รร.แพทย์มาตรฐานสากล โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (JCI) เป็นแห่งแรกของรัฐและโรงเรียนแพทย์แห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล มีพันธกิจหลักในด้านบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขโดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนทุกระดับเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด ซึ่งหนึ่งในยุทธศาสตร์ของคณะฯ คือ ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณค่าได้มาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับในเวทีสากลโดยมุ่งเน้นเป็นผู้นำการรักษาและการบริการที่มีคุณภาพและความน่าไว้วางใจสูงตามมาตรฐานสากล จัดระบบการให้บริการผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบูรณาการและสร้างเครือข่ายของการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคซับซ้อนอย่างครบวงจรให้การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพสูงและการบริการที่มีความน่าไว้วางใจเพื่อยกระดับการรักษาพยาบาล มุ่งพัฒนาการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ สร้างความเป็นเป็นเลิศ สร้างนวัตกรรมบริการชี้นำมาตรฐานการดูแลรักษาพยาบาลแก่สังคมและเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย คณะฯ จึงได้นำมาตรฐาน JCI ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานของการดูแลผู้ป่วยทั่วโลกที่สากลยอมรับโดยองค์กรที่ทำ JCI แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยผู้ป่วย ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าการบริการที่ได้รับมีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด คีรีฯรุกอินโดนีเซีย คีรี แทรเวลสยายปีกเปิดดำเนินการคีรี แทรเวลอินโดนีเซีย โดยจับมือกับซันดาเทรลส์เปิดสำนักงานในลอมบอกและฟลอร์ส มีพนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษและดัชต์เข้าประจำการ ซุนดาเทรลส์เป็นบริษัทนำเที่ยวในประเทศอินโดนีเซียที่เปิดดำเนินการมากว่า 12 ปี ก่อตั้งโดย แอนิต้า เวิร์นโฮเวน ชาวดัชต์ ซึ่งอาศัยและทำงานในอินโดนีเซียมากว่า 20 ปี จนสามารถใช้ภาษาอินโดนีเซียสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว ซุนดาเทรลส์เน้นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์และเรียนรู้ชุมชนซึ่งตรงกันกับแนวทางการดำเนินงานของคีรี แทรเวลโดยมีเส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่นในชวา บาหลี และสุมาตรา ซึ่งมีทั้งการเดินป่า ขี่จักรยาน ดำน้ำและสัมผัสวิถีชาวเกาะของอินโดนีเซีย วิลเลม นีมเมเจอร์ ซีอีโอ คีรี แทรเวลระบุว่า ทั้งคีรีและซุนดานั้นมีเป้าหมายเดียวกันคือการท่องเที่ยวในแบบยั่งยืนโดยสร้างสรรค์โปรแกรมการเดินทางที่จะเปิดประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บริการคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายอินโดนีเซียเต็มไปด้วยขุมทรัพย์ทางการท่องเที่ยวที่พร้อมให้ประสบการณ์ที่แตกต่างโดยคีรี แทรเวลวางแผนที่จะจัดโปรมแกรมทัวร์ชวา บาหลี โอรังอูตัน และหมู่เกาะโคโมโด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาษาเดียวกัน วันที่ 19 มีนาคม 2557
เดือน: มีนาคม 2014
-

ภาษาเดียวกัน วันที่ 19 มีนาคม 2557
-

TIFF 2014 อีกก้าวของไม้สักแพร่
หลังจากจังหวัดแพร่โดยคุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ประกาศให้ยุทธศาสตร์เฟอร์นิเจอร์ซิตี้ เป็นยุทธศาสตร์จังหวัดแพร่เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2556 ที่ผ่านมาก่อนจะตามมาด้วยงานมหกรรมไม้สักงานแสดงสินค้าอย่างไม้สักที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จังหวัดแพร่ได้รับเชิญจากกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย ผู้สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้า Thailand International Furniture Fair (TIFF) ร่วม กับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีแนวคิดเชิญชวนผู้ประกอบการ SMEs ได้แก่ กลุ่มไม้จริง, โซฟา, พาแนลเข้าร่วมแสดงในงานแสดงสินค้า ซึ่งไม่เพียงทำให้งาน TIFF 2014 มีความน่าสนใจที่สินค้าหลากหลาย แต่ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพได้มีโอกาสนำสินค้ามาแสดงในงาน TIFF 2014 งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการยอมรับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดและรวมเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ล้ำสมัยมากที่สุดของไทยที่ผู้ซื้อทั้งไทยและต่างประเทศรอคอยที่จะมาชมงาน โดยจังหวัดแพร่ส่งตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ต.ดอนมูล และกลุ่มผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์แพร่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยมีพื้นที่แสดงสินค้าในงาน TIFF 2014 ขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตรร่วมกับพื้นที่ของจังหวัดแพร่ตามแนวคิดและรูปแบบผลิตภัณฑ์ GoldenTeak Furniture Exhibition from Phrae : where we start the very firstforest plantation in Thailand sine 1910 “เอาของมาลองตลาดเอาคนของเรามาดูงาน” คือเป้าหมายหลักของจังหวัดแพร่ในการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อเป็น การเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ขณะที่สินค้าไม้จริงในแบบที่ผ่านการดีไซน์ในรุ่นแรก ๆ ที่นำมาจัดแสดงก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติเป็นอย่างดีเพราะการนำไม้จริงมาใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในห้วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป “การมาร่วมงานในครั้งนี้เราได้นำผู้ประกอบการไม้สักในพื้นที่กว่า 40 ชีวิตให้มาดูงานเพื่อจะเป็นการพัฒนารูปแบบเฟอร์นิเจอร์ ไม้สักของเมืองแพร่ให้ก้าวไปสู่ระดับสากล เพราะอีกไม่นานเราก็จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อนั้นสินค้าจากพม่าและลาวซึ่งมีรูปแบบไม่ต่างกันก็จะเข้ามาตีตลาดในราคาที่ถูกกว่า ขณะที่จีนและอินโดนีเซียแม้จะมีช่างฝีมือดีราคาถูกแต่คุณภาพของไม้สักก็ยังด้อยกว่า เราจึงต้องพัฒนาเพื่อให้ก้าวนำออกจากรูปแบบเดิม ๆ ไปให้ได้” ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวต่อว่า แพร่ได้เปรียบที่อื่นตรงที่มีป่าไม้สักปลูกในพื้นที่ของเอกชนซึ่งมีพื้นที่กว่า 2 แสนไร่ มีไม้สักอายุ 30 ปีขึ้นอยู่มากกว่า 20 ล้านต้น จึงมีวัตถุดิบพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ผลิต เพราะในขณะนี้การใช้ไม้จากพื้นที่อนุรักษ์เป็นเรื่องที่ทั่วโลกไม่ยอมรับแต่สำหรับแพร่แล้วนี่คือความแตกต่าง โดยผู้ซื้อสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นตอแหล่งผลิตว่าไม้สักที่นำมาใช้นั้นมาจากที่ใดและปลูกขึ้นเมื่อใดตามหลักมาตรฐานสากล “งานไม้สักนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในดีเอ็นเอของคนแพร่นอกจากจะมีแหล่งไม้สักที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังมีโรงงานกว่า 1,700 แห่ง มีช่างไม้กว่า 40,000 คน แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ก็คือเรื่องของดีไซน์และการผลิตอย่างเป็นระบบ การที่ผู้ประกอบการได้มีโอกาสมาดูงานในครั้งนี้จะทำให้โลกทัศน์ของแต่ละคนกว้างขึ้น และทางจังหวัดเองก็พร้อมที่จะสนับสนุน โดยจะมีการจัดตั้งโรงงานต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อไปในอนาคต” โรงงานต้นแบบที่ว่านั้นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ร่วมกันลงขันซื้อที่ดินจำนวน 10 ไร่ ที่ ต.หัวดง อ.สูงเม่น จ.แพร่ เพื่อก่อสร้างโรงงานต้นแบบ โดยจังหวัดได้ให้งบประมาณสนับสนุนอีกจำนวนหนึ่ง โรงงานต้นแบบนอกจากจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังมีองค์ความรู้ในเรื่องไม้ที่จะช่วยเสริมให้กับช่างเมืองแพร่ไม่ว่าจะเป็นการต่อไม้หรือการตัดโค้ง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีในงานไม้สักของแพร่มาก่อน ขณะที่การแก้ปัญหาเรื่องไม้หดตัวไม่ได้คุณภาพนั้นสามารถแก้ปัญหาได้แล้วด้วยเทคโนโลยีการอบไม้โดยมีโรงอบ 23 แห่งกระจายตัวอยู่ในวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัด ขณะเดียวกันวิทยาลัยชุมชนแพร่ภายใต้การดูแลของคุณสมศักดิ์ตันติแพทยางกูร ผอ.สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ได้ร่วมนำร่องโครงการเฟอร์นิเจอร์ซิตี้โดยผ่านกระบวนการศึกษาสร้างกระบวนความคิดในการออกแบบและการผลิตอย่างเป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ รวมทั้งทำการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระบบ งาน TIFF 2014 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเมืองแพร่ที่จะก้าวข้ามรูปแบบเดิม ๆ ไปสู่ดีไซน์แบบใหม่ที่พร้อม ตอบโจทย์เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงเพิ่มมูลค่าซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในวันนี้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : TIFF 2014 อีกก้าวของไม้สักแพร่ -

เคทีซีทวงบัลลังก์บัตรเครดิต วางแผน 5ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง
หลังจากเป็นยักษ์หลับซุ่มใช้เวลา 2 ปียกเครื่ององค์กรใหม่เสริมศักยภาพให้ฟิตเปรี๊ยะทุกขุมพลังมาในวันนี้ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ภายใต้การนำของ “ระเฑียร ศรีมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก็กลับมาประกาศตัวพร้อมทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ด้วยการมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20%ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งซีอีโอหนุ่มฉายภาพให้ฟังว่า ธุรกิจบัตรเครดิตยังมีอัตราการเติบโตดีแม้ว่าจะมีปัญหาการชะลอตัวเศรษฐกิจ แต่ประชาชนยังต้องมีการจ่ายจึงมีแผนที่จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเหมือนทุกปี และปีนี้วางแผนไว้ว่าจะมีกำไรโตไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท จากปี 56 มีกำไรอยู่ที่ 1,282 ล้านบาท และมีเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจบัตรเครดิตภาย ใน 5 ปีข้างหน้า โดยแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทฯ จะเน้นขยายฐานสมาชิกบัตรเครดิตกลุ่มเป้าหมายใหม่และผู้ใช้บัตรเดิม คาดว่าอัตราการใช้บัตรจะเติบโต15% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมโต 10% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ได้กังวล เพราะปกติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แต่ที่ยังทำไม่ได้คืออัตราการเจริญเติบโตของการใช้บัตร ดังนั้นแผนงานในปีนี้ตั้งเป้าขยายฐานบัตรเครดิตเพิ่มอีก 400,000 ใบ จากฐานบัตรในปัจจุบัน 1.5 ล้านใบ โดยการทำตลาดจะต้องให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละกลุ่มตามช่วงอายุและรายได้ ซึ่งปีนี้จัดสรรงบประมาณทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท “แม้ว่าจะมีปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่เอ็นพีแอลของบริษัทอยู่ที่ 2.2% ถือว่าต่ำกว่าระบบที่อยู่ในอัตราเฉลี่ย 2.3% และที่ผ่านมามีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้ที่ 5,090 ล้านบาท เกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.กำหนดไว้ 3 เท่า เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน นอกจากนี้มีแผนออกหุ้นกู้อีก 11,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระในไตรมาส 3 นี้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท” สำหรับสถานการณ์ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมาการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตไม่ถึง 1% จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10-15% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่บริษัทยังไม่ได้ปรับเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้ตั้งไว้ 30% และกำไรโตประมาณ 20% ส่วนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 20% จากปี 56 ที่มียอดใช้จ่ายประมาณ 120,000 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าประชาชนเกิดความเคยชินกับปัญหาการเมือง ดังนั้นเชื่อว่าผู้บริโภคยังมีการใช้จ่ายเหมือนเดิม “บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่ม แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างนี้ เพราะที่ผ่านมามีการตั้งสำรองไว้ในสัดส่วนที่สูงสามารถอยู่ได้ถึง 12 เดือน ขณะที่คู่แข่งของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันมีสำรองที่ตั้งอยู่แค่ 3 เดือน ทำให้สถานะของเคทีซีค่อนข้างแข็งแรงมาก ทั้งในแง่ของคุณภาพหนี้และการตั้งสำรอง” ขณะที่ “สุดาพร จันทร์วัฒนากุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจสินเชื่อบุคคล เห็นว่าสินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสดไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เพราะประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดไม่เหมือนกับบัตรเครดิตที่รูดซื้อสินค้า ซึ่งยอดใช้จ่ายบัตรกดเงินสดในเดือนม.ค.อยู่ที่ 10,000 กว่าล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะโต 15% จากพอร์ตสินเชื่อสิ้นปี 56 อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ขณะที่ลูกค้าใหม่ในปีนี้ตั้งไว้ 130,000 ใบ จากฐานลูกค้าในปัจจุบันอยู่ที่ 638,959 ใบส่วน “พิทยา วรปัญญาสกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต มองว่า ตลาดบัตรเครดิตยังแข่งขันกันแรงการทำแคมเปญเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่องหยุดไม่ได้ในช่วงเศรษฐกิจมีความท้าทายด้านการ เมือง โดยเน้นจับมือพันธมิตรต่าง ๆ ร้านอาหาร ชอปปิง ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มลูกค้าเน้นระดับกลางและระดับบน รวมถึงนักศึกษาที่จบใหม่ ด้าน “ชุติเดช ชยุติ” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส คอร์ปอเรทไฟแนนซ์ ระบุว่า เคทีซีไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะสถานะทางการเงินมีความที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนของหนี้สินต่อทุน อยู่ที่ 7.5 เท่า จากปี 55 มีอยู่ประมาณ 8.5 เท่า ถ้าบริษัทฯ ทำกำไรได้ 1,300 ล้านบาท จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ 40% และมีวงเงินเหลืออีก 700 ล้านบาท รวมถึงมีกำไรสะสมที่ยังค้างอยู่กับส่วนของทุนที่ยังไม่ได้ใช้ทำให้สามารถที่จะขยายธุรกิจได้อย่างน้อยปีละ 10,000 ล้านบาท ซึ่งทุก ๆ ปีบริษัทฯ จะมีวงเงินปล่อยสินเชื่อประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่ามีสินทรัพย์รวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น จากสิ้นปี 56 มีสินทรัพย์รวม 51,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้าที่ 49,138 ล้านบาท พอร์ตลูกหนี้รวมสุทธิเท่ากับ 46,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 44,552 ล้านบาท ฐานสมาชิกรวม 2.21 ล้านบัญชี ประกอบด้วย บัตรเครดิต จำนวน 1.57 ล้านบัตร ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสุทธิ 32,875 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล เคทีซี แคช” จำนวน 639,000 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคล เคทีซี แคช สุทธิ 13,597 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งผู้เล่นหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่กระโดดเข้ามาแย่งเค้กตลาดบัตรเครดิตของบ้านเราก็คงต้องจับตาดูต่อไปว่า ’ระเฑียร” จะนำพาเคทีซีผงาดทวงความยิ่งใหญ่ได้ไว้หรือไม่? . สุกัญญา สังฆธรรม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคทีซีทวงบัลลังก์บัตรเครดิต วางแผน 5ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง