ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นจึงทะยานขึ้นสูงสุดที่1,419.38 จุด ในภาคเช้า โดยตลอดทั้งวันดัชนีเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในแดนบวก เป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นสูง แต่นักลงทุนยังระมัดระวังการลงทุนเนื่องจากใกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,419.38 จุด และ ลดลงต่ำสุด 1,412.64 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,414.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.61 จุด หรือ 0.18% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,798.71 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 313.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท 2.อิชิตัน ปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3.ไอวีแอล ปิดที่ 23.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท 5.ปูนซิเมนต์ไทย ปิดที่ 434.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุด
เดือน: เมษายน 2014
-

หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุด
-

ปูนซิเมนต์ไทยเบนเข็มบุกปิโตรเคมี
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศลดลงอย่างมาก คาดว่าจะเติบโต 0-3%เท่านั้น จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ถึง 4% หลังจากที่เกิดสูญญากาศทางการเมือง ที่กดดันทำให้ภาคการลงทุนต้องชะลอตัวออกไป โดยเฉพาะการลงทุนจากภาครัฐ ดังนั้น จึงจะหันไปรุกธุรกิจปิโตรเคมีแทน เนื่องจากมีความต้องการปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ประกอบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย ทำให้บริษัทมีส่วนต่างราคา (สเปรด) สูงตามไปด้วย และมีผลทำให้ครึ่งปีหลังนี้ จะปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากยอดขายปีนี้ใหม่อีกครั้ง จากปัจจุบันที่คาดว่าจะมี476,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% นอกจากนี้ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ เพื่อเน้นรายได้จากการส่งออกให้มากขึ้น หลังการลงทุนในประเทศชะลอตัวลง ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 25-26%ในปี 56 เป็น 27-28%ในปีนี้ หรือส่งออกปูนซิเมนต์เกือบ 5ล้านตัน โดยเน้นตลาดในแถบภูมิภาคอาเซียน ที่ยังมีความต้องการสูง เพื่อพัฒนาประเทศ อีกทั้งมีแผนที่จะซื้อกิจการต่างประเทศเพิ่ม ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ขณะนี้กำลังเจรจาอยู่กว่า 5 แห่ง คาดว่าภายในครึ่งปีแรกนี้จะได้ข้อสรุปอย่างน้อย1 แห่ง โดยใช้เงินในงบลงทุนรวมปีนี้ที่วางไว้ 50,000-60,000ล้านบาท นายกานต์ กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบกับโครงการลงทุนใหม่ มูลค่า 11,825 ล้านบาท ในธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและธุรกิจกระดาษ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท ในการเป็นผู้นำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เช่น ตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศลาว มูลค่า 10,000ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อผลิตกระดาษในไทย มูลค่า1,825 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น มีกำไรสุทธิ8,380.58 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 6.98 บาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 8,796 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น7.33 บาท และมีรายได้จากการขาย 121,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น11% ตามการเติบโตของทุกธุรกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปูนซิเมนต์ไทยเบนเข็มบุกปิโตรเคมี -

รถยนต์ทรุดหนัก ยอดขายเดือนมี.ค. ลดฮวบ
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ประจำเดือนมี.คที่ผ่านมา มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 83,983 คัน ลดลง 46.7% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 34,813 คัน ลดลง 55.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 49,170 คัน ลดลง 37.5% ยอดขายรถยนต์ที่ลดลง เป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน รวมถึงการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ลดลง ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 3 เดือน มีปริมาณการขาย 224,171 คัน ลดลง 45.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 55.3% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 36.6% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการปรับเข้าสู่สมดุลของตลาดรถยนต์หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก สำหรับแนวโน้มยอดขายรถยนต์เดือนเม.ย.คาดว่าจะทรงตัว จากดัชนีการขายตามฤดูกาลชี้ว่าตลาดรถยนต์เดือนเม.ย.จะมียอดขายน้อยที่สุดในไตรมาสสอง เพราะเป็นเดือนที่ผู้บริโภคจะจับจ่ายใช้สอยไปกับการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าการใช้จ่ายในด้านอื่น แต่อย่างไรก็ดีการจัดงานมอเตอร์โชว์ในช่วงต้นเดือนจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญของตลาดรถยนต์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถยนต์ทรุดหนัก ยอดขายเดือนมี.ค. ลดฮวบ