เดือน: พฤษภาคม 2014

  • สั่งพาณิชย์ทำแผนดูแลค่าครองชีพ

    สั่งพาณิชย์ทำแผนดูแลค่าครองชีพ

    นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่า  คสช. มอบนโยบายเร่งด่วน ให้กระทรวงพาณิชย์ทำแผนดูแลค่าครองชีพเพื่อดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อนรวมถึงแผนผลักดันเศรษฐกิจพื้นฐานให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ภายใตัการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงาน  ก่อนที่จะเสนอให้ คสช. พิจารณาอีกครั้ง    “แผนต่างๆคาดว่าจะเสร็จภายใน 2-3 วันก่อนที่จะเสนอ คสช. พิจารณา โดยในประเด็นการดูแลค่าครองชีพนั้นยอมรับว่าอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นนั้น ซึ่งตามเป้าหมาย อัตราเงินเฟ้อที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้จะอยู่ที่กรอบ 2-2.8% เบื้องต้นแม้จะต่ำกว่าที่หน่วยงานต่างๆ ที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเกินกว่า 3% นั้น แต่กระทรวงพาณิชย์จะพยายามควบคุมเพื่อไม่ให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าที่กำหนดไว้” สำหรับสถานการณ์การส่งออกไทยในปี 57 นั้นกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับลดเป้าการขยายตัวจากเดิม 5%เหลือ 3.5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ เช่น การกีดกันทางการค้า และอุปสรรคเกี่ยวกับต้นทุนต่างๆ    ดังนั้นช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีนี้  ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทูตพาณิชย์ และเอกชน พยายามเร่งผลักดันการส่งออกในทุกๆด้านอย่างเต็มที่  นางศรีรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ระบบการค้าเสรี ยังคงเดินหน้าต่อ แต่จะยังไม่มีการทำสัญญาใหม่ใดๆ ทั้งการ เจรจาการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ซึ่งยังต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจาก คสช.ก่อน ส่วนสัญญาที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้า ก็ให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งการประมูลข้าว ยังไม่ดำเนินการ เพราะต้องรอผลการตรวจโกดังข้าวทั่วประเทศก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจน ภายในสัปดาห์หน้า     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแผนงานเร่งด่วนที่กระทรวงพาณิชย์นำเสนอต่อพล.อ.ฉัตรชัย  เช่น การตั้งคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.), , การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ส่วนการดูแลค่าครองชีพประชาชนนั้นก็จะเน้นจัดมหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีราคาถูก,  จัดมหกรรมการจำหน่ายสินค้ามาตรฐานส่งออกภายในประเทศ และ จัดศูนย์ร้องเรียนและสายตรงเพื่อตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดอย่างเข้มข้น  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  กล่าวว่า ยอดการส่งออกสินค้าไทยภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ในช่วง 3เดือนของปี 57 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่า 12,578.37ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.17 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการใช้สิทธิ 12,432.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีการใช้สิทธิเอฟทีเอในการส่งออกมูลค่าดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 70.88 % จากยอดสินค้าที่ได้รับสิทธิเอฟทีเอทั้งหมด         ทั้งนี้ การส่งออกภายใต้เอฟทีเอของไทยแยกเป็นรายประเทศ พบว่าไทย-ออสเตรเลีย มีการใช้สิทธิสูงถึง97.88 % หรือใช้สิทธิมูลค่า 1,716 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ไทย-จีน ใช้สิทธิ 89.13 % หรือมูลค่า3,539 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทย-เกาหลี ใช้สิทธิ72.52 % หรือมูลค่า 524 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทย-ญี่ปุ่น ใช้สิทธิ 72.44 %   ไทย-อินเดีย ใช้สิทธิ61.99 % หรือมูลค่า 645.61 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทย-อาเซียน ใช้สิทธิ 58.36 % หรือมูลค่า4,628.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เป็นต้น “ยอดการใช้สิทธิเอฟทีเอของบางประเทศที่ดูเหมือนลดลง เป็นเพราะสินค้าส่วนใหญ่ได้ลดภาษีลงมาเหลือ 0% แล้ว แต่ก็ยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่ภาษียังไม่เหลือ 0 % ซึ่งกรมฯ อยากให้ผู้ส่งออกที่จะส่งออกไปยังประเทศที่มีข้อตกลงเอฟทีเอเหล่านี้  ทำการศึกษาให้ดีว่าสินค้าที่จะส่งออกนั้น ได้รับสิทธิลดภาษีภายใต้เอฟทีเอหรือไม่ ถ้าได้ก็ควรจะใช้สิทธิ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและลดต้นทุนในการส่งออก” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งพาณิชย์ทำแผนดูแลค่าครองชีพ

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.72 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.72 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่29 พ.ค. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่ง ตามแรงซื้อขายทำกำไรโดยปัจจัยหลัก เป็นผลจากนักลงทุนในประเทศมีแรงซื้ออย่างต่อเนื่องหลังมีความคาดหวังว่าทีมที่ปรึกษาจะมีมาตรการออกมาเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงครคึ่งปีหลังประกอบกับการเคลื่อนไหวการชุมนุมการต่อต้านรัฐประหารยังไม่มีความรุนแรงด้วยส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,404.43จุด ปรับขึ้นสูงสุด 1,413.25 จุด จนมาปิดตลาด 1,408.51 จุดเพิ่มขึ้น 5.72 จุด หรือ 0.41%ด้วยมูลค่าซื้อขาย 41,530.54 ล้านบาท ตลาดเอ็มเอไอปิดที่ 444.48 จุด เพิ่มขึ้น 10.76 จุด หรือ 2.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย2,052.47 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5อันดับแรก 1.ช.การช่าง                     ปิดที่22.00 บาท                    เพิ่มขึ้น 1.90 บาท2.อิตาเลียนไทย                ปิดที่4.48 บาท                      เพิ่มขึ้น 0.34 บาท3.ซิโนไทย                       ปิดที่ 22.50 บาท                   เพิ่มขึ้น 1.90บาท4.กรุงเทพดุสิตเวชการ         ปิดที่16.40 บาท                    เพิ่มขึ้น 0.60 บาท5.ปตท.                            ปิดที่293.00 บาท                 ลดลง 2.00บาท      

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 5.72 จุด

  • ขนสินค้าร่วมงาน“ออร์แกนิก เฟรซ แฟร์”

    ขนสินค้าร่วมงาน“ออร์แกนิก เฟรซ แฟร์”

     นางศรีรัตน์รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุได้เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงาน ออร์แกนิก เฟรซ แฟร์ 2014ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดและสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3โดยได้รวบรวมสินค้าออร์แกนิกซึ่งผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% กว่า 700 รายการที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากไร่ส่งตรงมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค   ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรของไทย และสนับสนุนให้ผลผลิตทางการเกษตรมีช่องทางการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าออร์แกนิกที่ปัจจุบันกระทรวงฯได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเพิ่มปริมาณผลผลิต เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดเพราะผู้บริโภคเริ่มมีความนิยมมากขึ้นหลังจากหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพในการบริโภคสินค้าที่ปลอดสารพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม    นางจิรนันท์ผู้พัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารจัดซื้อและการตลาด บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวว่าได้นำผัก ผลไม้ ข้าวผลิตภัณฑ์แปรรูป ไม้ดอกไม้ประดับ และผลผลิตคุณภาพจาก 4ภาคทั่วไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์จากโครงการมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยมาออกร้านจำหน่ายเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเพราะมีข้อดีในเรื่องสุขภาพและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับสินค้าไฮไลต์ในงานนี้ได้มีการเปิดตัวสินค้าออร์แกนิกจากโครงการมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ครั้งแรกคือมะม่วงอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่รูปทรงเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้แต่มีรสชาติกลิ่นเหมือนอกร่อง, มะม่วงแดงจักรพรรดิน้ำหนัก 1–2 กิโลกรัมต่อลูก , ปลานิลแดดเดียว, ปลาร้า, ไก่พื้นบ้านสร้อยทองสายพันธุ์พม่าแท้ที่มีเนื้อแน่นนุ่ม, กบ, ปลากุเลา, ผักสด ไม้ดอกไม้ประดับ ข้าวและสินค้าแปรรูป                 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนสินค้าร่วมงาน“ออร์แกนิก เฟรซ แฟร์”