นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการประมูลข้าวผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟท)ว่า หลังจากมีการยกเลิกการประมูลเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็จะมีการประมูลอีกครั้งในวันที่ 26มี.ค. 2557 ซึ่งเบื้องต้นยังคงประมูลที่กระทรวงพาณิชย์ ส่วนปริมาณคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็น300,000 ตัน จากที่เคยประกาศจะประมูลในปริมาณ244,000 ตัน ในครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากเสียโอกาสทางการตลาดไปแล้วครั้งหนึ่งก็ต้องการให้มีการระบายมากขึ้นเพื่อชดเลยกัน ทั้งนี้คาดว่าจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมประมูลข้าวคึกคักเนื่องจากแนวโน้มราคาข้าวในอนาคตจะสูงขึ้นเพราะผลผลิตจะออกสู่ตลาดได้น้อยลงเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจึงเป็นแรงจูงใจหนึ่งที่เอกชนจะมาช้อนซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำไปเพื่อทำกำไรในอนาคต ส่วนความวิตกว่าผู้ชุมนุมอาจมีการขัดขวางการระบายข้าวของรัฐบาลอีกครั้งนั้นยอมรับว่ารู้สึกกังวลแต่อยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ของชาวนาเพราะการที่กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบายข้าวก็เป็นเพราะต้องการนำเงินที่ได้จากการระบายมาจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำหากมีการขัดขวางก็จะยิ่งทำให้การจ่ายเงินชาวนาได้ล่าช้าออกไปอีก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เพิ่มปริมาณข้าวประมูลตลาดเอเฟต
เดือน: มีนาคม 2014
-

เพิ่มปริมาณข้าวประมูลตลาดเอเฟต
-

สวนสยามทุ่ม 200 ล้านปรับปรุง
นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารสยามพาร์คซิตี้ สวนสยามทะเลกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี57-61 สวนสยามจะทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาทเพื่อใช้ปรับปรุงและนำเข้าเครื่องเล่นต่างๆ ครั้งใหญ่ สำหรับรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน(เออีซี) ที่จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกันจะเพิ่มการพัฒนาบุคลากรและการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะกับเครื่องเล่นต่างๆ ที่ผสมความโลดโผนด้วย โดยคาดว่าเมื่อเปิดเออีซีในปี58จะทำให้เพิ่มสัดส่วนของจำนวนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 50%หรือระมาณ 100 ล้านคนจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% นอกจากนี้จะใช้งบประมาณ 90 ล้านบาทในการประชาสัมพันธ์และออกกลยุทธ์ทางการตลาดในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการทำการตลาดแบบต่อเนื่อง ด้วยการ ร่วมออกงานจัดแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยว(โรดโชว์) กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยจะชูจุดแข็งเหนือคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ด้วยความเป็นสวนสนุกที่มีความหลากหลาย และมีความคุ้มค่ากับราคา อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์มางการเมืองที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ มีแนวโน้มว่าปีนี้สวนสยามอาจจะปรับลดรายได้ลงจาก 600ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 30%ตั้งแต่มีการชุมนุมโดยเป็นกลุ่มคนไทยมากที่สุด เพราะกำลังซื้อลดลงรวมถึงนักท่องเที่ยวไม่มีอารมณ์ที่จะท่องเที่ยวด้วย “ตั้งแต่มีเหตุการณ์ทางการเมือง สวนสยามได้ใช้กลยุทธ์แบบพิเศษ ด้วยการลดราคาเข้าบริการจาก 900บาทเหลือ500 เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจกับนักท่องเที่ยว พร้อมจัดกิจกรรม ซุปเปอร์บิ๊กฮอลิเดย์ 2014 เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียนที่ปิดเทอมได้เข้าร่วมกิจกรรมความสนุก เช่น แอโรบิคกลางทะเลเทียม มิวสิคในสวนสนุก เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สวนสยามทุ่ม 200 ล้านปรับปรุง -

บินไทยฝันปีนี้กำไร
นายโชคชัยปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้มั่นใจว่าผลประกอบการจะกลับมามีกำไร และไม่ขาดทุนเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาขาดทุนประมาณ 12,000 ล้านบาทเนื่องจากมีภาระรับต้นทุนสูงมากโดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีการเติบโตของรายได้ประมาณ 3-4% เทียบจากปีก่อนและยืนยันความปลอดภัยผู้โดยสารซึ่งอยู่ในระดับสากล ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถดูแลได้ตามกฎมาตรการของกรมการบินพลเรือนอย่างแน่นอน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ปรับลดเที่ยวบิน ในช่วงเดือนต.ค. 56 – ม.ค. 57 เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานในไตรมาส 2เฉลี่ย 3-4% เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวชาวจีนคิดเป็นสัดส่วน 40% ของปริมาณผู้โดยสารทั้งหมด และคาดว่าไตรมาส 2 นักท่องเที่ยวจากจีนจะทยอยกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายลง นอกจากนี้การบินไทยได้จัดพิธีเจิมเครื่องบิน โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีเจิมเครื่องบิน รุ่นที่ทันสมัยที่สุดจำนวน2 ลำ ได้แก่ แอร์บัส เอ 330-300 มีนามพระราชทานว่า “สมุทรปราการ”บรรทุกผู้โดยสารได้ 299 ที่นั่ง และโบอิ้ง 777-300อีอาร์ มีนามพระราชทานว่า “เมทินีนาถ”บรรทุกผู้โดยสารได้ 348 ที่นั่ง หลังได้รับมอบมาเมื่อปีที่แล้ว โดยทั้ง 2ลำให้บริการเส้นทางภูมิภาคและเส้นทางบินข้ามทวีป ส่งผลให้ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300อีอาร์ รวม 27 ลำ เครื่องบินโบอิ้ง777-300อีอาร์ รวม 9 ลำ และ แอร์บัส เอ 380 ใหญ่ที่สุด รวม 6 ลำ “ เครื่องแอร์บัส เอ330-300 จะนำมาใช้บินส่วนภูมิภาค รวมถึงจีน ญี่ปุ่นและอินเดีย ที่บิน 4-6 ชั่วโมง ส่วนโบอิ้ง777-300 ถือเป็นเครื่องที่ทันสมัยที่สุดมีประสิทธิภาพในการเผาพลาญน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยเทคโนโลยีมีความทันสมัยมีการพัฒนาไปสูงมาก ส่วนประสิทธิภาพในการบรรทุกผู้โดยสาร348-350 คน เป็นเครื่องพิสัยไกลโดยจะใช้ในเส้นทางระหว่างยุโรปและออสเตรเลียโดยทั้ง 2 ลำ ถือเป็นความภาคภูมิใจของการบินไทย นอกจากแอร์บัส เอ380ที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ดังนั้นทั้ง 3 รุ่นที่ให้บริการของการบินไทยขณะนี้ถือว่าทันสมัยที่สุดและในเร็วๆนี้จะมีการรับเครื่องโบอิ้ง 787 มาเสริมทัพต่อไป”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยฝันปีนี้กำไร