เดือน: มีนาคม 2014

  • บริการใหม่ดิจิทัลเมลรูมคัดแยกข้อมูลเอกสาร

    บริการใหม่ดิจิทัลเมลรูมคัดแยกข้อมูลเอกสาร

    ข่าวจากบริษัทฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด  แจ้งว่า  หน่วยงาน ฟูจิ ซีร็อกซ์ โกลบอล เซอร์วิส  แนะนำบริการใหม่ดิจิทัล เมลรูม ( Digital Mailroom)  จะเปิดบริการภายในปีนี้ เน้นใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานและลดต้นทุนด้านการจัดการเอกสารหลากหลายประเภทในแต่ละหน่วยงานอาทิ ใบแจ้งหนี้ของลูกค้า  เอกสารคำสั่งซื้อขาย  สัญญา  โทรสาร หรือจดหมาย ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการจัดการและใช้บุคลากรจำนวนมากรวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูงสำหรับองค์กร    DigitalMailroom เป็นบริการที่ช่วยเก็บรวบรวมและคัดแยกข้อมูลขาเข้าของเอกสารทั้งหมดแล้วรวบรวมนำลง             ในระบบดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์จากนั้นเอกสารทั้งหมดจะถูกจัดส่งผ่านระบบ Mailroom ในรูปแบบดิจิทัลไปยังปลายทางภายในองค์กร  ซึ่งจะช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้นเกิดการตอบสนองการให้บริการแก่ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นและเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าทางธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดของงานเอกสารลงอีกด้วย   DigitalMailroom เป็นระบบซึ่งเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้งานเอกสารจำนวนมากอาทิ ลูกค้ากลุ่มประกันภัย ธนาคารรวมถึงลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการรับเอกสารจำนวนมากในแต่ละวัน ทางบริษัทฯได้ตั้งเป้าที่จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ โดยคาดหวังรายได้ต่อปีจากบริการฯ ประมาณ 30 ล้านบาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริการใหม่ดิจิทัลเมลรูมคัดแยกข้อมูลเอกสาร

  • ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเสวนาอนาคตทีวีไทย

    ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเสวนาอนาคตทีวีไทย

    วันนี้(10มี.ค.)ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมพลูแมน คณะที่ปรึกษากรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ ซุปเปอร์บอร์ดกสทช. ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง “ อนาคตทีวีไทย ใครจะช่วยภายใต้นโยบายแผนการดำเนินงาน กสทช.มีส่วนช่วยพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมทีวีไทยอย่างไร ” โดยนายพิชัย อุตมาภินันท์ ซุปเปอร์บอร์ด กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ประมูลทีวีดิจิทัลบริการธุรกิจ 24 ช่อง ขั้นตอนจากนี้จะมีการสำรวจติดตามเรื่องของ คอนเทนต์ที่ต้องให้สาระประโยชน์กับผู้ชมทีวีและอุตสาหกรรมทีวีไทยนายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัดกล่าวว่า อยากให้กสทช.และกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) เป็นผู้ที่สำรวจการจัดอับดับเรตติ้ง เพื่อให้สถานีโทรทัศน์สามารถนำไปปรับปรุงและกระตุ้นในการผลิตเนื้อหา รายการ ให้มีคุณภาพตามความต้องการของผู้รับชมได้อย่างเหมาะสม แทนการให้บริษัทเอกชนเป็นผู้สำรวจเรตติ้ง เนื่องจาก พบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคการรับชมเปลี่ยนไป ดังนั้นการประมูลทีวีดิจิทัล เป็นการกำหนดกลุ่มผู้รับชมใหม่ๆ อีกด้วยด้านนายสุภาพคลี่ขจาย ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ THV (ทีเอชวี) เครือทีวีพูล กล่าวว่า หากกสท.ยังไม่อนุญาตให้มีการให้โฆษณาในช่วงทดลอง อาจจะทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลออกอากาศฟรีช่วงแรก และผู้บริโภคยังรับรู้การให้บริการทีวีดิจิทัลน้อยมาก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อโฆษณาที่จะยังไม่เข้ามาในช่องทีวีเช่นกันนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ช่อง 3 กล่าวว่า การนำเสนอเนื้อหา รายการ ปัจจุบันมีความสำคัญมาก อาทิซี่รี่ส์ ฮอร์โมน ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมที่ออกอากาศผ่านทีวีดาวเทียมซึ่งไม่ได้ผ่านฟรีทีวี 6 ช่อง ดังนั้นการทีจะมีฟรีทีวี 24 ช่อง ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก โดยผู้ประกอบการรายใหม่ต้องแข็งแรงจริงๆอย่างไรก็ตาม ต้องการให้กสทช.ยกเลิกค่าธรรมเนียมอัตรา 4 % เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังไม่พร้อมในหลายด้าน แต่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจ่ายค่าโครงข่ายเต็มราคา ขณะที่ผู้ให้บริการโครงข่ายขยายได้เพียง 50%ในปีแรกเท่านั้น รวมทั้งความชัดเจนของการเรียงหมายเลขช่องที่มีนโยบายให้ตรงกันไมว่าจะรับชมผ่านกล่องใดเป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเสวนาอนาคตทีวีไทย

  • นักลงทุนยื่นขอบีโอไอร่วง 58%

    นักลงทุนยื่นขอบีโอไอร่วง 58%

    นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วงเดือนม.ค. – ก.พ. 57 มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริม 188 โครงการ ลดลง 46 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 63,100 ล้านบาท ลดลง 58% เนื่องจากนักลงทุนส่วนหนึ่งรอดูสถานการณ์ภายในประเทศของไทย ส่วนโครงการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ ยื่นขอรับส่งเสริม 121 โครงการ ลดลง 40 % ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนมี 47,296 ล้านบาท ลดลง 43%“นักลงทุนส่วนหนึ่งอาจยังรอดูสถานการณ์การเมืองทื่ยืดเยื้อของไทยก่อนว่า จะเป็นอย่างไร จึงทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ชะลอแผนการยื่นขอรับส่งเสริมออกไปก่อน แต่ก็ยังมีนักลงทุนอีกหลายกลุ่ม รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ได้ยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่ายังมีกลุ่มนักลงทุนที่เดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทยอยู่ ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่พบสัญญาณใดๆ ที่นักลงทุนจะถอนการลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตไปจากไทย”ทั้งนี้ หากพิจารณาการยื่นขอรับส่งเสริมรายอุตสาหกรรม มีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีการขยายการลงทุนในระดับหมื่นล้านบาท เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษและพลาสติก มีมูลค่าเงินลงทุนของโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอรับส่งเสริม 22,500 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องจักร มีมูลค่าเงินลงทุน 17,400 ล้านบาท และกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค มีมูลค่าเงินลงทุน 13,500 ล้านบาทส่วน นักลงทุนต่างชาติ แม้จะลงทุนลดลง โดยเฉพาะนักลงทุนจากญี่ปุ่น ยื่นขอรับส่งเสริม 61 โครงการ ลดลง 42 % มูลค่าเงินลงทุนรวม 17,379 ล้านบาท ลดลง 63% แต่มีการลงทุนจากอีกหลายชาติที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่น สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 9,761 ล้านบาท สิงคโปร์ มีมูลค่าเงินลงทุน 2,195 ล้านบาท ฮ่องกง มีมูลค่าเงินลงทุน 2,128 ล้านบาท เนเธอร์แลนด์ มีมูลค่าเงินลงทุน 1,998 ล้านบาท และการลงทุนจากจีน มีมูลค่าเงินลงทุน 1,461 ล้านบาทอย่างไรก็ตามปี 57 บีโอไอ ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่นๆ ที่จะช่วยดึงดูดการลงทุน เช่น โครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานหรือ อีโคคาร์ ระยะ 2 ซึ่งขณะนี้มีการยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาแล้ว และจะเปิดให้ค่ายรถยนต์ยื่นคำขอการลงทุนได้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการเอสเอ็มอี ซึ่งจะสิ้นสุดการให้ส่งเสริมในสิ้นปีนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักลงทุนยื่นขอบีโอไอร่วง 58%