เดือน: เมษายน 2014

  • คต.เปิดประมูลข้าวอีก 5.7 แสนตัน

    คต.เปิดประมูลข้าวอีก 5.7 แสนตัน

    ที่กระทรวงพาณิชย์ วันที่ 3เม.ย. 57 นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.)เปิดเผยว่า ในวันที่9เม.ย.นี้กรมจะเปิดให้มีการประมูลข้าวในโครงการรับจำนำเป็นการทั่วไปจำนวน170,000ตัน ในต่างจังหวัดโดยจะนำร่องให้มีการประมูลแห่งแรกที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นข้าวขาว 5% กว่า 100,000 ตัน ที่เหลือเป็นข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวเอวันเลิศ ข้าวเหนียวโดยจะเป็นข้าวในโครงการรับจำนำปี55/56และปี56/57 และจะใช้เงื่อนไขการประมูลข้าวหรือทีโออาร์รูปแบบเดียวกับการประมูลผ่านส่วนกลางนอกจากนี้ในวันที่10เม.ย.ก็จะเปิดให้มีการประมูลข้าวเป็นการทั่วไปที่กรมการค้าต่างประเทศอีก400,000ตัน ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวขาว 5%กว่า150,000ตัน ที่เหลือเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัด ปลายข้าวขาวเป็นต้นโดยจะเป็นข้าวในปี54/55 ,ปี 55/56และ ปี 56/57ซึ่งการประมูลข้าวทั้งสองวันจะเปิดซองเจรจาต่อรองให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหาเพราะปริมาณข้าวไม่มากนักนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การเปิดประมูลข้าวทั้งสองครั้งที่จะเกิดขึ้นนี้เป็นการเร่งระบายข้าวตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายข้าว(กขช.)อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากให้คาดหวังว่าจะต้องมีเอกชนเข้ามาร่วมประมูลอย่างล้นหลามเนื่องจากที่ผ่านมากรมก็มีการเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องซึ่งทางเอกชนเองก็อาจมีการคาดการณ์ปริมาณข้าวที่ตลาดมีความต้องการไว้แล้วและจะมาร่วมประมูลเท่าที่มีความจำเป็นซึ่งอาจทำให้สามารถระบายข้าวได้ไม่หมดตามปริมาณที่กรมได้กำหนดไว้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คต.เปิดประมูลข้าวอีก 5.7 แสนตัน

  • เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

    เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเอกชนในภาคการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาให้ผู้ประกอบการทัวร์ยกเลิกการใช้ตราสัญลักษณ์(โลโก้)ของ ททท. ในการสนับสนุนการจัดงานขายแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายบริษัทใช้โลโก้เป็นตัวการันตีความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อขายทัวร์และรับเงินจากลูกค้าไปแล้ว เกิดการหลอกลวงผู้บริโภค นักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะไปท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ซื้อไว้ได้ “การให้เอกชนใช้โลโก้ของ ททท. เหมือนเป็นดาบ 2 คม เพราะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นยอดขาย เพื่อสนับสนุนเอกชนให้เพื่อมั่นในการจัดงาน และสินค้าที่มีการขายในงานว่า ททท.ได้เลือกมาแล้ว เมื่อผู้ซื้อเห็นโลโก้ของ ททท.เป็นผู้ร่วมจัดงาน ก็มั่นใจว่าจะไม่มีการโกง แต่เมื่อเอกชนไม่รับผิดต่อการคัดเอกชนหรือผู้ที่มาร่วมออกบูธขายทัวร์ จนก่อให้เกิดความเสียหาย และมีการหลอกลวงผู้ซื้อ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมเสียต่อแแบรนด์ ของททท. หรือ ใช้ แบรนด์ ททท.เป็นเครื่องมือให้กับผู้ที่หลอกลวงผู้ซื้อ” สำหรับกรณีของการซื้อทัวร์หลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยใช้โลโก้ของททท. พบได้มากที่สุดในการขายแพ็กเกจทัวร์ทั้งงาน ไทยเที่ยวไทย งานไทยเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน มีการขายแพ็กเกจทั้งจากในห้างสรรพสินค้าและในศูนย์ประชุมแห่งชาติขนาดใหญ่ โดยในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.- 3เม.ย.นี้ มีผู้บริโภคถูกหลอกลวงไปแล้ว ถึง 3 กรณี และที่ผ่านมาก็จะมีให้เห็นทุกๆปี โดยเฉพาะเข้าใกล้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงต้องเข้ามาดูแลเรื่องบริษัทเอกชนที่เชิญหน่วยงานต่างๆเข้ามาภายในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ โดยอาจจะมีการประสานด้านข้อมูลกับเจ้าภาพการจัดงานว่ามีบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำหรือไม่ ทั้งนี้มีหลายบริษัทที่เคยขึ้นบัญชีดำได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อบุคคลอื่นที่เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นการตรวจสอบประวัติบริษัทที่เข้าร่วมงานจะสามารถช่วยคัดกรองบริษัทที่ไม่น่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี แนวทางการช่วยเหลือผู้เสียหายครั้งนี้ ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายทั้งหมดเรียบร้อยก่อน กรมการท่องเที่ยวจึงจะดำเนินการต่อโดยนำวงเงินประกันที่บริษัทจดทะเบียนมาวางไว้มาเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหาย โดยการหารเฉลี่ยให้นักท่องเที่ยวแต่ละราย อย่างไรก็ตาม อยากให้ผู้เสียหายดำเนินการฟ้องร้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายด้วย เพราะกระทรวงฯทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ อีกทั้งเงินกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวมีเจตนาสำหรับช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตจากภัยพิบัติหรือเรื่องการเมือง นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า กรณีบริษัททัวร์หลอกขายแพคเกจทัวร์ในงานไทยเที่ยวไทยที่ผ่านมาว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นททท.จัดงาน จึงอยากชี้แจงว่าการจัดงานด้านการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชนจัด แต่มีโลโก้หรือสโลแกนของททท.ในงานนั้นๆ เพราะททท.ให้การสนับสนุนการจัดงานเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของททท.ที่ต้องทำการการส่งเสริมการตลาด กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ  ทั้งนี้ที่ผ่านมางานส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวที่จัดโดยททท.มีแค่ 2 งาน คือ งานวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา และงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย แต่ลักษณะงานจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ไม่ได้เน้นกิจกรรมด้านการขาย   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

  • ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน

    ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน

    นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธ.อ.ส.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันมีค่า 43.7 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4 ปี 56 ที่ดัชนี 50.5 และลดลงจากไตรมาสแรก ปี 56 ที่ดัชนี 57.8 ซึ่งถือว่าลดลงต่ำที่สุดในรอบ 9 ไตรมาส นับจากช่วงวิกฤตน้ำท่วมปลายปี 54 หรือ 2 ปี 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะด้านยอดขายและผลประกอบการ นอกจากนี้ยังกังวลด้านการลงทุน การจ้างงาน ต้นทุนการประกอบการ การชะลอเปิดโครงการใหม่ หรือระยะ(เฟส)ใหม่ ทั้งนี้ เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บมจ.) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน 45.6 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 56.2 ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน 41.9 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 44.8 แต่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นลดลงมาก ทั้งผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายใหญ่ รายกลาง หรือรายเล็ก ส่วนดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า ประจำไตรมาสแรกนั้น เท่ากับ 58.2 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่า 62.0 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 56 ที่ 71.6 โดยในส่วนของบมจ. มีค่าดัชนี 61.9 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 67.2 ส่วนบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน ดัชนี 54.5 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 56.8 เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลต่ออนาคต จากปัจจัยลบต่าง ๆ ซึ่งยังมีแนวโน้มยืดเยื้อทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทนั้น ถือว่าสวนกระแส โดยอาจจะปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายและรายได้อีกครั้งช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะเดือนมี.ค.ที่ยอดขายเติบโตมาก ซึ่งมองว่าน่าจะมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้อารมณ์ในการซื้อดีขึ้นด้วย ส่วนยอดขายก็ค่อนข้างดี โดยเฉพาะโครงการที่อยู่บริเวณรอบนอกกทม. และปริมณฑล เพราะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการเมือง ทำให้คาดว่าปีนี้อาจจะพัฒนาโครงการใหม่มากกว่า 50 โครงการ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 30-50 โครงการได้แน่นอน ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ ชื่อ พลัม คอนโด เอ็กซ์ตร้า พระราม 2 ซึ่งมี 3 เฟส รวม 2,044 ยูนิต มูลค่า 3 เฟส 3,200 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดคอนโดฯ ติดถนนพระราม 2 เป็นโครงการแรก สำหรับทำเลถนนพระราม 2 ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้แหล่งงาน แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งทางด่วน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเจาะกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน และครอบครัวขยาย ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 55,000 บาท หรือยูนิตละ 9 แสนบาทปลาย ๆ ทั้งนี้ได้เปิดตัวโครงการไปสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้เข้าชมกว่า 700 ราย และมียอดขายแล้วกว่า 200 ยูนิต คิดเป็นยอดขาย 260 ล้านบาท ถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน