เดือน: มีนาคม 2014

  • “ชัชชาติ”ชี้ศาลปกครองตัดสินเป็นผลดี

    “ชัชชาติ”ชี้ศาลปกครองตัดสินเป็นผลดี

    นายชัชชาติสิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.51ทั้งฉบับที่ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศ(ร.ฟ.ท.)ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับ บริษัท โฮปเวลล์แล้ว ซึ่งคำตัดสินของศาลปกครองกลางดังกล่าวถือเป็นคุณกับ ร.ฟ.ท. แต่ทางบริษัทโฮปเวลล์ ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ส่วนรายละเอียดของคดีจะดำเนินการต่อไปอย่างไรต้องไปพิจารณาในรายละเอียดก่อน   นางสร้อยทิพย์ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลปกครองยังไม่ถึงที่สุดคาดว่าทางบริษัท โฮปเวลล์ จะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อไปจนถึงศาลปกครองสูงสุดแต่ผลการพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นคุณกับกระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท.จึงต้องจับตาดูทางบริษัทจะดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมอีก   “ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าทางบริษัท โฮปเวลล์ จะทำยังไงต่อไปคงพยายามหาช่องทางเพื่อดำเนินการอุทธรณ์ต่อไป ยังไม่จบแน่นอน”      นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า สำหรับค่าเสียหายที่ศาลปกครองกลางกล่าวถึงจำนวน 59 ล้านบาทที่กระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท.ไม่ต้องจ่ายให้บริษัท โฮปเวลล์ นั้นยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน เพราะเท่าที่ทราบมูลค่าที่บริษัท โฮปเวลล์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาทดังนั้นจะต้องสอบถามรายละเอียดให้มีความชัดเจนอีกครั้ง     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาออกมา นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการร.ฟ.ท.ได้เรียกผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าหารือเพื่อพิจารณารายละเอียดและกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป    นายประภัสร์ กล่าวว่าการที่ศาลปกครองกลางตัดสินออกมาครั้งนี้ ทำให้ร.ฟ.ท.ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่คณะอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินไปก่อนหน้านี้เพราะถือว่าเป็นการตัดสินที่ไม่มีอำนาจแต่ทางบริษัทโฮปเวลล์สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชัชชาติ”ชี้ศาลปกครองตัดสินเป็นผลดี

  • เจ้าท่าเร่งซ่อมโป๊ะเรือเจ้าพระยา

    เจ้าท่าเร่งซ่อมโป๊ะเรือเจ้าพระยา

    นายศรศักดิ์ แสนสมบัติอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า  ใน 57 กรมฯเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมโป๊ะเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา 8  แห่งโดยใช้ระยะเวลา 240 วัน  เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่นได้สะดวกขึ้น ประกอบด้วยท่าเรือสมุทรปราการ ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 5 เมตรยาว 10 เมตร พร้อมสะพานปรับระดับ ,ท่าเรือสมุทรปราการหน้าตลาดสดวิบูลย์ศรี ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตรพร้อมสะพานปรับระดับ , ท่าเรือสุขสวัสดิ์ 53 ซ่อมโป๊ะขนาดกว้าง 6 เมตรยาว 12 เมตร  พร้อมสะพานปรับระดับ , ท่าเรือวัดบางกระสอบซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร  พร้อมสะพานปรับระดับและศาลาพักผู้โดยสาร    นอกจากนี้ยังมีท่าเรือถนนตกก่อสร้างทางเดินเชื่อมกว้าง 2.85 เมตร ยาว 40 เมตร , ท่าเรือสี่พระยา2 โป๊ะ ซ่อมยึดหลังคา ของสะพานปรับระดับที่ชำรุด , ท่าเรือสะพานพระราม8 ฝั่งพระนคร ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร  , ท่าเรือพิบูลย์สงคราม1 ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 1 เมตร โดยกรมฯ จะใช้งบประมาณทั้งหมด 5 ล้านบาทในการซ่อมแซมโป๊ะทั้ง 8 แห่ง เชื่อว่า หลังจากซ่อมแซมโป๊ะดังกล่าวจะช่วยทำให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความสะดวกมากขึ้น และระหว่างนี้กรม ฯก็จะสำรวจความปลอดภัย และจุดอำนวยความสะดวกในจุดอื่นๆ ต่อไป     “ กรมเจ้าท่ามีหน้าที่หลักในการควบคุม กำกับดูแล และบริหารงานเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งทางน้ำโดยส่งเสริมพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆรวมทั้งการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำโดยแม่น้ำเจ้าพระยามีโป๊ะเทียบเรือในความดูแลของกรมเจ้าท่าอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งบางแห่งมีสภาพชำรุดเสียหายตามอายุการใช้งาน เพื่อเป็นการอำนวยความความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการโป๊ะเทียบเรือและนักท่องเที่ยวอีกทั้งมีเหตุการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นและระดับน้ำสูงขึ้นทำให้เกิดความเสียหายแก่โป๊ะเทียบเรือ”   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าท่าเร่งซ่อมโป๊ะเรือเจ้าพระยา

  • หุ้นปิดตลาดพุ่ง 14.08 จุด

    หุ้นปิดตลาดพุ่ง 14.08 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 มี.ค. ดัชนีสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค (รีบาวน์) ขึ้นได้ทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาคที่ปิดบวก เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบในประเทศมากดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังสถานการณ์การเมืองไร้ความเคลื่อนไหว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด  1,370.73 จุด และลดลงต่ำสุด  1,361.24 จุด จนมาปิดตลาด 1,370.50  จุด เพิ่มขึ้น 14.08 จุด หรือ 1.04   % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,630.14 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ทรู ปิดที่ 7.65 บาท  เพิ่มขึ้น 0.20 บาท 2. เอไอเอส ปิดที่ 217.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท 3. ไอวีแอล ปิดที่ 22.00 บาท  เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 4. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 177.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 5. ทอท.  ปิดที่ 196.50 บาท  เพิ่มขึ้น 3.50 บาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นปิดตลาดพุ่ง 14.08 จุด