นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง โดยมี 5 แนวทางที่กรมฯ เร่งดำเนินการ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพระพุทธศักราช 2456 มาตรา 285-290 ว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนทำงานบนเรือ, การปรับปรุงตำแหน่ง หน้าที่ และเอกสารรับรองคุณสมบัติให้สอดคล้องกับศักยภาพขั้นต่ำและประสบการณ์ของแรงงานไทย เช่น ตำแหน่งนายท้าย ช่างเครื่อง, การควบคุมเรือเข้า-ออกท่า, การจัดระเบียบเรือประมงด้านตัวเรือและบุคคลบนเรือ ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และการตรวจสอบเรือประมง คนทำงานบนเรือ และอุปกรณ์การทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย“การประชุมเพื่อพิจารณาหาแนวทาง ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง โดยจะให้ความรู้ด้านอํานาจหน้าที่ของกรมเจ้าท่า กฎหมาย ประกาศ ระเบียบและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเข้า – ออกของเรือประมง การจัดระเบียบเรือประมง และการตรวจตราปราบปรามเรือประมง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็น เพื่อไปประยุกต์ปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติให้ดีขึ้น”ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อพิจารณาแนวทาง มาตรการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ ในรูปแบบแรงงานประมง รวมทั้งได้จัดประชุมเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักกฎหมาย นโยบายและมีแนวทางปฏิบัติเดียวกันนายศรศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้า มติ ครม.ได้เห็นชอบข้อเสนอ แนวทางมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในรูปแบบแรงงานประมง และแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมง เพื่อสกัดกั้นขบวนการการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง ตามที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามข้อเสนอ ซึ่งมีทั้งหมด 15 มาตรการ พร้อมรายงานผลการดำเนินการและความคืบหน้าให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทราบ โดยในส่วนของกรมเจ้าท่าจะเกี่ยวข้องทั้งสิ้น 5 แนวทาง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมเจ้าท่าเร่งแก้แรงงานประมงเถื่อน
เดือน: มีนาคม 2014
-

กรมเจ้าท่าเร่งแก้แรงงานประมงเถื่อน
-

“จุตินันท์” ยื่นลาออกจากบอร์ดบินไทย
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการ โดยลงนามในหนังสือวันที่ 7 มี.ค.57 ที่ผ่านมา แต่การลาออกของนายจุตินันท์ไม่น่าเกี่ยวข้องกับการถูกกดดันทางการเมือง เพราะหากมากจากสาเหตุนี้คงลาออกไปนานแล้ว ประกอบกับทราบมาว่านายจุตินันท์จะครบวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ด้วย“ผมเห็นใบลาออกบนโต๊ะในวันที่เข้ามาเก็บของหลังจากพ้นตำแหน่งประธานกบอร์ด แต่เนื่องจากผมพ้นตำแหน่งประธานบอร์ดแล้ว จึงได้ขอให้ฝ่ายบริหารทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป โดยต้องส่งหนังสือลาออกไปให้ประธานบอร์ดคนใหม่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไป”รายงานข่าวแจ้งเพิ่มถึงกรณีที่ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าถูกกลั่นแกล้งระหว่างการเดินทางโดยสายการบินไทยจากกรุงเทพฯไปโอซากาประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวไปมีการแจ้งในระบบว่าไม่มีรายชื่อเดินทาง ส่วนขากลับในระบบแจ้งว่ามีการสั่งอาหารพิเศษเป็นผลไม้ เบื้องต้นสงสัยว่าอาจมีขบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเดินทางในระบบหรือไม่นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยยืนยันว่าการบินไทยไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการให้การปฏิบัติเท่าเทียมกัน ส่วนกรณีการร้องเรียนนั้นได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลข้อมูลในระบบการบิน ประสานขอข้อมูลไปยังนายธีรัตน์ เพื่อนำมาประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริง“ขณะนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าปัญหาข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นจากมีการเจตนาเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบของบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือเกิดจากปัญหาระบบฐานข้อมูลจนทำให้ระบบขัดข้อง”นายโชคชัย กล่าวว่า ตามกฎระเบียบและหลักปฏิบัติของบริษัทเจ้าหน้าฝ่ายข้อมูลไม่มีหน้าที่เข้าไปแก้ไขข้อมูลผู้โดยสาร รวมทั้งไม่สามารถน้ำข้อมูลของผู้โดยสารมาเปิดเผยให้สาธารณะชนทราบ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะมีพนักงานจงใจเข้าไปกลั่นแกล้งและแก้ไขข้อมูลจริง ก็สามารตรวจและสอบเช็คได้ เพราะทุกอย่างที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลมีการบันทึกข้อมูลไว้ทั้งสิ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “จุตินันท์” ยื่นลาออกจากบอร์ดบินไทย -

เนคเทคพัฒนาเครื่องตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยแสงโฟโตนิกส์
วันนี้(10มีนาคม) ที่โรงแรมวรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยาศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ร่วมกับกรมการข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดการฝึกอบรมการถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีโฟโตนิกส์ในการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมกันนี้เนคเทคได้ส่งมอบต้นแบบเครื่องตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนาขึ้นให้กับกรมการข้าวนำไปทดสอบใช้งานจริงนางอัญชลีประเสริฐศักดิ์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการเมล็ดพันธุ์และมาตรฐานพันธุ์ กรมการข้าว เปิดเผยว่า การตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการรับรองเมล็ดพันธุ์ข้าวว่ามีคุณภาพดีเพียงพอสำหรับการนำมาปลูกหรือขยายพันธุ์ต่อหรือไม่ ที่ผ่านมาขั้นตอนการตรวจสอบต่างๆจะมีหลายขั้นตอนและต้องอาศัยการจำแนกด้วยสายตา ซึ่งผู้ตรวจสอบจะต้องมีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการจำแนกสูงทำให้สิ้นเปลืองทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายดังนั้นกรมการข้าวจึงร่วมมือกับเนคเทค/สวทช.พัฒนาเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบคุณภาพข้าวได้อย่างรวดเร็วโดยเลือกเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ ซึ่เงป็นการผสมผสานความรู้ทางแสง อิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ เข้าด้วยกันโดยเน้นที่การตรวจสอบคุณภาพข้าวเปลือกข้าวกล้อง และข้าวสารซึ่งจะช่วยทำให้การตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการทำได้ง่าย รวดเร็วเที่ยงตรง แม่นยำ และได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบครั้งเดียวได้หลายตัวอย่างและหลายคุณลักษณะทั้งนี้ เนคเทคร่วมกับกรมการข้าวพัฒนาเครื่องมือตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ปัจจุบันต้นแบบแล้วเสร็จ พร้อมส่งมอบให้กรมการข้าวไปทดสอบใช้งาน จำนวน3เครื่อง คือ 1.เครื่องตรวจเมล็ดข้าวแดง เมล็ดข้าวเหนียว หรือเมล็ดข้าวเจ้า ที่ปนมากับเมล็ดพันธุ์ 2.เครื่องมือตรวจสอบคุณภาพเมล็ดข้าวที่สามารถวัดความยาวความกว้างและความหนาของเมล็ดพันธุ์ได้พร้อม ๆ กันทั้งที่อยู่ในรูปข้าวเปลือก ข้าวกล้องและข้าวสาร และ 3.เครื่องมือตรวจคัพภะของเมล็ดข้าว ซึ่งสามารถบอกได้ถึงความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์อุปกรณ์ดังกล่าวมีหน่วยความจำภายในเพื่อเก็บข้อมูลและมีส่วนควบคุมและประมวลผลและแสดงผลการตรวจวัดทำให้สามารถตรวจสอบคุณภาพข้าวได้อย่างรวดเร็วซึ่งกรมการข้าวจะนำเครื่องดังกล่าวไปทดสอบใช้งานเพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อก่อนขยายผลไปสู่การใช้งานที่ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศในระยะต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เนคเทคพัฒนาเครื่องตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยแสงโฟโตนิกส์