เดือน: มีนาคม 2014

  • ศิลปินต่างชาติเมิน”พัทยา มิวสิค เฟสติวัล”

    ศิลปินต่างชาติเมิน”พัทยา มิวสิค เฟสติวัล”

    นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การัดงานพัทยามิวสิคเฟสติวัลในปีนี้ ระหว่างวันที่ 21-23 มี.ค.นี้ เมืองพัทยาได้ลดการว่าจ้างนักร้องต่างชาติที่จะมาแสดงในงานลง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย ทำให้ศิลปินไม่กล้าตกลงเข้ามารับงาน โดยเฉพาะจาก เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน รวมถึงผู้จัดงานก็ห่วงความปลอดภัยของศิลปินด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน 350,000 คน สร้างรายได้ 700 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพราะได้ปรับรูปแบบการจัดแสดง ด้วยการใช้ศิลปินไทยเข้ามามากขึ้น หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ เนื่องจากการมาเที่ยวที่พัทยาส่วนใหญ่ ได้รวมเป็นแพ็กเกจไว้กับการเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วย “ยอมรับว่าภาพรวมการท่องเที่ยวพัทยาได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองที่กรุงเทพฯ  ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปี 57 ลดลง 30%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคน รายได้ 35,000 ล้านบาท ทำให้พัทยาต้องปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งปีลดลงเหลือ 7.5 ล้านคน รายได้ลดเหลือ 70,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ก่อนการเมืองยืดเยื้อ จนมาถึงช่วงปลายไฮซีซั่นที่นักท่องเที่ยวทั้งปี 9.5-10 ล้านคน รายได้รวม 85,000ล้านบาท” สำหรับภาพรวมไตรมาส 1 ปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนที่มาพัทยายังมากเป็นอันดับ 1 แต่ก็ลดลงมากกว่า 50%  โดยช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา กรุ๊ปนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาพัทยาถึง 300 กรุ๊ป กลับเหลือเพียง 60 กรุ๊ป ดังนั้นเมื่อการเมืองยืดเยื้อการท่องเที่ยวพัทยา จึงปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% นอกจากนี้ ปัจจุบันพัทยามีโรงแรมขนาดเล็กเกิดใหม่ โดยเป็นกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ทเม้นผิดกฎหมาย ที่ลดราคาห้องเพื่อแย่งลูกค้า จนทำให้ขณะนี้ราคาเหลือคืนละ 1,200-1,500 บาทเท่านั้น แต่ถือว่าการแข่งขันด้านราคายังเกิดขึ้นไม่มากนัก เพราะผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะไม่แข่งขันเรื่องราคาเพื่อแย่งลูกค้าระหว่างกัน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศิลปินต่างชาติเมิน”พัทยา มิวสิค เฟสติวัล”

  • หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบ3หมื่นล้าน

    หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบ3หมื่นล้าน

    ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมานายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้รายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ มีสถานะกองทุนติดลบสุทธิกว่า 7,405ล้านบาท และยังมีสถานะติดลบเพิ่มขึ้นวันละ125ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ความตรึงเครียดในประเทศยูเครนทำให้สถานะกองทุนน้ำมันฯ ในอีก6เดือนข้างหน้าเกรงว่าอาจติดลบเต็มเพดานจำนวน30,000ล้านบาทได้ทั้งนี้ครม.ยังเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่1เม.ย.-30 เม.ย.57 โดยให้เก็บภาษีในอัตรา0.005บาทต่อลิตร ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)พิจารณาอนุมัติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไปทั้งนี้กรมสรรพสามิต รายงานว่าเหตุผลที่ต้องขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวออกไป เพราะมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนม.ค.นี้แต่ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงโดยราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศยังมีราคาสูงหากปรับขึ้นภาษีในขณะนี้จะทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นขณะเดียวกันสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปรกติ หากไม่สามารถประชุมครม.เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาภาษีได้จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ10บาทส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาพลังงานในประเทศอย่างรุนแรงนอกจากนี้ยังเห็นว่า น้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อและกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศดังนั้นจึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปให้เกิดความเหมาะสมและช่วยเหลือประชาชนให้ไม่ได้รับความเดือดร้อนโดยให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตรซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวแม้ว่าจะทำให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ไปประมาณเดือนละ9,000ล้านบาทแต่ก็เป็นผลดีเพราะจะช่วยเหลือภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบ3หมื่นล้าน

  • จี้ กสทช.ให้ความรู้ผู้บริโภคก่อนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล

    จี้ กสทช.ให้ความรู้ผู้บริโภคก่อนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล

    วันนี้ (11 มี.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ทางคณะกรรมการองค์การอิสระภาคประชาชนเครือข่ายผู้บริโภค กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ กสทช.เร่งเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภคก่อนออกอากาศทีวีดิจิทัล เช่น เรื่องกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล และกล่องรับสัญญาณในระบบเคเบิล และดาวเทียมพร้อมทั้งจัดทำแผนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการแจกจ่ายคูปองอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะประชากรที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎร์ เช่น กลุ่มแรงงานในเมือง กลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ห่างไกล หรือ กลุ่มคนพิการ ฯลฯนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.และกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่า พร้อมนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณา ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนการติดตั้งโครงข่ายด้วย ขณะที่การแจกคูปองให้ประชาชนจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศนั้น จะร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและไปรษณีย์ไทยนำจ่ายพร้อมใบแจ้งหนี้ ส่วนราคาคูปอง 690 บาท อาจไม่เพิ่มขึ้นแต่ราคากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซ็ตท็อปบ็อกซ์) ควรต้องมีราคาลดลงจากตลาดปัจจุบันอย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาที่ผู้ให้บริการโครงข่ายที่อาจไม่พร้อมให้ช่องทีวีดิจิทัลเช่าใช้ออกอากาศในวันที่1 เม.ย.นี้นั้น หากสถานีไหนไม่พร้อมออกอากาศหรือจะต้องเลื่อนออกไป ถือเป็นปัญหาใหญ่เพราะเมื่อโครงข่ายไม่พร้อมแต่ผู้ร่วมประมูลช่องออกอากาศทั้ง 24 ช่องมีความพร้อมที่จะออกอากาศถือเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจของทั้ง 24 ช่องด้วย เพราะเมื่อไม่มีโครงข่ายให้บริการก็ไม่สามารถออกอากาศได้ ทั้งนี้ผู้ให้บริการโครงข่ายจะต้องชี้แจงได้ว่าทำไมไม่สามารถให้บริการได้ทัน อย่างไรก็ตามกสทช.จะต้องมีบทลงโทษกับผู้ให้บริการโครงข่ายเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นในเรื่องของค่าปรับ ฯลฯ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ กสทช.ให้ความรู้ผู้บริโภคก่อนเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล