ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่22เม.ย.ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด ก่อนลดลงตามแรงการเทขายทำกำไร หลังไร้ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อตลาด ทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวสลับไปมา ทั้งในแดนบวกและลบตลอดทั้งวันส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด1,419.41จุด และลดลงต่ำสุด1,408.87 จุดจนมาปิดตลาด1,415.05จุด เพิ่มขึ้น 1.98 จุด หรือ0.14%ด้วยมูลค่าซื้อขาย27,469.17 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 194.00 บาทเพิ่มขึ้น 3.50 บาท2.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 193.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท4.เอไอเอส ปิดที่ 242.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง5.ธ.กรุงไทย ปิดที่18.60บาทลดลง 0.20 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.98 จุด
เดือน: เมษายน 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดบวก 1.98 จุด
-

ห่วงเลือกตั้งช้าเศรษฐกิจทรุด เบิกจ่ายสะดุด
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับทราบรายงานภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ประเมินว่า หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ค.57 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดไว้ จะกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 58 ซึ่งคาดว่า กว่าจะมีรัฐบาล และได้ใช้เงินอาจจะเข้าสู่เดือนเม.ย.58 ซึ่งระหว่างเดือนก.ย.56-ก.พ.57 จะไม่สามารถใช้งบประมาณ เพื่อการลงทุนในโครงการใหม่ได้โดย ใช้ได้แต่งบประมาณที่เป็นรายจ่ายประจำ ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นเร็วที่สุด ไม่ควรเกินเดือนมิ.ย.56 หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อไปถึงปลายปีจีดีพีอาจจะขยายตัวได้ 0-1% หรืออาจติดลบ แต่หากมีการเลือกตั้งได้ในเดือนก.ค.คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2%“ที่น่าห่วงที่สุดเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี คือเอกชนจะหยุดประกอบการ ลดการผลิตลง คนว่างงานจะเพิ่มขึ้น ตอนนี้เริ่มมีกระแสบริษัทลดคนงาน หรือให้คนงานออกจากงานแล้ว”นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแบบกลุ่มย่อย โดยในวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะนัดหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงต่างประเทศ เพื่อพิจารณาแนวทางการผลักดันการส่งออก กรอบข้อตกลงการค้าเสรีแต่ละประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้นต้องมาเร่งหารือและผลักดันร่วมกัน“ขณะนี้เรื่องของการส่งออก เป็นภาคที่น่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด ซี่งกระทรวงพาณิชย์เองก็เป็นผู้ที่ช่วยส่งเสริม เช่น ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ เพราะตอนนี้เมื่อพิจารณาเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็เห็นว่ายังเติบโตได้ดี 3-4% จึงน่าจะส่งผลดีต่อการส่งออก ส่วนการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำอยู่ ก็พยายามหาตลาดใหม่ ๆ ให้ผู้ส่งออก โดยได้กำชับไปยังทูตพาณิชย์ในประเทศต่าง ๆ ช่วยหาตลาดใหม่ให้ด้วย”ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังได้รับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนก.พ. และแนวโน้มปี 57 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยแสดงความเป็นห่วงว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ 4 ประการ คือ ความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศมีความล่าช้า และการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่ำกว่าคาดการณ์ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเรื่องความล่าช้าของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออก ,สถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง และการปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.57ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนก.พ.นั้น เครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญปรับตัวลดลงจากเดือนม.ค. ทั้งการผลิตภาคเกษตรและการท่องเที่ยว เป็นการปรับตัวลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่เป็นไปอย่างช้า ๆ รวมทั้งผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาในภาคการท่องเที่ยว และเมื่อเทียบกับเดือนก.พ.56 พบว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน และดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวยังลดลงต่อเนื่อง จากผลกระทบของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห่วงเลือกตั้งช้าเศรษฐกิจทรุด เบิกจ่ายสะดุด -

ทุ่ม50ล้านจัดศิลปะบนสกายวอล์ก
น.ส.กรกฎ ศรีวิกรม์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท จัดโครงการ ลีฟวิ่งอาร์ตเฟสติวัล ระหว่างวันที่ 8 พ.ค.-8มิ.ย.นี้ บริเวณพื้นที่ทางเดินบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ สกายวอล์ก ย่านราชประสงค์ เพื่อปลุกกระแสการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ให้เกิดความคึกคัก และฟื้นภาพลักษณของย่านนี้ เนื่องจากเคยเป็นสถานที่ตั้งเวทีชุมนุมใหญ่ทางการเมือง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมงานกว่า 300,000 คนต่อวันเพิ่มขึ้น 100% จากยอดนักท่องเที่ยวตามช่วงเวลาปกติ และมีเงินสะพัดภายในงานกว่า6,500 ล้านบาท"งานลีฟวิ่ง ออฟ อาร์ต ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่จัดงานครั้งแรก แล้วประสบความสำเร็จ มียอดการเดินทางผ่านสกายวอล์กเพิ่มขึ้นถึง 32% ในช่วงจัดงาน เป็นกลุ่มคนไทย 60% ต่างชาติ 40% อาทิ จีน ญีปุ่น ดังนั้นปีนี้ จึงจะนำศิลปะในแบบต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มให้มากขึ้น ทั้งภาพวาดแบบ 3 มิติ ศิลปะแบบเทปอาร์ต เพื่อให้ถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของผู้ที่เข้าชมงาน และหลังจากชมศิลปะนักท่องเที่ยว ก็จะต้องช็อปปิ้ง หรือ รับประทานอาหารต่อ จึงถือเป็นโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี”ด้านภาพรวมของสถานการณ์การท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ หลังการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น มีอัตราการเข้าพักของโรงแรมในย่านนี้ 70% ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวนั้น สมาคมยังไม่สามารถประเมินได้ว่าลดลงหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการในย่านนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เตรียมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อตลอดทั้งปี ตั้งแต่งาน ลีฟวิ่ง อาร์ต เดือนมิ.ย. ,งานราชประสงค์ แกรนด์ เซลล์ ที่จัดพร้อมไทยแลนด์ แกรนด์เซลล์ของททท.ช่วง ก.ค.,และงานเทศกาลอาหาร เดือน ต.ค.นายนพดล ภาคพรต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมกิจกรรม ททท. กล่าวว่า ททท.ให้ความสำคัญกับพื้นที่ย่านราชประสงค์ เนื่องเป็นพื้นที่เด่นทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากมีการชุมนุม ทำให้ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ มีนักท่องเที่ยวลดลงไปบ้าง จึงมองว่างานนี้จะเข้ามาช่วยฟื้นภาพลักษณ์รวมถึงตอกย้ำการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยว่า ย่านราชประสงค์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของการช็อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยยืดวันพำนัก และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม50ล้านจัดศิลปะบนสกายวอล์ก