ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 มี.ค. ดัชนีปรับปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปิดตลาด จากนั้นก็ไหลลงอย่างหนักตลอดทั้งวัน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเทขายทำกำไรหลังสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวสูงเกินระดับ 1,355 จุด ประกอบกับยังไม่มีปัจจัยบวกใดมาหนุนหลังการเมืองในประเทศเริ่มนิ่ง แต่หากพิจารณาหุ้นรายตัวจะพบว่าหุ้นที่มีพื้นฐานดียังมีการซื้อขายกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,338.48 จุด และเพิ่มขึ้นสูงสุด 1,355.90 จุด จนมาปิดตลาด 1,349.05 จุด ลดลง 6.03 จุด หรือ 0.44% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,844.56 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. จัสมิน ปิดที่ 8.3 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท 2. ทอท. ปิดที่ 188.50 บาท ลดลง 5.00 บาท 3. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 174.50 บาท ลดลง 3.00 บาท 4. ทีทีเอ ปิดที่ 20.90 บาท ลดลง 0.60 บาท 5. ธ.กรุงไทย ปิดที่ 18.30 บาท ลดลง 0.40 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 มีนาคม 2557 ปิดลบ 6.03 จุด
เดือน: มีนาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 มีนาคม 2557 ปิดลบ 6.03 จุด
-

แห่ประมูลข้าว 34 รายสูงสุดในประวัติการณ์
ที่กระทรวงพาณิชย์ เวลา 16.30 น. วันที่10 มี.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ประกอบการ 34 รายเข้ามายื่นซองประมูลซื้อข้าวสาร 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2, ข้าวหอมจังหวัด, ข้าวหอมทุม, ข้าวขาว 5%, ปลายข้าวขาวเอวันเลิศ ในคลังของอคส. อตก. แบบยกคลัง ฤดูกาลผลิต นาปี 54/55 – 56/57 รวมปริมาณกว่า 5 แสนตัน ซึ่งถือมีผู้เข้าร่วมประมูลมากที่สุดในประวัติการณ์ตั้งแต่มีการประมูลข้าวของประเทศไทย ทั้งนี้สาเหตุที่มีผู้ร่วมเข้าประมูลมากเนื่องจากราคาข้าวอยู่ในภาวะที่ตกต่ำรวมถึงรัฐบาลเปิดโอกาสให้โรงสีเข้ามาร่วมประมูลได้ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของโกดังอยู่แล้วจึงรู้สภาพข้าว และการประมูลครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งประมูลเพื่อนำข้าวส่งออกและจำหน่ายในประเทศได้โดยคลังข้าวที่นำมาประมูลในครั้งนี้ อยู่ใน 24จังหวัด อาทินนทบุรี เชียงราย ยโสธร อุบลราชธานี นครสวรรค์ สิงห์บุรี กำแพงเพชร พิจิตร ปราจีนบุรี นครปฐม เป็นต้น “อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตุสาเหตุที่ผูัประกอบการให้ความสนใจร่วมประมูลข้าวมีจำนวนมากเป็นพิเศษอาจจะมีการเสนอราคาที่ต่ำกว่าตลาดเนื่องจากทางกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง เดือนละ 4 ครั้ง แบ่งเป็นเปิดประมูลทั่วไป 2 ครั้ง และเปิดประมูลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าหรือ เอเฟต ทำให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำซึ่งในตอนนี้ราคาข้าวขาว 5%มีราคาประมาณ 440 เหรียญดอลล่าร์ต่อตัน” สำหรับรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเช่น บริษัท ประกรวรรณรวมการ จำกัด, บริษัทกำแพงเพชร เอ๊กซ์ปอร์ต จำกัด, บริษัททีเอ็มมีไรซ์มิลล์ จำกัด, บริษัท เจ.พี.ไรซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล(1998) จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพรกิจอินเตอร์ไรซ์, บริษัท สหธัญ จำกัด, บริษัท โรงสีขุนศรี จำกัด,บริษัทโรงสีข้าวภาวีพัฒนา จำกัด นอกจากนี้ยังมีบริษัทนครหลวงค้าข้าว, หจก.โรงสีไฟทรัพย์เจริญ, บโรงสีข้าวเจริญผล จำกัด, บริษัทโรงสีข้าวยิ่งไพบูลย์(2007) จำกัด, บริษัทกรุงไทยพืชผล จำกัด, บริษัทเอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด, บริษัทข้าว ซี.พี. จำกัด, บริษัทโคสตอล เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัทเจียเม้ง จำกัด, บริษัท อุดมสุขไรซ์จำกัด, บริษัทโรงสีข้าวหนองหานไทยส่วน เป็นต้น ขณะเดียวกันในวันที่12 มี . 57 กระทรวงฯจะเปิดประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ เอเฟตครั้งที่ 4 จำนวน ประมาณ 2.5 แสนตัน โดยจะเริ่มเปิดประมูลในช่วง เวลา 9.00-12.00 น. ณห้องประชุม 30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี สำหรับการประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลครั้งนี้แบ่งเป็น ข้าวขาว 5% ฤดูการผลิตปี 2555/56 และ 2556/57 ปริมาณกว่า 1.64 แสนตัน จากคลังในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี สระบุรี กำแพงเพชร สระแก้วและชัยนาท นอกจากนี้ยังมีข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ฤดูการผลิตปี 2555/56 และ 2556/57 ปริมาณกว่า 80,000 ตัน จากคลังในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์และศรีสะเกษ โดยองค์การคลังสินค้า(อคส.) ได้เปิดให้ผู้สนใจประมูลดูสภาพข้าว ณ คลังสินค้าที่กำหนด ได้ถึงวันที่ 11มี.ค. 57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ประมูลข้าว 34 รายสูงสุดในประวัติการณ์ -

ยันประมูลข้าว 5 แสนตันไม่ขายราคาต่ำ
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการคัาต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเปิดประมูลข้าวกว่า 5 แสนตันว่า การเปิดประมูลครั้งนี้ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเป็นจำนวนมากเนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ พยายามระบายข้าวในสต๊อกเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือชาวนาโดยรกรมฯ ได้กำหนดราคากลางไว้ไกล้เคียงกับราคาตลาดหากผู้ประกอบการเสนอราคาซื้อต่ำกว่าเกณฑ์ราคาที่ได้กำหนดไว้ ก็จะไม่มีการพิจารณา เบื้องต้นในช่วงบ่ายของวันที่ 11 มี.ค. จะมีการเปิดซองเสนอราคาและเจรจาต่อรองราคากับผู้ประกอบการที่เสนอราคาใกล้เคียงราคาตลาดมากที่สุด “การระบายข้างครั้งนี้ไม่มีการเปิดขายต่ำกว่าราคาตลาดเพื่อเร่งระบายสต๊อกอย่างที่เป็นข่าว เช่น กรณีที่กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี กับคอฟโก้ คอปอร์เรชั่น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนจำนวน 1 ล้านตัน ก็สามารถขายได้ราคาสูงกว่าประเทศเวียดนามถึง 20% อีกทั้งสถานการภัยเเล้งที่เกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะระบายข้าวได้มากขึ้นกว่าเดิมโดยคาดว่าการระบายกว่า 5 แสนตันครั้งนี้เอกชนจะให้ความสนใจเข้าประมูลข้าวทั้งหมด” นายมานัส กิจประเสิรฐนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จากราคาข้าวในตลาดที่ปรับตัวลดลงทำให้เอกชนสนใจเข้าร่วมประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐบาลมากขึ้น โดยในครั้งนี้จะมีโรงเข้าร่วมเสนอราคาซื้อจำนวนมากทั้งข้าวขาว 5% ปลายข้าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้กลุ่มโรงสีได้เสนอซื้อข้าวในสต๊อกของรัฐบาลโดยเชื่อว่า แนวโน้มราคาข้าวมีโอกาส ปรับลดลงได้อีกหากรัฐบาลยังทะยอยระบายข้าวอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยันประมูลข้าว 5 แสนตันไม่ขายราคาต่ำ