นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง บอกข้าราชการเกี่ยวกับการใช้งบกลาง 20,000 ล้านบาท ที่ กกต. อนุมัติ โดยเตือนว่าจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ได้เงินมาคืนงบกลาง ภายใน 31 พ.ค.นี้ ว่า เพิ่งเข้าใจความเสี่ยงต่อข้าราชการ ทั้งกระทรวงการคลัง พาณิชย์และสำนักงบประมาณ หากไม่ได้เงินคืนจะผิดเงื่อนไขที่ กกต. อนุมัติทั้งนี้ ข้าราชการจึงต้องคำนวณให้ดี หากไม่แน่ใจก็ควรแจ้งให้รัฐมนตรีรับทราบไว้ก่อน เพื่อรัฐมนตรีจะได้รับผิดชอบ แต่ยังมีปัญหามาตรา 181 (3) อีกด้วย หากได้เงินคืนไม่ครบ ก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้พ้นหน้าที่ไป จะมีผลผูกพันรัฐบาลหน้าอัตโนมัติ คือจะผิด มาตรา 181 (3) ทันที นอกจากนี้ ความผิดอาจจะลามไปถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ด้วย ดังนั้น หากจะปลอดภัย ควรจะรอให้ศาลชี้ขาดเรื่อง 30 วันหลังการเลือกตั้งก่อน“หากรัฐบาลจะเร่งรัดให้ กกต. จัดเลือกตั้งให้เสร็จเร็ว ก็ต้องได้เงินคืนเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้น สำหรับข้าราชการที่เสนอใช้งบกลาง 20,000 หมื่นล้านบาท ตอนนี้ต้องถือว่างานเข้าเสียแล้ว ต้องระมัดระวังเพิ่มอีกมากนะครั้ง ความเสี่ยงข้างต้น ผมเองก่อนหน้านี้มองไม่เห็นเลยครับ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ธีระชัย” โพสต์เฟสบุ๊คเตือนใช้งบกลางผิดกฎหมาย
เดือน: มีนาคม 2014
-

“ธีระชัย” โพสต์เฟสบุ๊คเตือนใช้งบกลางผิดกฎหมาย
-

พาณิชย์ร่วมใจ ช่วยเหลือชาวนา
นางศรีรัตน์รัษฐปานะปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวน บุคลากรของกระทรวงฯ ทั้งในส่วนกลางส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศรวมทั้งพันธมิตรและเครือข่ายของกระทรวงฯ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาโดยได้เปิดบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระทรวงพาณิชย์ ชื่อ “ กองทุนร่วมใจช่วยเหลือชาวนา(กระทรวงพาณิชย์) ”ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี385-0-12503-3รวมทั้งตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา ณสำนักงานกระทรวงพาณิชย์ในภูมิภาคทุกจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั่วโลก“กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มรณรงค์ขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้และจะนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปให้ชาวนาทั่วประเทศผ่านกองทุนช่วยเหลือชาวนา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรต่อไป ”นางศรีรัตน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดครูมาสอนงานฝีมือแก่กลุ่มชาวนาที่เดือดร้อนจากกรณีที่ไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลและมาปักหลักชุมนุมอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์และนำความรู้ที่ได้ไปประกอบเป็นอาชีพเสริมเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ร่วมใจ ช่วยเหลือชาวนา -

หอการค้าฯเล็งปรับจีดีพีรอบ 3
นายธนวรรธน์พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ในวันที่ 20มี.ค. 57 ศูนย์จะปรับประมาณการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 57ใหม่เป็นครั้งที่ 3 จาก 4-5% เหลือ 2-3% เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงความล่าช้าในการได้รัฐบาลชุดใหม่เพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและในอนาคตอาจจะปรับประมาณการณ์อีกหากสถานการณ์ทางการเมืองรุนแรงมากกว่านี้จนเกิดการปะทะกันหรือ รัฐบาลชุดใหม่สามารถจัดตั้งได้ล่าช้าหลังไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของปี"ในครั้งแรกทางศูนย์ได้คาดการณ์จีดีพีไทยปี57 ที่ระดับ 4-5% ในช่วงเดือน ธ.ค. 56 แล้วมาเปลี่ยนใหม่ครั้งที่ 2 ในช่วงม.ค. 57ที่ระดับ 3-4% และในเดือน มี.ค. ก็จะปรับใหม่ในระดับ 2-3% แต่ในเดือน มี.ค. นี้ถือว่าเป็นประกาศปรับตัวเลขอย่างเป็นทางการในครั้งแรกเนื่องจากทางศูนย์ฯเริ่มเห็นสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนมากขึ้นจากก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นปรับตัวเลขที่ยังไม่เป็นทางการ”ทั้งนี้ สาเหตุที่ศูนย์ประเมินว่าโอกาสที่ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี57 ที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดคือ 2-3% นั้นมาจากสมมุติฐานว่า ประเทศไทยสามารถได้รัฐบาลชุดใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 2ของปีไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งก็ตามเพื่อที่จะช่วยขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐที่จะมีประมาณปีละ 400,000 ล้านบาทรวมถึงได้สามารถเร่งความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นักท่องเที่ยว ภาคการบริโภคและการส่งออกได้เพราะในปัจจุบันกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเกือบทุกภาคดับเกือบหมดยกเว้นการท่องเที่ยวที่ยังพยุงเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังไม่สามารถหาข้อยุติจนทำให้ประเทศไทยได้รัฐบาลชุดใหม่ในไตรมาสที่3 ของปี ก็อาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับ 0-2% แต่หากปัญหายังลากยาวจนตั้งรัฐบาลใหม่ได้ในไตรมาสที่4 ของปีก็จะทำให้เศรษฐกิจติดลบทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอการค้าฯเล็งปรับจีดีพีรอบ 3