เดือน: มีนาคม 2014

  • เล็งขยายเวลา รถไฟ-รถเมล์ฟรี

    เล็งขยายเวลา รถไฟ-รถเมล์ฟรี

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอเรื่องการขอขยายระยะเวลามาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางทั้งรถเมล์ฟรีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.)และรถไฟฟรี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ให้ครม.พิจารณาขยายเวลาออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 เม.ย.57 เนื่องจากเห็นว่ามาตรการนี้ช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนได้รวมทั้งยังเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการแต่หากจะเปลี่ยนแปลงควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่  “หาก ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอจะต้องส่งเรื่องขออนุมัติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) อีกครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่การต่ออายุรถเมล์ฟรีและ รถไฟฟรีในครั้งนี้ ถือเป็นการทำตามนโยบายเดิมของรัฐบาลไม่ใช่การออกนโยบายใหม่  เชื่อว่า กกต.จะพิจารณาอนุมัติให้รัฐบาลสามารถทำต่อได้ แต่หาก กกต.ไม่อนุมัติก็คงต้องยอมรับตามตำตัดสิน” รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า การขยายระยะเวลามาตรการรถเมล์และรถไฟฟรีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่1 ต.ค. 56 สิ้นสุดในวันที่  31 มี.ค.57 โดยมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดสรรเงินชดเชย ค่าโดยสาร ให้แก่ ขสมก.และ ร.ฟ.ท. ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 2,085 ล้านบาท แบ่งออกเป็นเงินชดเชยที่จ่ายให้ ขสมก. เป็นค่าใช้จ่ายการจัดรถโดยสารประจำทางธรรมดา800 คันต่อวัน ใน 73 เส้นทาง จำนวน1,553 ล้านบาท และเงินชดเชยค่าโดยสารที่จ่ายให้ ร.ฟ.ท.เป็นค่าใช้จ่ายการจัดรถไฟชั้น3 เชิงสังคม 164 ขบวนต่อวัน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกลในขบวนรถเชิงพาณิชย์ 8 ขบวนต่อวัน ให้บริการประชาชน 532ล้านบาท  นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์กานขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก) กล่าวว่า ขสมก.ได้เสนอให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการรถเมล์ฟรีออกไปอีก1 เดือนแล้ว หลังมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในวันที่31 มี.ค. แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถต่ออายุมาตรการได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงต้องรอให้รัฐบาลพิจารณาในแง่ของกฎหมายก่อน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ขสมก.ก็จะเริ่มเก็บค่าโดยสารตามปกติในวันที่1 เม.ย. 57 “ขสมก.ได้ส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาไปแล้วประมาณ1 สัปดาห์ โดยขอให้ต่อทีละ 1 เดือนจากปกติจะต่อครั้งละ 6 เดือน เพราะไม่มั่นใจว่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 หรือไม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบของประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือด ร้อนหากไม่มีมาตรการรถเมล์ฟรีให้บริการอีก”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งขยายเวลา รถไฟ-รถเมล์ฟรี

  • ดันตั้ง”ไทยโทร”หนุนเอกชนไทยไปนอก

    ดันตั้ง”ไทยโทร”หนุนเอกชนไทยไปนอก

    นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะผู้สมัครประธานส.อ.ท. คนใหม่ เปิดเผยว่า เตรียมผลักดันให้ไทยจัดตั้งหน่วยงานองค์การส่งเสริมการค้าของไทย (ไทยโทร) คล้ายกับองค์การส่งเสริมการค้าของญี่ปุ่น (เจโทร) โดยเป็นการทำงานของภาคเอกชน ร่วมกับภาครัฐ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และส่งเสริมให้ข้อมูลผู้ประกอบการที่จะไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  จากปัจจุบันมีหน่วยงานทางภาครัฐ เช่น  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แต่ยังสนับสนุนได้ไม่เต็มที่ “ขณะนี้โลกการค้าในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว มีการเคลื่อนไหวการลงทุนอย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งหากเอกชนไหน ไปลงทุนพื้นที่ที่มีศักยภาพก่อน ก็จะได้เปรียบ เพราะฉะนั้นคิดว่า ถ้าไทยตั้งไทยโทร หน่วยงานที่เอกชน เป็นตัวนำ และมีภาครัฐคอยสนับสนุน เชื่อว่า จะทำให้ผู้ประกอบการไปลงทุนในต่างประเทศได้คล่องตัวขึ้น และมีข้อมูลที่แม่นยำ เห็นได้จากหน่วยงานเจโทรของญี่ปุ่น ที่จะคอยให้ข้อมูลนักลงทุน และดูแลนักลงทุนของเขาอย่างดี  ซึ่งปัจจุบันบีโอไอ ก็มีการดูแลได้ในระดับหนึ่ง เพราะต้องดูแลนักลงทุนต่างชาติที่มาลงทุนในไทยด้วย” สำหรับนโยบายเร่งด่วน หากตนได้รับเลือกเป็นประธานส.อ.ท.คนใหม่นั้น จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลักดันแก้ปัญหาสภาพคล่องของอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และเร่งแก้ปัญหาการส่งออกของประเทศ รวมทั้งจะผลักดันสนับสนุนให้มีการยุติปัญหาความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด และจะฟื้นฟูและกู้ภาพลักษณ์ เชื่อมั่นของประเทศ ทั้งด้านการลงทุน และการท่องเที่ยว และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหาแนวทางและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาเศราฐกิจ ด้านการผลิต การค้าการบริการ และการลงทุนที่ชะลอตัว ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานกรรมการ ส.อ.ท. กล่าวว่า  ได้ประมาณการณ์ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอทั้งปีจะเหลือเพียง 3 – 4 แสนล้านบาท จากยอดบีโอไอที่ตั้งเป้าหมายไว้ 900,000 ล้านบาท เนื่องจากการแต่งตั้งคณะกรรมการบีโอไอ จะล่าช้าออกไปถึงไตรมาส 3  ทำให้ไม่สามารถอนุมัติโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาทไม่ได้  โดยค่าเฉลี่ยแต่ละเดือนจะมียอดขออนุมัติการลงทุน 70,000 ล้านบาท  ทำให้ยอดขอส่งเสริมการลงทุนจะหายไป 5 – 6 แสนล้านบาท นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยขณะนี้ เชื่อว่าการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ จะชะลอตัวออกไป 2-3 ปี โดยจะต้องพึ่งพิงการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากเอกชนประเมินว่า  กว่าจะได้รัฐบาลใหม่ อาจจะจบปีงบประมาณ 57 จากนั้นรัฐบาลใหม่ จะต้องเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เมื่อครบปี อาจจะต้องยุบสภาฯแล้วเลือกตั้งใหม่กว่าจะมีรัฐบาลอีกก็คงใช้เวลา และงบประมาณที่จะถูกนำมาใช้ได้จริงก็จะล่าช้าออกไปต่อเนื่อง “สิ่งที่กังวลก็คือ หากภาพการเมืองเป็นเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศระยะยาวเนื่องจากนักลงทุนย่อมต้องตัดสินใจชะลอการขยายการลงทุนในประเทศและหากแผนลงทุนที่วางไว้ไม่สามารถจะรอได้ในช่วง 2-3 ปีจากนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะย้ายฐานการลงทุนบางส่วนไปยังประเทศอื่นแทนโดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนามที่ขณะนี้มาแรงซึ่งจะทำให้ไทยเสียโอกาส”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันตั้ง”ไทยโทร”หนุนเอกชนไทยไปนอก

  • มอเตอร์โชว์หนีม้อบเล็งจัดงานที่เชียงใหม่

    มอเตอร์โชว์หนีม้อบเล็งจัดงานที่เชียงใหม่

    นายศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เตรียมรุกทำการตลาดดึงกลุ่มจัดประชุมและสัมนาทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาจัดงานที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ หรือศูนย์ประชุมเชียงใหม่ โดยล่าสุด มีการติดต่อจากงานมอเตอร์โชว์แล้ว เพื่อขอดูสถานที่สำหรับใช้จัดงาน เป็น 1 ใน 4 ภาคเพื่อหลีกเลี่ยงกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่ได้รับผลกกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯขณะเดียวกันก็ตรงกับการทำตลาดในขณะนี้ที่ต้องการดึงนักท่อง เที่ยวไทยให้มาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลทางการตลาดในช่วงที่บ้านเมืองเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองและทำให้ชาวต่างชาติลดลง“ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกลุ่มการประชุมสัมนาในกรุงเทพ ยกเลิกไปแล้วกว่า 300 งาน โดยลดในกรุงเทพฯเยอะที่สุด ขณะนี้จึงต้องเร่งใช้โอกาสดึงคนไทยที่ ยังชื่นชอบเชียงใหม่ให้ไปจัดประชุมมากขึ้นแทน ส่วนตลาดต่างชาติยังถือว่าได้เปรียบและแทบไม่ได้ผลกระทบเพราะสายการบินตรงเพิ่มขึ้นกว่า 13 สายการบิน ตอนนี้เราจึงได้เตรียมตัวกับสมาคมการแสดงสินค้าไทย หรือ ทีอีเอในการประชาสัมพันธ์ศูนย์เชียงใหม่ว่ามีพื้นที่พร้อมแล้วในการรองรับกลุ่มชาวต่างชาติ”ขณะเดียวกันเชียงใหม่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนไทยอีกแห่งหนึ่งที่ยังเติบโตได้ดี คือ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยเมื่อเดือน ก.พ. มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ถึง 39%และคาดว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น 10%จาก 600,000 คนในปีทีผ่านมา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอเตอร์โชว์หนีม้อบเล็งจัดงานที่เชียงใหม่