นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯได้ขอความร่วมมือห้างค้าโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า เช่น บิ๊กซี เทสโก้โลตัส ท็อปส์ เดอะมอลล์ และ เซ็นทรัล ตรึงราคาสินค้าอาหารปรุงสำเร็จทั้งหมดในศูนย์อาหารของห้างฯเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน พร้อมทั้งให้ศูนย์อาหารปรับลดราคาอาหารที่สูงกว่าราคาแนะนำให้กลับมาอยู่ในระดับราคาที่ได้แนะนำไว้ เพื่อลดความเดือดร้อนของผู้บริโภคในภาวะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 พ.ค. นี้เป็นต้นไปสำหรับราคาจำหน่ายแนะนำอาหารปรุงสำเร็จที่กำหนดไว้ เช่น ข้าวไข่เจียวธรรมดา (ไข่ 1 ฟอง) ในศูนย์อาหารของห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ราคา 25 บาทต่อจาน และในห้างสรรพสินค้า 25 บาท, ข้าวราดแกง (กับข้าว 1 อย่าง) ห้างค้าปลีกฯ 30-35 บาท ห้างสรรพสินค้า 35-40 บาท, ข้าวราดแกง (กับข้าว 2 อย่าง) ในห้างค้าปลีกฯ 35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า 40-45 บาท, ก๋วยเตี๋ยวหมูหรือไก่ ในห้างค้าปลีกฯ 35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า 40-45 บาท, ข้าวกะเพราหมูหรือไก่ ในห้างค้าปลีกฯ 35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า40-45 บาทข้าวผัดหมูหรือไก่ ในห้างค้าปลีกฯ ราคา35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า 40-45 บาท, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ในห้างค้าปลีกฯ 35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า 40-45 บาท, ขนมจีนน้ำยาหรือแกงไก่ ในห้างค้าปลีก 35-40 บาท ในห้างสรรพสินค้า 40-45 บาท แต่หากอาหารมีการเพิ่มไข่ดาว 1 ฟอง ในห้างค้าปลีก 7-8 บาท และในห้างสรรพสินค้า 8-10 บาท เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งห้างฯตรึงราคาอาหารฟูดคอร์ท 6 เดือน
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

สั่งห้างฯตรึงราคาอาหารฟูดคอร์ท 6 เดือน
-

“เศรษฐพงค์”ชี้ราคาประมูล900เมกะเฮิร์ตซเหมาะสม
วันนี้(16พ.ค.)พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสทช.)และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)เปิดเผยว่า คลื่นความถี่ย่าน 900เมกะเฮิร์ตซ ของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) โดยมีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เป็นคู่สัญญาสัมปทาน ซึ่งจะหมดสัมปทานปี 2558 นำไปประมูลเดือนพ.ย.57 เห็นด้วยที่จะให้มีการกำหนดถือครองคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่นอกจากนี้ได้ตรวจสอบว่าราคาตั้งต้นการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซนี้สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยคำนวณจากคณะผู้เชี่ยวชาญของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ไอทียู) ซึ่งได้คำนึงถึงสภาวะการณ์และปัจจัยต่างๆของไทยแล้ว และถ้าหากตั้งราคาตั้งต้นสูงเกินไปจะกระทบต่อผู้บริโภค อาจมองว่าเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่มีหลักวิชาการรองรับ และจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้การประมูลล้มเหลว ในขณะเดียวกันหากเน้นเรื่องการทำรายได้ให้รัฐมากเกินไปก็จะขัดต่อวัตถุประสงค์เชิงนโยบายและกฎหมาย ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้การประมูลล่มพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว่า นอกจากนี้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซที่หมดสัญญาสัมปทานและยังอยู่ในช่วงการเยียวยาคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 15ก.ย.นี้ พบว่ายังมีเลขหมายที่ไม่ได้โอนย้ายออกจากระบบจำนวน 4 ล้านเลขหมาย โดยให้สังเกตหากเป็นเลขหมายที่อยู่ในระบบ 1800 เมกะเฮิรตซ์ทุกเลขหมายจะมีการแจ้งเตือนเอสเอ็มเอส จาก กสทช.ให้ทำการโอนย้ายไปใช้งานในเครือข่ายอื่นก่อนวันที่ 15 ก.ย .57 เพราะในวันที่ 16 ก.ย.57 จะไม่สามารถใช้งานเลขหมายเดิมต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เศรษฐพงค์”ชี้ราคาประมูล900เมกะเฮิร์ตซเหมาะสม -

“กสท” รับพิษการเมืองป่วนทำรายได้ไตรมาสแรกหาย1,237 ลบ.
วันนี้ (16 พ.ค.) ที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ถ.แจ้งวัฒนะ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2557 กสท มีกำไรสุทธิที่ 235 ล้านบาท ต่ำกว่าแผนที่วางไว้ที่ 542 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมที่ 9,973 ล้านบาท ต่ำกว่าแผน 1,237 ล้านบาท จากเป้ารายได้ที่วางไว้ที่ 11,201 ล้านบาท ทั้งนี้มาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมทางการเมือง ฯลฯ ส่วนเป้ารายได้ปี 2557 ยังคงตั้งไว้ที่ 46,050 ล้านบาท กำไร 1,634 ล้านบาทอย่างไรก็ตามบอร์ด ได้ให้ฝ่ายบริหารทุกฝ่ายทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจว่าจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้แก้ปัญหาให้เป็นไปตามแผน รวมถึงการทบทวนแผนลงทุนและให้บริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างเกิดประโยชน์ อย่างเช่น การนำเอาทรัพย์สินสัมปทานมาสร้างประโยชน์ให้กับ กสท อย่างคุ้มค่าที่สุด และลดรายจ่ายในการลงทุนบางโครงการ ฯลฯนายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดขึ้นในปีนี้นั้น กสท ยังคงยืนยันที่จะเข้าไปร่วมประมูลด้วยโดยจะเปิดโอกาสหาพาร์ทเนอร์ที่สนใจเพื่อร่วมมือกัน ซึ่งในตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาภายใน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “กสท” รับพิษการเมืองป่วนทำรายได้ไตรมาสแรกหาย1,237 ลบ.