นายจิรชัย มูลทองโร่ย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้านโยบายของส่วนราชการต่างๆ เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 58 ของพื้นที่กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด โดยได้รับรายงานถึงด้านการท่องเที่ยวว่า ล่าสุดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแหล่งที่มีชื่อเสียงมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจนผิดสังเกต และเกรงว่าโครงการตามแผนงานอาเซียน ซึ่งด้านท่องเที่ยวอยู่ถึง 80% จะได้รับผลกระทบ และอาจใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า จึงได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดโครงการที่รับผิดชอบโดยเร็ว จากนั้นในเดือนส.ค.57 จะเดินทางมารับทราบความคืบหน้าอีกครั้ง “มีหลายปัจจัยที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง แต่ก็ยังพอที่จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวยังสร้างรายได้อยู่บ้าง แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ ตอนนี้มีโครงการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวหลายโครงการที่ลงมาในแผนงานเตรียมความพร้อมเออีซี หากนักท่องเที่ยวลด แล้วโครงการยังมีมากคงไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นจึงให้หน่วยงานในพื้นที่ทำแผนบูรณาการอีกครั้ง ว่า โครงการใดมีความสำคัญบ้าง และยังได้กำชับผู้ว่าราชการในกลุ่มจังหวัด ส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้นด้วย เพราะตอนนี้ โครงการส่วนใหญ่ยังล่าช้ากว่าแผนมาก” ทั้งนี้ยังได้สั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านท่องเที่ยว ดูแลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งช่วยติดตามการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ เช่น กำหนดให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวให้ครบถ้วนว่าตามกำหนดการนำเที่ยวไปที่ใดบ้าง แสดงราคาให้ชัด ไม่ใช่ระบุว่าจะเที่ยว 3 เกาะ แต่สุดท้ายพาไปแค่ 2 เกาะเท่านั้น ส่วนโรงแรมที่พักต้องแสดงราคาเข้าพักให้ชัดเจน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกต้องแสดงราคา และภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวเห็นได้อย่างชัดเจนด้วย นอกจากนี้ยังได้ติดตามงานด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะนโยบายสนับสนุนการเป็นเมืองบริการสุขภาพในอาเซียน และแนวทางพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัล ฮับ) พบว่า จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางการรักษาสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง แต่ละปีมีชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำว่า 10 ล้านคน โดยการเตรียมความพร้อมรองรับของโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทั้งวังหวัดสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 3,000 เตียง แต่ก็ยังพบปัญหาเรื่องการดูแลรักษาแรงงานต่างด้าว ซึ่งไม่มีระบบสวัสดิการรองรับ จึงได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุขหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “จิรชัย”ลงพื้นที่ภาคใต้รับมือเออีซี
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

“จิรชัย”ลงพื้นที่ภาคใต้รับมือเออีซี
-

บอร์ด กสท.ถกงบพัฒนาบุคลากรปี57
วันนี้ (23 ก.พ.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า วันที่ 24 ก.พ.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งสำนักงานฯ ได้สรุปรายงานผลการจัดอบรมของสำนักงาน กสทช. ที่จัดขึ้นตลอดปี 56 มีทั้งหลักสูตรที่จัดอบรมภายในประเทศ หลักสูตรที่จัดอบรมในต่างประเทศ และหลักสูตรที่ร่วมอบรมกับหน่วยงานภายนอก ที่ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 40 ล้านบาท โดยมีการรายงานผลที่ได้รับจากการจัดอบรม รวมทั้งประเมินข้อดี ข้อเสีย รวมถึงข้อเสนอแนะสำหรับการจัดอบรมในอนาคต ให้บอร์ดทราบ นอกจากนี้ ยังมีวาระที่บอร์ดต้องพิจารณาการร่วมประชุม อบรม สัมมนาในต่างประเทศและการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในปี 57 นี้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ประสบการณ์ และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และแวดวงอุตสาหกรรมสื่อ โดยในแต่ละปีองค์กรระหว่างประเทศที่ กสทช.เป็นสมาชิก จะมีจัดอบรมและสัมมนาการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของแต่ละประเทศ การจัดแสดงผลงาน การประชุมประจำปี ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้รับรู้ถึงข้อมูลที่ทันสมัย ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้รวบรวมขึ้นมา เพื่อเสนอให้บอร์ดพิจารณา“โดยส่วนตัวคิดว่าการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรพนักงาน กสทช. เป็นสิ่งที่ดี เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยี อุตสาหกรรมสื่อ หรือสภาพสังคมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก พนักงาน กสทช. จึงต้องติดตาม และทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ทั้งในระดับพนักงานและผู้บริหารควรมีความระมัดระวัง ในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รวมถึงบอร์ด กสทช.ควรเปิดเผยรายละเอียดการใช้งบรายบุคคล เพื่อความโปร่งใส และตรวจสอบได้” นางสาวสุภิญญา กล่าวนางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ยังมีวาระการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถรักษาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงได้ สลับกับการเปิดเพลงทางสถานีวิทยุกระจายเสียง ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นสถานีวิทยุที่ไม่ได้รับสิทธิ์ทดลองประกอบกิจการ ที่ผ่านมาพบสถานีวิทยุกระจายเสียงหลายแห่งที่ดำเนินการเช่นนี้ แต่ยังไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา ดังนั้นวันที่ 25 ก.พ.กสทช. กับ อย.จะหารือกันเพื่อจับมือกันหาวิธีการมอนิเตอร์การโฆษณาอาหารและยาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ทั้งในดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี และสถานีวิทยุกระจายเสียง ผลเป็นอย่างไรติดตามได้ภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ได้เตรียมหารือกับบอร์ดเกี่ยวกับทีวีดิจทัล เนื่องจากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายราย ซึ่งมีความห่วงกังวลกับประเด็น Must Carry ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ทั้งเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ที่มีปัญหาเรื่องศักยภาพทางเทคนิค หรือแม้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายก็มีข้อจำกัดทางเทคนิคในการที่จะทำตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ( Must Carry) จึงจะเสนอบอร์ด กสท. เพื่อหารือถึงความชัดเจนในข้อปฏิบัติที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ ที่อาจตามมา หรือทำไม่ได้จริงตามประกาศดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมที่จะให้บริการทันวันที่ 1 เม.ย.นี้หรือไม่ รวมถึงติดตามสอบถามความคืบหน้าการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทีวีดิจิทัลกับประชาชนด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ด กสท.ถกงบพัฒนาบุคลากรปี57 -

ราคาทอง22ก.พ.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,800บาท
วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:08 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,800 บาท รับซื้อ 20,011.20 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,400 บาท รับซื้อ 20,300 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,800 บาท รับซื้อ 20,011.20 บาท ทองแท่งขาย 20,400 บาท รับซื้อ 20,300 บาท เวลา 09:08 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง22ก.พ.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,800บาท