รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า จำนวนผู้ว่างงานในไตรมาส1/57 ที่เพิ่มขึ้นมามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 344,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 28.2% หรือประมาณ 75,700 คน จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 269,000 คนต่อเดือน ทำให้อัตราการว่างงานเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ 0.9% หากเทียบกับช่วงเดียกวันของปีก่อนอยู่ที่ 0.7% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ประกอบกับ ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้ภาคเกษตรกรรม(ซึ่งเคยเป็นสาขาที่มีการจ้างงานสูงที่สุด) ไม่สามารถดูดซับแรงงานส่วนเกินได้มากนัก ดังนั้นคาดว่าอัตราการว่างงานในปีนี้อาจขยับขึ้นมาที่0.8% จากกรอบคาดการณ์ในช่วง 0.7-1.0% ขณะที่ปี 56 อยู่ที่ 0.7% โดยจำนวนผู้ว่างงานอาจปรับขึ้นมาที่320,000 คนต่อเดือน จากกรอบ 290,000-380,000 คน จากปี 56 อยู่ที่282,000 คน “ ความตึงตัวของตลาดแรงงานไทยยังมีอยู่โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานพื้นฐาน คืองานสกปรก งานยาก และงานอันตราย รวมถึงงานที่ไม่ต้องการทักษะที่ซับซ้อนมากนักในภาคบริการเช่น งานแม่บ้าน และงานบริกร เป็นต้น และกลุ่มแรงงานกึ่งทักษะที่มีความรู้ในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีรวมทั้งกลุ่มแรงงานทักษะสาขาวิชาชีพเฉพาะที่น่าจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเพิ่มมากขึ้นเช่นกันขณะที่ระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานปริญญาตรีในสาขามนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด อาจเผชิญปัญหาความยากลำบากในการหางานทำเนื่องจากมีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนมากเมื่อเทียบกับตำแหน่งงาน” นอกจากนี้เห็นว่า ในระยะยาวโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและผลิตภาพแรงงานเป็นโจทย์สำคัญที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งวางแนวทางแก้ไขเพื่อเพิ่มแต้มต่อและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่อาจเข้มข้นมากขึ้นในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 สำหรับผลิตภาพแรงงานไทยหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพตลาดแรงงานใกล้เคียงกันนั้น ไทยด้อยทักษะด้าน ภาษาต่างประเทศการใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ สภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วทำให้การพัฒนาทักษะแรงงานเทคโนโลยีในหลายๆ สาขาอุตสาหกรรมไม่มีความต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมือง-ศก.ตัวเลขว่างงานเพิ่ม
เดือน: เมษายน 2014
-

พิษการเมือง-ศก.ตัวเลขว่างงานเพิ่ม
-

เครือข่ายผู้บริโภคให้ทบทวนมูลค่าคูปองทีวีดิจิตอล
วันนี้(30เม.ย.)ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น น.ส.สารี อ๋องสมหวังเลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคและองค์กรภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)โดยขอให้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) และกสทช. ทบทวนคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับการแลกซื้ออุปกรณ์ดิจิตอลจาก1,000 บาทลดลงเหลือ416 บาทไม่รวมเสาอากาศ หรือ 512บาทรวมเสาอากาศเนื่องจากมูลค่าคูปองสูงนั้นต้องใช้งบประมาณสูงถึง22,000ล้านบาท สร้างความเสียหายให้แก่รัฐไม่น้อยกว่า10,000 ล้านบาท กสท.ยังดำเนินการขัดประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 ที่กำหนดให้เงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต้องนำส่งกองทุนกทปส.พร้อมนำเงินรายได้ไปสนับสนุนคูปองโดยคำนวณราคาขั้นต่ำการประมูลที่ได้งบเพียง 15,190 ล้านบาท นอกจากนี้การที่กสท.กำหนดให้กล่องรับสัญญาณรับชมทีวีดิจิตอล36 ช่อง ขณะที่ กสทช. กำหนดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ทีวีดิจิตอล48 ช่อง ดังนั้นการที่กล่องรับสัญญาณดาวเทียมซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สามารถใช้คูปองแลกซื้อได้นั้น ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิตอลประเภทชุมชนได้อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ ปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างไรก็ตามสำหรับการประมูลทีวีดิจิตอลเพื่อให้บริการธุรกิจ 24ช่องประมูลเมื่อวันที่ 28 – 29 ธ.ค. 56 แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ได้แก่ หมวดเด็ก 3ช่อง หมวดข่าวสาร 7 ช่อง หมวดวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) 7 ช่องและหมวดวาไรตี้คุณภาพมาตรฐานคมชัด(เอชดี) 7 ช่อง โดยได้เงินประมูลทั้งหมด 50,862 ล้านบาท ซึ่งกสท.นำเงินรายได้จากการประมูลทั้งหมดนำเข้าคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.)ทั้งหมด ซึ่งการสนับสนุนคูปองดังกล่าวจึงต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนฯและบอร์ดกสทช.อีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครือข่ายผู้บริโภคให้ทบทวนมูลค่าคูปองทีวีดิจิตอล -

“ลีโอเทค” บุกตลาดดิจิตอลผ่านสมาร์ทบ็อกซ์แอนดรอยด์
นายประวิทย์ ชัยสิริสัมพันธ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ลีโอเทคฯ เปิดเผยว่า 14 ปีที่ผ่านมาลีโอเทคโนโลยี อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ ภาพเสียงและข้อมูลมากมาย ทั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ดิจิตอลทีวีสายเคเบิ้ลทุกชนิด จานดาวเทียม บรอดคาสติ้ง ไอพีทีวีฯลฯ ลีโอเทคได้เห็นช่องทางใหม่สอดคล้องกับพฤติกรรมบริโภคสื่อต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสมาร์ทโฟน ต้องการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารตามแบบที่ตัวเองต้องการมากกว่าที่จะโดนบังคับให้ชม ลีโอเทค สมาร์ทบ็อกซ์ คือกล่องที่จะมาเปลี่ยนให้ทีวีธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นสมาร์ททีวี แต่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมและรองรับฟังก์ชั่นได้หลากหลายกว่า สมาร์ทบ็อกซ์ใช้ระบบแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เพิ่มเติมได้กว่า600,000 แอพเป็นรายแรก ในประเทศไทย มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น Stickจะเหมาะสำหรับการพกพา เพราะมีขนาดเล็กเหมือน Thumb drive ราคา1,990 บาท, รุ่น Strong สีดำด้านคมเข้ม พร้อมรีโมทอัจฉริยะ ความจุภายใน 4 GB ราคา3,990 บาท, รุ่น Slim จะมีสีขาวดูทันสมัย เรียบหรู พร้อมรีโมทอัจฉริยะ ความจุภายใน 8 GB ราคา3,990 บาท และรุ่น Storage เหมาะสำหรับคน ชอบเก็บไฟล์มัลติมีเดียหนัง หรือข้อมูล ขนาดใหญ่ เพราะสามารถเชื่อมต่อฮาร์ดดิสต์ SATA ได้ทั้งขนาด2.5 และ 3.5 นิ้ว ราคา 4,490 บาท แต่ละรุ่นใช้ CPU Dual Core CRM Coretex A9,1.5 GHZ, GPU Dual Core ARM Mali-400(3D Engine), Ram 1GB DDR3, พร้อมทั้งรองรับพอร์ตHDMI, รวมถึงพอร์ต AV, มีช่องเสียบUSB, รองรับบลูทูธ ฯลฯ พร้อมทั้ง สามารถซื้อ Accessoriesเสริมมาใช้ร่วมกันได้มากมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ลีโอเทค” บุกตลาดดิจิตอลผ่านสมาร์ทบ็อกซ์แอนดรอยด์