นางศรีรัตน์ รัษฐปานะปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมส่งเสริมให้จังหวัดขอนแก่นเชียงรายและ สงชลา เป็นเมืองนครแห่งอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจการค้าและการลงทุนในบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกโดยภาครัฐจะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสนับสนุนงบประมาณด้านโลจิสติกส์ การเพิ่มอำนวยความสะดวกทางการค้าที่จุดผ่านแดน การส่งเสริมจัดงานแสดงสินค้าแถบชายแดนและประเทศเพื่อนบ้านและผลักดันให้มีการประชุมนักธุรกิจระดับนานาชาติ เป็นต้น “ตอนนี้กระทรวงก็ได้สนับสนุนให้จังหวัดต่างๆของไทยก้าวไปสู่การเป็นเป็นนครแห่งอาเซียน โดยมีเป้าหมายในปี 57-58 ได้นำร่อง 3จังหวัดก่อนคือ เชียงราย ขอนแก่น และ สงขลา ที่จะให้เป็นหัวเมืองของอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการระดับในพื้นที่ต่างๆทำการค้าขายในอาเซียนมากขึ้นโดยเฉพาะการค้าในระดับชายแดน ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนทัศนคติในการทำตลาดสินค้าจาก65 ล้านคน เป็นตลาดผืนเดียวกันคือ 600 ล้านคัน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัน 3 จังหวัดเป็นนครอาเซียน
เดือน: มีนาคม 2014
-

ดัน 3 จังหวัดเป็นนครอาเซียน
-

ราคาเนื้อหมูโลละ 152 บาท
นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า กรมฯได้กำหนดราคาแนะนำรับซื้อและราคาจำหน่ายเนื้อสุกรในระหว่างวันที่10 – 14 มี.ค. 57 โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่71-77 บาทต่อกก. ราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ(หมูซีก) ไม่สูงกว่ากก.ละ 84-91 บาท, ราคาจำหน่ายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) ไม่เกินกก.ละ 116-125 บาท , ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่ง(เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) ไม่เกิน 131-141 บาท และราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงตัดแต่ง(เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) ไม่เกิน กก.ละ 142-152 บาท นายสมชาติ กล่าวว่า กรมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์และราคาสุกรอย่างใกล้ชิดและขอให้ผู้จำหน่ายปลีกปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน ถ้าหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้ามีโทษปรับไม่เกิน10,000 บาท อย่างไรก็ตามก็อยากให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการแจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ หากพบการกระทำผิดกรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาเนื้อหมูโลละ 152 บาท -

พาณิชย์ดัน 8 ยุทธศาสตร์รับเออีซี
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนด 8 ยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมของไทยเพื่อเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 58 ประกอบด้วยยทธศาสตร์ที่ 1 คือขับเคลื่อนการเจรจาในเวทีเศรษฐกิจของอาเซียนและเวทีเศรษฐกิจการค้าอื่น ,ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือการพัฒนาฐานองค์ความรู้เกี่ยวกับเออีซี โดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำเสนอข้อมูลอย่างครบวงจร ยุทธศาสตร์ที่3คือ การยกระดับการให้บริการของกระทรวงพาณิชย์แก่ภาคเอกชน เพื่ออำนวย ความสะดวกทางการค้า โดยการพัฒนาระบบการให้บริการของกระทรวงอย่างครบวงจรและสร้างระบบ การให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แบบช่องทางเดียวตลอดจนให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาแก่ธุรกิจผ่านศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในเออีซี รวมทั้งสิ้น 87 ศูนย์ทั้งในกระทรวงพาณิชย์ส่วนกลางสำนักงานพาณิชย์ทุกจังหวัด และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(ในอาเซียนและจีนตอนใต้) ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจการค้ายุคใหม่ เช่นยกระดับมาตรฐานและคุณภาพสินค้าและบริการของไทย การพัฒนาธุรกิจอี คอมเมิร์ช ยุทธศาสตร์ที่ 5 คือการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคและการค้าชายแดนรองรับเออีซีโดยกระทรวงพาณิชย์มุ่งเตรียมความพร้อมให้แก่จังหวัดต่างๆในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อใช้โอกาสทางธุรกิจการค้าและการ, ยุทธศาสตร์ที่ 6 คือการพัฒนาและขยายเพิ่มสัดส่วนการตลาดของไทยในเออีซี โดยกระตุ้นให้ภาคเอกชนไทยปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาให้ความสำคัญอย่างจริงจังแก่ตลาดอาเซียนและตระหนักว่า อาเซียน 10 ประเทศเป็นตลาดที่เชื่อมโยงเป็นผืนเดียวกันเสมือนกับเป็นตลาดภายในของไทย ยุทธศาสตร์ที่ 7 คือการพัฒนากฎหมายด้านเศรษฐกิจการค้าให้ทันสมัย และสอดคล้องกับข้อผูกพันภายใต้เออีซี โดยกระทรวงพาณิชย์มีกฎหมายภายใต้การกำกับดูแล จำนวน 31 ฉบับและยุทธศาสตร์ที่ 8 คือการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในภาครัฐและภาคเอกชน โดยการยกระดับสถาบันกรมพระจันทบุรีนฤนาถของกระทรวงพาณิชย์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการดำเนินการพัฒนาบุคลากรภาครัฐและเอกชนสู่ความเป็นสากล “ในการดำเนินการตามภารกิจสำคัญดังกล่าวนี้กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์และจัดทำพิมพ์เขียวในการดำเนินการเพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซีโดยมีเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนร่วมกันระหว่างหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ทั้งในส่วนกลางภูมิภาค 76 จังหวัด และในต่างประเทศ 66 แห่งใน 44 ประเทศรวมทั้งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในลักษณะที่สร้างความเป็นพันธมิตรร่วมกัน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ดัน 8 ยุทธศาสตร์รับเออีซี