วันนี้(13 มี.ค.) ณ เอเชีย ทีค กรุงเทพมหานคร โนเกีย ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมเปิดตัวโทรศัพท์มือถือโนเกีย เอ็กซ์(Nokia X) สมาร์ทโฟนแพลตฟอร์ม โนเกีย เอ็กซ์ ที่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแอนดรอยด์มาใช้งานได้ รุ่นแรกของโนเกีย นายจิระพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา บริษัทโนเกีย (ประเทศไทย ) จำกัด กล่าวว่า โนเกีย เอ็กซ์ เป็นสมาร์ทโฟน จอใหญ่ 4 นิ้ว ซึ่งทำงานเป็นแพลตฟอร์มใหม่ของโนเกีย เรียกว่า โนเกีย เอ็กซ์ ที่สามารถใช้งานแอนดรอยด์ได้ ประมาณ 70 % โดยเน้นใช้งานง่ายสไตล์โนเกีย ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งานบนแอนดรอยด์ที่ดีที่สุด “โนเกีย เอ็กซ์ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแอนดรอยด์มาใช้ได้จากโนเกียสโตร์และจากแหล่งอื่น เป็นสมาร์ทโฟนที่ฉีกกฎมือถือแอนดรอยด์ เพราะใช้บริการของไมโครซอฟท์ได้ทั้งเอาท์ลุค และออฟฟิศ บริการจากโนเกียทั้งเฮียร์แมพ โนเกีย มิกซ์เรดิโอ และบริการต่างๆ บนโนเกียสโตร์ ซึ่งดีต่อทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งาน” นายจีระพัฒน์ กล่าว ทั้งนี้ โนเอ็กซ์ จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2557 ราคา 3,990 บาท มี 6 สี คือ สีแดง เหลือง เขียว ฟ้า ขาว และดำ สามารถเปลี่ยนหน้ากากได้ ส่วนโนเกีย เอ็กซ์แอล จอ 5 นิ้ว คาดว่าจะเข้ามาประมาณเดือนเมษายน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โนเกียเอ็กซ์จอ4นิ้วใช้แอพแอนดรอยด์ได้
เดือน: มีนาคม 2014
-

โนเกียเอ็กซ์จอ4นิ้วใช้แอพแอนดรอยด์ได้
-

ราคาข้าวตลาดโลกร่วงระนาว
ร.ต.ท.เจริญเหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาส่งออกข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวขาว 5% มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงต่ำกว่า400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปัจจุบันที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 410 เหรียญสหรัฐต่อตันลดลงมาเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา 20-30 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาส่งออกข้าวชนิดเดียวกันของเวียดนามก็ปรับลดลงมาเหลือตันละ370-380 เหรียญสหรัฐต่อตันเช่นกัน ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากปริมาณข้าวในตลาดโลกปัจจุบันมีเพิ่มขึ้น เกินกว่าความต้องการบริโภค ทำให้ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกมีการเร่งส่งออกข้าวจำนวนมากโดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลไทยที่มีแผนระบายสต๊อกข้าวให้ได้เดือนละ 1 ล้านตันเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าข้าวคืนให้กับชาวนาไทยส่วนผลผลิตข้าวรอบใหม่ของเวียดนามกำลังทยอยออกสู่ตลาดเช่นกันขณะที่อินเดียก็มีสต๊อกข้าวภายในประเทศจำนวนมากจึงส่งผลทางจิตวิทยาให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวลดลง “มีการประเมินว่ารัฐบาลไทยยิ่งเร่งระบายสต๊อกข้าวออกมาก็จะทำให้ราคาส่งออกข้าวต่ำลงอีกจนอาจหลุด 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยขณะนี้แต่ละประเทศต่างชะลอซื้อข้าวเพราะเชื่อว่าจะได้ข้าวในราคาต่ำลงจากสต๊อกของรัฐบาลไทยทำให้เวียดนามก็ต้องปรับลดราคาลงมาเพื่อส่งออกเช่นกัน” ร.ต.ท. เจริญกล่าวว่า ราคาข้าวที่ลดลงไม่ใช่เรี่องการตัดราคาข้าวแข่งขันกันแต่เมื่อสต๊อกข้าวรัฐบาลไทยที่มีมาก โดยข้าวสต๊อกเก่าที่เหลืออยู่ 15 ล้านตันรวมกับข้าวสต๊อกใหม่ที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2556/57 อีก 5 ล้านตันยังไม่รวมกับข้าวนาปรัง 57 ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเชื่อว่าจะมีข้าวเปลือกเข้ามาขายในตลาดอีก 5 ล้านตันเป็นความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเร่งระบายสต๊อกออกมาและทำให้ราคาข้าวร่วงลงต่อเนื่องเว้นแต่ว่าจะมีรัฐบาลใหม่ให้เร่งเข้ามากู้เงินเพื่อจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาแทนการเร่งระบายข้าวออกจากสต๊อก ก็จะทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวดีขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาข้าวตลาดโลกร่วงระนาว -

แบงก์ใหญ่พาเหรดหั่นดอกกู้-ฝาก.
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง0.13% เพื่อตอบสนองนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง.ที่ประชุมในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรืออารพีลง0.25%มาอยู่ที่ระดับ 2% ที่ต้องการเพิ่มแรงสนับสนุนให้กับภาวะเศรษฐกิจในประเทศและลดต้นทุนในการทำธุรกิจให้กับลูกค้าของธนาคาร โดยส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) จากระดับ 6.88% มาอยู่ที่ระดับ 6.75% และปรับอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) จาก 7.53% มาอยู่ที่ 7.40% ยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (เอ็มอาร์อาร์) ยังคงอัตราเดิมคือ 8.1% สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา จากเดิม 0.63% มาอยู่ที่ระดับ ฃ0.50% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำลง 0.15%-0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุงเทพได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง 0.125% ส่งผลให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์จาก 0.625%มาอยู่ที่ 0.5% เงินฝากประจำ 3 เดือน จาก 1.25-1.625% มาอยู่ที่ 1.5-1.625% เงินฝากประจำ 6 เดือน จาก 1.625-1.75% มาอยู่ที่ 1.5-1.625% และเงินฝากประจำ 12 เดือน จาก 2% มาอยู่ที่ 1.875% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มแอลอาร์จาก 6.875% มาอยู่ที่ 6.75% เอ็มโออาร์จาก 7.375% มาอยู่ที่ 7.25% ยกเว้นเอ็มแอลอาร์ดอกเบี้ยคงเดิม8% ไม่เปลี่ยนแปลงมีผลตั้งแต่ 13 มี.ค.57 สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125% และเงินฝาก ลง 0.10-0.125% หลังจากกนง.มีมติลดดอกเบี้ยอาร์พี ส่งผลให้ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์จาก 6.87% มาอยู่ที่ระดับ 6.745% ลง0.125% และเอ็มอาร์อาร์จาก8.1% มาอยู่ที่ระดับ 7.975 % ขณะที่เงินฝากออมทรัพย์ลดลง 0.125% จาก 0.625% มาอยู่ที่ 0.5% ส่วนเงินฝากประจำลดลง 0.10% เช่น ฝากประจำ 3 เดือน จาก 1.25-1.35% มาอยู่ที่ 1.15-1.25% ฝากประจำ 6 เดือน จาก 1.5-1.7% มาอยู่ที่1.4-1.6% เงินฝากประจำ 12 เดือน จาก 1.9-1.95% มาอยู่ที่ 1.8-1.85% มีผลตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ใหญ่พาเหรดหั่นดอกกู้-ฝาก.