เดือน: มีนาคม 2014

  • “ระวี” ชี้หากมีกำลังมากอยากนำชาวนาปฎิวัติรัฐบาล

    “ระวี” ชี้หากมีกำลังมากอยากนำชาวนาปฎิวัติรัฐบาล

    ที่กระทรวงพาณิชย์วันที่ 13 มี.ค. 57   นายระวี รุ่งเรืองประธานเครือข่ายชาวนาไทย  กล่าวว่า การประท้วงของชาวนาอาจจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเพราะปักหลักประท้วงมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินจากรัฐบาลเสียทีและหากตนมีกำลังพอ อยากจะนำชาวนาปฏิวัติรัฐบาลเลยด้วยซ้ำ     นายระวี  กล่าวถึงกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ระบุว่าการที่กลุ่ม กปปส. ได้ปิดกระทรวงพาณิชย์และตัดไฟเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาจนทำให้การประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลผ่านตาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟต) ปริมาณ 244,000 ตัน ล่ม และต้องเลื่อนไปเป็นวันที่26มี.ค.ถือเป็นการทำให้กระทรวงพาณิชย์เสียโอกาสที่จะนำเงินจากการขายข้าวส่งคืนคลังเพื่อจ่ายให้ชาวนาโดยเร็วว่า อย่าดีแต่ผายลม ก่อนหน้าที่จะมีปัญหากู้เงินไม่ได้ทำไมไม่จัดการกู้เงินให้เรียบร้อย ชาวนาเดือดร้อนมานานแล้ว ตอนนี้ต้องเร่งหาเงินก้อนใหญ่มาให้แล้วการขายข้าวเดือนละ 1 ล้านตัน มูลค่าไม่เกิน 10,000 ล้านบาท ทำกี่เดือนกว่าจะหาเงินได้ครบ 130,000 ล้านบาทที่ติดหนี้ชาวนาอยู่    ”ตั้งแต่ผมปิดถนนที่วังมะนาวและมาปักหลักที่กระทรวงพาณิชย์เป็นเดือนแล้ว ยังไม่เห็นหน้ารัฐมนตรีคนไหนเลยมีแต่วันที่เรียกผมให้ไปพบเพื่อล็อบบี้ให้เลิกประท้วง และพาชาวนากลับบ้านโดยจะจ่ายเงินให้ชาวนาภาคตะวันตกก่อนพร้อมกับจะจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับบ้านอีกเท่านั้นทำไมรัฐบาลทำผิดพลาดเรื่องเงินจ่ายค่าข้าวให้ชาวนาแล้วไม่มายอมรับผิด แล้วขอโทษเหมือนอย่างที่ประเทศอื่นทำกัน” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ระวี” ชี้หากมีกำลังมากอยากนำชาวนาปฎิวัติรัฐบาล

  • ศึกชิงประธานส.อ.ท. คนใหม่คึก

    ศึกชิงประธานส.อ.ท. คนใหม่คึก

    นายสุพันธุ์ มงคลสุธีรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานส.อ.ท.คนใหม่ว่า การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ในวันที่ 17 มี.ค. นี้ตนจะไม่ให้มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง ส.อ.ท.เด็ดขาดโดยนโยบายที่ไม่ต้องการให้นักการเมืองมาหาเสียง คือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยต้องการให้เป็นกลไกตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาการขึ้นค่าแรง 300บาทต่อวันได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างมาก “ผมพร้อมที่จะกล้าชนการเมืองภายใต้ผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลักหากได้รับการเลือกเป็นประธานเรื่องแรกที่จะดำเนินการคือจะประสานงานกับทีมงานของนายวิศิษฎ์ลิ้มประนะ รองประธานส.อ.ท.ซึ่งเป็นคู่แข่งให้เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อที่จะสร้างองค์กรให้เป็นปึกแผ่นไม่แตกแยกเช่นที่ผ่านมาทันที ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นนอมินิของใครแม้แต่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคนปัจจุบัน ผมเป็นกลางมาโดยตลอด ซึ่งหากแพ้ผมเองก็จะอยู่ทำงานต่อ ไม่ลาออกไปไหน ” นายวิศิษฐ ลิ้มประนะ รองประธานส.อ.ท.ผู้สมัครลงเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้งจะทำให้องค์กรส.อ.ท.ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองและพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้องค์กรแตกแยกและที่สำคัญจะไม่ให้รัฐบาลใช้นโยบายอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นำมาหาเสียงอีกเพราะเป็นการนำเงินของภาคเอกชนมาหาเสียงโดยตรง และส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างมาก  ส่วนนโยบายเร่งด่วนหากตนได้รับเลือกเป็นประธานส.อ.ท.คนใหม่นั้นจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเฉพาะการผลักดันแก้ปัญหาสภาพคล่องของอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเอสเอ็มอีและเร่งแก้ปัญหาการส่งออกของประเทศ  นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่าตนสนับสนุนนายวิศิษฎ์ โดยมั่นใจว่า คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของนายวิศิษฎ์มาจากเอสเอ็มอีซึ่งมีมากถึง 70% ของสมาชิกทั้งหมด แต่สิ่งที่วิตกกังวล คือความโปร่งใสในการเลือกตั้งเท่านั้น    นายวัลลภวิตนากร รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า มั่นใจว่านายสุพันธ์ จะได้รับการเลือกเป็นประธานส.อ.ท.คนใหม่เพราะตนทำงานที่ส.อ.ท.มานานและเมื่อเลือกอยู่ฝ่ายไหนก็จะชนะ ถ้าแพ้ตนก็พร้อมจะไป    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศึกชิงประธานส.อ.ท. คนใหม่คึก

  • ททท.จับมือบริษัทนำเที่ยวยุโรปกระตุ้นตลาดไทย

    ททท.จับมือบริษัทนำเที่ยวยุโรปกระตุ้นตลาดไทย

    นายธวัชชัยอรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.ได้หารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ของยุโรป 5รายเพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน ในการนำนักท่องเที่ยวจากยุโรปมาให้ได้บริษัทละ 100,000 คน ระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค.นี้ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของชาวยุโรปขณะเดียวกันก็ต้องการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวที่หายไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การชุมนุมด้วยโดยทุกบริษัทจะต้องนำตัวแทนที่อยู่ในเครือข่ายกว่า50บริษัทมาดูสถานที่ท่องเที่ยวและบรรยากาศจริงเพื่อจัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบพิเศษในประเทศไทยช่วงเดือนเม.ย.นี้ก่อนที่จะนำโปรแกรมไปขายให้นักท่องเที่ยวต่อไป “หลังจากได้มีการคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่บริษัท Meier,บริษัทFit,บริษัทAltourและบริษัทDertourซึ่งทุกบริษัทหนักใจเหมือนกันว่าถ้าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเค้าก็จะแย่ตามไปด้วยจึงจะร่วมกันที่ผลักดันให้นักท่องเที่ยวยุโรปมาไทยเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้ขาดช่วงจะทำให้มีปัญหาถึงช่วงหน้าหนาวของยุโรปหรือช่วงปลายปีนี้ได้โดยเป้าหมายนักท่องเที่ยวยุโรปตลอดปีนี้ตั้งไว้ 6.73 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.78%จากปีท่ีผ่านมา” อย่างไรก็ดีททท.ได้มีการประชุมกับผูือำนวยการททท.ทุกภูมิภาคของยุโรปเพื่อประเมินสถานการณ์จากการชุมนุมซึ่งสรุปภาพรวมได้ว่ามีนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสที่ปรับตัวดีขึ้นจากสหราชอาณาจักรอยู่ในระดับที่ดี แต่ต้องผลักดันตลาดแอฟริกาใต้ตะวันออกกลางให้มากขึ้น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จับมือบริษัทนำเที่ยวยุโรปกระตุ้นตลาดไทย