หยิบนวัตกรรมจากภาคเอกชนมาเป็นไฮไลต์ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่เน้นย้ำการถ่ายทอด ต่อยอดและสามารถนำไปสร้างประโยชน์ สร้างธุรกิจได้จริง กับงานประชุมวิชาการของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประจำปี 2557 หรืองาน NAC 2014 ที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี : พลังขับเคลื่อน การพัฒนาที่ยั่งยืน” ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. บอกว่า สวทช.เห็นว่า ไทยจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และชุมชนท้องถิ่น ที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดระบบการวิจัยของประเทศที่เข้มแข็งมากขึ้น มีความเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพสูงในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันภาคธุรกิจไทยไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ต้องมีการปรับตัวเพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ซึ่งงาน NAC 2014 จะเป็นเวทีให้กับนักวิจัยของสวทช.ทั้ง 4 ศูนย์แห่งชาติ คือเนคเทค ไบโอเทค เอ็มเทคและนาโนเทค ได้นำองค์ความรู้ในสาขาต่าง ๆ เผยแพร่ถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนรวมถึงประชาชนทั่วไป งานนี้จัดเต็มสัมมนาวิชาการระดม สมอง แลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 หัวข้อ โดยเฉพาะหัวข้อการเสวนาพิเศษเรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : พลังขับเคลื่อน การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมุ่งสะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีต่อยุทธศาสตร์และทิศทางของประเทศ เรียกง่าย ๆ ว่าหากจะต้องปฏิรูปประเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำคัญและจำเป็นอย่างไร ไฮไลต์ยังอยู่ที่นิทรรศการความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งจากนักวิจัย สวทช. และความร่วมมือกับภาคเอกชน อย่างเช่นสื่อโฆษณาบนล้อมอเตอร์ไซค์ ผลงานจาก บริษัทเวิล์ด มอเตอร์ บริษัทผู้เช่าพื้นที่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการโฆษณาของไทย นายสุรพจน์ ฤทธิ์ฉิ้ม ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายออกแบบและพัฒนาของเวิล์ด มอเตอร์ บอกว่า เดิมบริษัททำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์อยู่แล้วทั้งมิเตอร์และระบบติดตามรถ นวัตกรรมใหม่นี้เป็นการสร้างสื่อโฆษณาบนล้อรถซึ่งไม่ซ้ำแบบใคร ใช้เทคโนโลยีหลอดแอลอีดีในการสร้างภาพนิ่งและวิดีโอบนล้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งวิ่งอยู่ตามท้องถนน ภาพจะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อวิ่งด้วยความเร็วขั้นต่ำ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมาะสำหรับลูกค้าบริษัทสื่อโฆษณาทั้งในและต่างประเทศ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือแก้วรูพรุนไล่ยุงและปรับอากาศโดยใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เป็นผลงานของบริษัทไทยเทคโนกลาส ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากนาโนเทค ในการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษกระจกเหลือใช้ ซึ่งสามารถแปรรูปมาเป็นแก้วรูพรุน น้ำหนักเบา และใช้ดูดซับน้ำมันตะไคร้หอมไล่ยุงที่มีการพัฒนาสูตรการผลิตให้สามารถปลดปล่อยสารได้อย่างเสถียรและชะลอการระเหยในอากาศได้นานถึง 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นนิทาน 3 มิติที่ใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ระบบตรวจวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ ผลงานของเนคเทค ชุดทดสอบคุณภาพน้ำมันปาล์มเคลื่อนที่ ของเอ็มเทค และการนำเสนอเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์จากไบโอเทค ที่แสดงกระบวนการตั้งแต่การจัดเก็บจุลินทรีย์จากความหลากหลายในธรรมชาติของไทย จัดเก็บในคลังวัสดุชีวภาพ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่มีหลากหลายด้านอย่างเช่นด้านการเกษตร ที่นักวิจัยค้นพบว่าแบคทีเรียบีทีสามารถผลิตโปรตีน VIP ที่สามารถฆ่าแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อจึงนำมาต่อยอดในการผลิตสารควบคุมแมลงศัตรูพืช รวมถึงการเปิดบ้านสวทช.ให้ภาคธุรกิจที่สนใจได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยและห้องปฏิบัติการทดสอบของ สวทช. รวมถึงบริษัทผู้เช่าและพันธมิตรของ สวทช. ที่พร้อมรับโจทย์และช่วยแก้ปัญหาให้แก่ภาคอุตสาหกรรม อยากรู้ว่างานวิจัยไทยก้าวหน้าไปแค่ไหน และจะตอบโจทย์ประเทศได้อย่างไร ดูได้ที่งาน NAC 2014 วันที่ 31 มี.ค.-3 เม.ย.นี้ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (รังสิต)จ.ปทุมธานี. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อวดความก้าวหน้างานวิจัยไทยใน NAC 2014
เดือน: มีนาคม 2014
-

อวดความก้าวหน้างานวิจัยไทยใน NAC 2014
-

อุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพมาแรงในไทย
การ์มิน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เผยตลาดอุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพ เป็นสินค้ามาแรงในตลาดประเทศไทย ทั้งอุปกรณ์เพื่อการขี่จักรยานและวิ่ง นอกเหนือไปจากระบบนำทางในรถยนต์ นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัทอีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า ธุรกิจอุปกรณ์จีพีเอสของไทย ยังเติบโตต่อเนื่องเหมือนตลาดโลก ปีนี้อีเอสอาร์ไอ ตื่นเต้นกับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ของการ์มินมาก เชื่อว่ากว่าครึ่ง อุปกรณ์นำทางรถยนต์การ์มิน ซึ่งเป็นของอเมริกามีสาขาทั่วโลก นายไกรรพ กล่าวว่า การ์มินมีอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรืออุปกรณ์ที่เรียกว่าแวร์ราเบิลมาประมาณสองปี แม้จะกลุ่มเล็ก แต่กลับมีอัตราการเติบโตสูงมาก เพราะเทรนด์ของไอทีเวลานี้ ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสวมใส่ไปกับร่างกายได้ สำหรับประเทศไทย พบว่า จากข้อมูลของการวิ่งมาราธอนในไทย มีผู้ร่วมงานเพิ่มมากขึ้นทุกปี คนไทยหันมาทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ทั้งวิ่ง และขี่จักรยาน ปีนี้การ์มินมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเริ่มวางจำหน่ายในไทย แยกเป็นอุปกรณ์นำทางการ์มิน รุ่นนูวี่ 3592 แอลเอ็ม เป็นอุปกรณ์นำทางจีพีเอสเครื่องแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เชื่อมต่อไว-ไฟ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและแผนที่ได้ตลอดเวลา ราคา 13,500 บาท วีโว่ฟิต เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่มีฟังก์ชั่นการทำงานตรวจสอบระดับการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของร่างกาย จำนวนก้าว แคลอรี และระยะทาง แบตเตอรี่ใช้งานนาน 1 ปี การใช้งานเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นการ์มิน รองรับทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส ราคา 4,890 บาท ฟอร์รันเนอร์ 620 และ 220 นาฬิกาจีพีเอสสำหรับนักวิ่งขั้นสูง เหมือนมีครูฝึกส่วนตัว ทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย และติดตามการวิ่งแบบเรียลไทม์ ราคา 13,500-15,500 บาท และเวิร์บ อิลิท เป็นกล้องวิดีโอแบบแอ๊คชั่นคาเมร่า กันน้ำ บันทึกภาพได้นาน 3 ชั่วโมง มีจีพีเอสความไวสูง สำหรับบันทึกข้อมูล พร้อมไว-ไฟ โอนถ่ายข้อมูลบนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน กันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที โดยไม่ต้องใส่เคส หากจะใช้งานใต้น้ำนานกว่านั้นต้องซื้อเคสกันน้ำแยกต่างหาก ราคา 14,900 บาท นายไกรรพ ยอมรับว่า ช่วงแรกที่สมาร์ทโฟนมีบริการแผนที่นำทาง ก็เกรงว่าจะกระทบต่อธุรกิจอุปกรณ์นำทาง แต่ปรากฏว่า สมาร์ทโฟนเหมือนอุปกรณ์นำทางจีพีเอสตัวแรกของผู้ใช้ เมื่อคล่องแล้วก็จะมาซื้ออุปกรณ์นำทางจีพีเอสโดยเฉพาะ เพราะมีฟังก์ชั่นมีความละเอียดของแผนที่มากกว่า ปัจจุบันราคาเฉลี่ยของอุปกรณ์นำทางจีพีเอสการ์มิน ระหว่าง 4,000-15,000 บาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุปกรณ์ไอทีเพื่อสุขภาพมาแรงในไทย -

กสท การันตีความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์
ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ในโลกยุคใหม่การแข่งขันสูงขึ้น การบริหารข้อมูลลูกค้าในยุคปัจจุบันต้องเป็นแบบดิจิทัล การลงทุนด้านการจัดเก็บข้อมูลจะต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้น บริษัทไอทีขนาดใหญ่ จึงต้องพึ่งพาองค์กรที่มีความพร้อมในการรักษาฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อลดต้นทุน และสิ่งสำคัญที่บริษัทไอทีต้องทำ คือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยเฉพาะความปลอดภัยของข้อมูล ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ล้วนต้องการการบริหารจัดการข้อมูลบริษัท สิ่งสำคัญที่ กสท คำนึงคือ การบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบและต้องมีความปลอดภัยที่สูง ปัจจุบัน กสท เปิดให้บริการ คลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านไอที ทั้งการจัดหาทรัพยากรทางด้านคอมพิวเตอร์ต่างๆ ระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลระบบ เป็นต้น โดยหากต้องการจัดเก็บข้อมูล ลูกค้าจะต้องลงทุนในด้านของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ พนักงานดูแลระบบ ถือเป็นต้นทุนที่สูง ทั้งนี้ ปัจจุบัน กสท มีบริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง 4 บริการหลักๆ คือ ไอริส คลาวด์ (IRIS Cloud) โดยลูกค้าไม่ต้องลงทุนในส่วนฮาร์ดแวร์ สิ่งที่ต้องจ่ายคือค่าใช้บริการเท่านั้น สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆลงบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่เตรียมไว้ แล้วอัพข้อมูลขึ้นไปเก็บ คิดเงินตามการใช้งานจริง คือ ใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนจำนวนเท่าไหร่ สเปคเครื่องเท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้น และมีความยืดหยุ่นตามความต้องการใช้งานของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ในการประกาศผลสอบแอดมิชชั่นผ่านเว็บไซต์ เมื่อมีการใช้งานช่วงนั้นมาก การใช้งานจะช้า ลูกค้าสามารถเพิ่มจำนวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนของบริการคลาวด์จาก กสท โดยไม่ต้องซื้อ หรือหาเช่าที่อื่น และเมื่อหมดช่วงประกาศผลสอบลูกค้าสามารถลดจำนวนเครื่องที่ต้องการใช้งานได้ “เรามีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องไอที ไม่ต้องกังวลในเรื่องของระบบล่ม หรือปัญหาความปลอดภัย สามารถกำหนดและอนุญาตให้ใครก็ได้เข้ามาใช้งานหรือแก้ไขในระบบตามที่ลูกค้ากำหนด” ไอริส แบ็กอัพ (IRIS Backup) เป็นบริการสำรองข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ของลูกค้าขึ้นไปเก็บไว้บนระบบคลาวด์ ลูกค้าสามารถตั้งค่าการสำรองข้อมูลได้อัตโนมัติ และกู้ข้อมูลกลับด้วยตนเอง ไอริส แอคเซราเรเตอร์( IRIS Accelerator) เป็นบริการที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ของลูกค้า โดยพาร์ทเนอร์ของบริษัทมี Edge server ที่ติดตั้งอยู่ตาม ไอเอสพี ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งจะทำการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ลูกค้าไว้ จากนั้น เมื่อมีผู้ที่ต้องการเข้าสู่เว็บไซต์ก็สามารถรับข้อมูลเว็บไซต์จาก Edge server ที่ใกล้ที่สุด ไอริส โปรเทคชั่น (IRIS Protection) เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เว็บไซต์ลูกค้า ทำหน้าที่เหมือน Web Application Firewall รองรับการโจมตีที่จะมายังเว็บไซต์ เช่น SQL-injection, Xsite scripting, DDoS attack และภัยคุกคามอื่นๆ ดร.ดนันท์ เล่าวว่า นอกจากนี้ ในปลายปีนี้ กสท จะเปิดบริการไอริส ไดรฟ์ (IRIS Drive) จะเป็นการรับฝากไฟล์ข้อมูลบนระบบคลาวด์ เปรียบเสมือนกับการสร้าง ไดรฟ์ เก็บข้อมูลบนคลาวด์ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูลในไดรฟ์ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและสามารถแชร์ผ่านไฟล์ต่างๆ ในไดรฟ์กับคนอื่นๆ เพื่อทำงานและแก้ไขร่วมกันได้ นอกเหนือจาก คลาวด์ คอมพิวติ้งแล้ว เดือนมิ.ย.นี้ กสท มีแผนจะเปิดศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์เพื่อให้บริการ Carrier Neutral โดยให้โอเปอเรเตอร์ ต่างๆ วางอุปกรณ์ในดาต้า เซ็นเตอร์ ของ กสท และเชื่อมโยงวงจรภายนอกอาคารได้ ดังนั้น ลูกค้าที่มาใช้บริการเช่าใช้พื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์จะมีทางเลือกมากขึ้น สามารถเลือกใช้วงจรเชื่อมโยงของโอเปอเรเตอร์รายใดก็ได้ สำหรับรายได้ปี 2556 มีรายได้รวมอยู่ที่ 177 ล้านบาท แบ่งเป็นบริการในกลุ่มไอริส คลาวด์ 17 ล้านบาท กลุ่มอินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (ไอดีซี) 160 ล้านบาท โดยปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 225 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มไอริส คลาวด์ไว้ที่ 60 ล้านบาท กลุ่มไอดีซี 165 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการได้ตรงตามธุรกิจในยุคของการแข่งขันที่รุนแรง. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท การันตีความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์