เดือน: มีนาคม 2014

  • ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล

    ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล

    นายอดิศร เสริมชัยวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อบุคคลในเดือนม.ค.57 ลดลง 50% หากเทียบกับเดือนธ.ค. 56  จากเดิมที่มียอดสินเชื่อประมาณเดือนละ 700 ล้านบาท เหลือเพียง 300-400 ล้านบาท และเริ่มเห็นสัญญาณการชำระหนี้ล่าช้าของลูกหนี้ โดยเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไป 1-2 เดือนจากปกติ  แต่ยังไม่ถึงขึ้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล หรือค้างชำระเกิน 90 วัน  ซึ่งธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ต้องการให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น และในปัจจุบันเอ็นพีแอลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-4%    “ปกติการชำระหนี้ล่าช้าจะอยู่ที่ 3-4% แต่ในเดือนม.ค.และก.พ.เพิ่มขึ้น 1-2% ทำให้การชำระหนี้ล่าช้าเพิ่มเป็น 5-6%   แต่ยังไม่ได้กังวล เพราะธนาคารมีความระมัดระวังให้สินเชื่อและเพิ่มการติดตามหนี้กับลูกค้า ซึ่งเห็นว่าความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่  เนื่องจากคนยังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อการศึกษา รักษาพยาบาล  นอกจากนี้ธนาคารได้ปรับเป้าสินเชื่อส่วนบุคคลลงตั้งแต่ต้นปีเหลือเพียง 7,000-8,000 ล้านบาท ปกติยอดปล่อยสินเชื่อจะอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท”              นอกจากนี้ธนาคารได้ออกโปรโมชั่นในช่วงที่ลูกค้าชะลอการใช้จ่ายคือ สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช โปรดี เลือกได้ ซึ่งมี 2 ทางเลือก ด้วยการให้ดอกเบี้ยพิเศษ 18% สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 300,000 บาทขึ้นไป  และมีระยะเวลาการผ่อนชำระตั้งแต่ 12-36 เดือน   ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับวงเงินอนุมัติ 90,000 บาทขึ้นไป และผ่อนชำระตามที่ธนาคารกำหนด 6 เดือนแรก ลูกค้าจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย  4% ต่อปีในเดือนที่ 7ถึงเดือนที่ 12 รวมระยะเวลา 6 เดือนจะทำให้ลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก เพราะปกติสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงสุดที่ 28% และตั้งเป้าสินเชื่อไว้ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช คืนดอกเบี้ย 50% ในช่วง 2 รอบบัญชี  คาดว่าจะมีมูลค่าสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม ปกติธนาคารคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเฉลี่ย 22%  ซึ่งการให้ดอกเบี้ยลูกค้าขึ้นกับคุณภาพของลูกค้าด้วย และการเปิดตัวแคมเปญนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ลูกค้าธนาคารอื่นเข้ามาใช้บริการของธนาคารมากขึ้น  ส่วนการปล่อยสินเชื่อรายย่อยได้ปรับเป้าลดลงเหลือ 26,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ 33,000-34,000 ล้านบาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล

  • อดีตผอ.สลากย้ำขั้นตอนออกรางวัลโปร่งใส

    อดีตผอ.สลากย้ำขั้นตอนออกรางวัลโปร่งใส

    พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่เลขท้าย 3 ตัว ของรางวัลที่ 1 คือ 404 และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 79 เป็นตัวเลขตรงกับทะเบียนรถนายกรัฐมนตรี ว่า เลขทุกเลขมีสิทธิ์ที่จะออกได้หมด โดยยืนยันว่าขั้นตอนการออกรางวัลของสำนำงานสลากฯ มีความโปร่งใส การป้องกันการทุจริต และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ภายหลังจากที่เคยดำเนินคดีคดีฉ้อโกงประชาชน (หวยล็อก) ของนายณรงค์ อุ่นแพทย์ (กลม บางกรวย) ที่สมัยนั้นเป็นตนผู้บังคับการกองปราบปราม สืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่า การกระทำของกลม บางกรวยและพวก ได้มีการล็อกเลขจริง ทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ถูกดำเนินคดีและอยู่ในเรือนจำทั้งหมด นอกจากนี้ ตนได้มีโอกาสมาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ จึงได้ทำหน้าที่ร่วมกับคณะกรรมการในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์การออกรางวัลทั้งหมด โดยเดินทางไปซื้ออุปกรณ์จากประเทศสหรัฐฯ เพื่อนำมาใช้ในการออกรางวัลให้มีกลักสากลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกครั้ง คณะกรรมการการออกรางวัลจะเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่บุคคลในองค์กร โดยผ่านอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เรียนเชิญบุคคลที่ทรงคุณวุฒิ และมีความน่าเชื่อถือมาเป็นประธานการออกรางวัล ส่วนคณะกรรมการที่เหลือจะมาจากหน่วยงานราชการ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแหล่งชาติ ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง รวมทั้ง สื่อมวลชน ที่จะเข้าร่วมกันออกรางวัลและเป็นสักขีพยานในการออกรางวัลแต่ละงวด ที่สำคัญ ในช่วงของการออกรางวัลจะมีการปิดอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดอีกด้วย สำหรับอุปกรณ์การออกรางวัลนั้น ยืนยันว่ามีการจัดเก็บรักษาเป็นอย่างดี โดยคณะกรรมการสลากฯจะจัดเก็บรักษากุญแจไว้คนละ 1 ดอก ทำให้ไม่สามารถนำมาดัดแปลงได้ โดยยืนยันว่าขั้นตอนการดำเนินงานทุกๆ ขั้นตอนมีความโปร่งใส โดยเฉพาะการออกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลขท้าย 3 ตัว และรางวัลที่ 1 ทุกครั้ง จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ จะตรวจอุปกรณ์ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ รวมทั้ง เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามารับชมหรือสังเกตการณ์ออกรางวัล หรือรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ที่ให้ประชาชนรับชมกระบวนการออกรางวัลตั้งแต่ต้นจนจบอีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อดีตผอ.สลากย้ำขั้นตอนออกรางวัลโปร่งใส

  • กทค.อนุมัติให้ยิงดาวเทียวไทยคม8 แล้ว

    กทค.อนุมัติให้ยิงดาวเทียวไทยคม8 แล้ว

    วันนี้ (18 มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติอนุมัติให้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชย) สามารถเพิ่มบริการดาวเทียมดวงใหม่ภายใต้ใบอนุญาตเดิม หรือ สามารถ ยิงดาวเทียมดวงที่ 8 ขึ้นสู่วงโคจร 78.5 องศาตะวันออกตามที่ไทยคมยื่นขอมา โดยมีระยะเวลา 18 ปีสำหรับการให้บริการดาวเทียมทุกดวงต่อจากนี้ จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตดวงที่ 7 ที่อนุมัติไปเมื่อปี 2555 โดยไทยคมจะจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายใต้ดวงที่ 7 ทั้งหมด ทั้งนี้ ไทยคมได้ยื่นขอต่อ กทค. เพื่อขอเพิ่มบริการโครงข่ายดาวเทียมภายใต้ใบอนุญาตเดิมที่เคยได้รับในการให้บริการดาวเทียมไทยคม 7 โดยมีหนังสือยืนยันจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่าไทยคมได้รับอนุญาตให้ใช้วงโคจรดังกล่าวแล้วอย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ไทยคมให้บริการดาวเทียมรวม 3 ดวง คือ ไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่ 119.5 องศาตะวันออก ไทยคม 5, 6 ที่ 78.5 องศาตะวันออกและ ไทยคม 7 ที่ 120 องศาตะวันออก โดยการยิงไทยคม 8 ครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของทีวีดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมีความต้องการใช้งานช่องสัญญาณดาวเทียมสูงมากสำหรับประเทศไทย มีสิทธิ์ในวงโคจร 6 ตำแหน่ง คือ 50.5 78.5 119.5 120 126 และ 142 องศาตะวันออก โดย 50.5 อยู่ระหว่างการเจรจาหาดาวเทียมเพื่อรักษาวงโคจร ขณะที่อีก 2 ตำแหน่งที่เหลือยังไม่เคยมีการใช้งานดาวเทียม เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ครอบคลุมบริเวณมหาสมุทรอินเดียและบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก จึงต้องใช้งบลงทุนสูงในการสร้างสถานีรับส่งภาคพื้นดินในบริเวณกลางทะเล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กทค.อนุมัติให้ยิงดาวเทียวไทยคม8 แล้ว