอทีสามารถประมวลผลข้อมูลอันมหาศาลได้แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้สามารถตรวจจับและเข้าใจถึงเทรนด์ต่าง ๆ ได้ และสามารถพัฒนาบริการใหม่ ๆ มารองรับตามประสิทธิภาพของธุรกิจ สำหรับ อินเทล ซีออน E7 v2 โปรเซสเซอร์มีหน่วยความจำภายในสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงสามเท่า ทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น มีการประมวลหน่วยความจำแบบอิน-เมมโมรี่ อนาไลติกส์ ( In-Memory Analytics)ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องย้ายข้อมูลไปประมวลผลบนฮาร์ดดิสก์เหมือนแต่ก่อน วิธีวิเคราะห์ดังกล่าวได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ คาดว่าภายในปี 2558 จะมีองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่จำนวนร้อยละ 35 หันไปใช้ระบบประมวลหน่วยความจำแบบ In-Memory Analytics โดยเพิ่มจากที่มีเพียงร้อยละ 10 ในปี 2555 อย่างไรก็ดีผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีจำนวน 21 รายจากทั่วโลก จะเริ่มเปิดตัวระบบที่ใช้หน่วยประมวลผล นี้อีกกว่า 40 รุ่น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อินเทล เปิดตัวโปรเซสเซอร์เสริมตลาดบิ๊กดาต้า