สถิติฯ วอนผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลการใช้ไอซีที ปี 2557 หวังรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ไอที ในสถานประกอบการ เพื่อให้ภาครัฐช่วยเหลือตรงจุด นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. นี้ สำนักงานฯ จะสำรวจการมีเครื่องมือในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ในสถานประกอบการที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการขายส่งและการค้าปลีก การผลิต การก่อสร้าง การขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้า ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ฯลฯ ทั่วประเทศ อาทิ การมีเครื่องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต การชำระและรับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ บุคลากรไอทีของสถานประกอบการ และความคิดเห็นเกี่ยวกับไอซีทีในสถานประกอบการ เป็นต้น สำหรับข้อมูลที่ได้ จะทำให้ทราบสถานการณ์การมีการใช้เทคโนโลยีในสถานประกอบการ เพื่อหน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย วางแผน และพัฒนาศักยภาพการใช้ไอทีในสถานประกอบการให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาและการใช้ไอซีทีในสถานประกอบการ อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม นำไปสนับสนุนและผลักดันในเรื่องการผลิตฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้กระทรวงแรงงานจะวางแผนการจัดหางานและส่งเสริมการจ้างงานให้ตรงสาขา กระทรวงศึกษาธิการจะวางแผนการผลิตบุคลากรด้านไอซีที ให้เพียงพอตรงความต้องการ ส่วนผู้ประกอบการ จะลงทุนด้านอุปกรณ์ไอทีเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการขยายกิจการให้มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ ดังนั้น จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สถิติฯวอนผู้ประกอบการให้ข้อมูลใช้ไอซีที
เดือน: มีนาคม 2014
-

สถิติฯวอนผู้ประกอบการให้ข้อมูลใช้ไอซีที
-

กสท.เตรียมรื้อช่องเคเบิลทีวีดาวเทียม ดึงช่อง1-36ให้ทีวีดิจิตอล
กสท.เตรียมรื้อช่องเคเบิลทีวี – ทีวีดาวเทียม นำ 36 ช่องทีวีดิจิตอลเรียงก่อน เพื่อช่วยสร้างการจดจำของประชาชน คาดออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอลได้กลางเดือนมีนาคมนี้ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า แนวคิดการปรับเรียงลำดับหมายเลขช่องสำหรับทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี โดยให้หมายเลขลำดับที่ 1-36 เป็นช่องทีวีดิจิตอล แล้วตามด้วยช่องรายการทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ซึ่งจะช่วยสร้างการจดจำของประชาชน และการประชาสัมพันธ์ของผู้ประกอบการนั้น คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.ก่อนที่จะมีการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลในช่วงประมาณ เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีกติกาประกาศของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่ให้สิทธิผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี สามารถจัดเรียงช่อง 1-10 ได้ตามการดำเนินธุรกิจและตามโดยช่องทีวีดิจิตอล พ.อ.ดร.นที กล่าวถึงการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลว่า ได้วางแผนเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงแรก ทดลองออกอากาศบางเวลา ช่วงที่ 2 ทดลองออกอากาศพร้อมประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสแครี่) และ ช่วงที่ 3 ทดลองออกอากาศภายใต้เงื่อนไขที่ กสท. กำหนด โดย กสท.คาดว่าจะสามารถออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการได้ประมาณกลางเดือน มี.ค.นี้ ส่วนจะมีผลบังคับใช้เมื่อไรยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ รวมถึงจะมีความชัดเจนในการโฆษณาได้ในช่วงระหว่างการทดลองออกอากาศเช่นกัน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.เตรียมรื้อช่องเคเบิลทีวีดาวเทียม ดึงช่อง1-36ให้ทีวีดิจิตอล -

“เอเชียซอฟท์”เปิดแผนปี 57 ลุยขยายธุรกิจเกมในอาเซียน
วันนี้( 3 มี.ค.) ที่อาคารยูเอ็ม ทาวเวอร์ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน“Asiasoft Talk 2014”เพื่อแถลงถึงผลประกอบการประจำปี 2556 พร้อมกับแถลงถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2557 โดย นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ในปี 57 นี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น โดยล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Level Up! ของฟิลิปปินส์ด้วยจำนวนเงินประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 163 ล้านบาท หลังจากที่เริ่มเข้าไปทำตลาดในฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้เอเชียซอฟท์ก้าวเป็นเบอร์หนึ่งในการให้บริการเกมออนไลน์ในประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยสัดส่วนการถือครองตลาดมากกว่า 50 % พร้อมฐานผู้เล่นกว่า 41 ล้านไอดี“ตลาดเกมออนไลน์ในฟิลิปปินส์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากสัดส่วนผู้เล่นเกมออนไลน์มากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์ทั้งหมด นับเป็นตลาดที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง ซึ่งจากการลงทุนในครั้งนี้ทำให้เอเชียซอฟท์มีฐานผู้เล่นรวมมากว่า 124 ล้านไอดีทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 70% และในประเทศ 30% ภายใน 3 ปีข้างหน้าจากปัจจุบันอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง”นอกจากนี้ยังจะขยายธุรกิจในส่วนของโมบาย เกม หลังจากที่เปิดเกมแรคนาร็อค โมบายไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถถึงจุดคืนทุนได้ภายใน 1 เดือนที่เปิดให้บริการ โดยมีแผนจะเปิดโมบาย เกมอีก 3-5 เกม ในปีนี้ เป็นเกมที่นำเข้ามาให้บริการจากต่างประเทศ รวมถึง รวมมือกับบริษัทนักพัฒนาของไทยเองโดยตั้งเป้าหมายรายได้จากโมบายเกมจะมีสัดส่วน 5% จากรายได้รวมในปีนี้นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของเกมออนไลน์มีแผนเปิดให้บริการเกมใหม่จำนวน 10 เกมในปีนี้ โดยจะรุกขยายฐานผู้เล่นในส่วนของเกมโมบ้า(MOBA)เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้เล่นให้ความสนใจเกมแนวนี้เพิ่มขึ้น และสัดส่วนตลาดของบริษัทในเกมกลุ่มนี้ยังขยายได้ไม่มากนัก โดยได้คัดเลือกเกมใหญ่อย่าง เกม Strife จาก S2Game ผู้พัฒนาเกฮอน(HON) ที่ได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทย คาดว่าจะเปิดให้เร็วๆนี้ และเกมหม่จากค่าย Blizzard ที่เตรียมให้บริการในกลางปี และพร้อมทั้งสนับสนุนการจัดระบบการแข่งขันอี-สปอร์ตอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการของผู้เล่นเกมออนไลน์ในกลุ่มนี้ นอกจากนี้เตรียมพัฒนาและขยายบริการครอบคลุมเรื่องของความบันเทิงออนไลน์ (Online Entertainment) เต็มรูปแบบ เกี่ยวกับ การศึกษา และโซเซียลเน็ตเวิร์ค ฯลฯสำหรับผลการดำเนินงานปี 56 บริษัทมีรายได้รวม 1,714.77 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 2,016.32 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 51.94 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82 เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิรวม 293.98 ล้านบาท สาเหตุหลักที่ผลกำไรไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องมาจากรายได้จากเกมออนไลน์ลดลง และการเปิดตัวเกมใหม่ๆไม่เป็นไปตามเป้ามายที่เปิดตัวเกมใหม่ได้เพียง 10 เกม จาก 29 เกมที่วางแผนไว้ รวมทั้งมีการตัดจำหน่ายค่าลิขสิทธิ์เกมที่เปิดให้บริการแล้วและเกมที่ยังไม่เปิดให้บริการที่คาดว่าไม่เหมาะกับตลาดเกมในไทยจำนวน 106 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 57 นี้ได้ตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอเชียซอฟท์”เปิดแผนปี 57 ลุยขยายธุรกิจเกมในอาเซียน