ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ค. ดัชนีปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวได้ในแดนบวกตลอดทั้งวัน เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยลบเข้ามากดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมวุฒิสภากับหลายภาคส่วน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และประเด็นสำคัญในการแต่งตั้งนายกคนกลางตามมาตรา 7 ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของทั้งกปปส. และนปช. โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 16 พ.ค. นี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,380.74 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,396.04 จุด จนมาปิดตลาด 1,396.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.89 จุด หรือ 1.52% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 49,965.33 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 14.70 บาท เพิ่มขึ้น 3.10 บาท2. อิชิตัน ปิดที่ 24.30 บาท เพิ่มขึ้น 3.80 บาท3. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 192.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท4. เอไอเอส ปิดที่ 242.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท5. ปตท. ปิดที่ 304.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ปิด 20.89 จุด
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ปิด 20.89 จุด
-

เคทีซีคุมรูดปื๊ดสกัดหนี้เน่า
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด หรือเคทีซี เปิดเผยว่า ผลประกอบการ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีรายได้รวม 3,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% เนื่องจากการทำตลาดของบริษัทฯเน้นการ ใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก พร้อมให้สิทธิประโยชน์กับการสมาชิกต่อเนื่อง และคาดว่าปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเติบโต 3%“แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมความต้องการสินเชื่ออาจลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความผันผวนของสถานการณ์ทางการเมือง แต่เคทีซียังคงเดินหน้าธุรกิจ โดยแผนการทำตลาดบัตรเครดิตจะเน้นเฉพาะกลุ่มเจาะกลุ่มคนระดับกลางและบนมากขึ้น ส่วนสินเชื่อบุคคล จะออกแคมเปญเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย” สำหรับการเติบโตธุรกิจจะดำเนินการอย่างระมัดระวังด้วยการควบคุมความเสี่ยงและคุณภาพหนี้ให้เหมาะสม โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) บัตรเครดิตอยู่ที่ 2.2% และ สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 1.4% ขณะที่หนี้สูญได้รับคืนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 27% หรือประมาณ 414 ล้านบาท อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีสินทรัพย์รวม 49,078 ล้านบาทพอร์ตลูกหนี้การค้ารวมสุทธิอยู่ที่ 44,943 ล้านบาทจากเดิมอยู่ที่ 42,684ล้านบาท ขณะที่ ฐานสมาชิกรวม 2.3 ล้านบัญชี แบ่งเป็น บัตรเครดิต 1.63 ล้านบัตร คิดเป็นยอดลูกหนี้สุทธิ 30,808 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล “เคทีซี แคช”มีจำนวน 650,856 บัญชี ยอดลูกหนี้สุทธิ 13,915 ล้านบาท ทั้งนี้ในไตรมาส 1/57 57 บริษัทฯมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ 25,090 ล้านบาท มาจากธนาคารกรุงไทย 18,030 ล้านบาทและจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ7,060 ล้านบาท อัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6.6 เท่าซึ่งต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า ส่วนการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยนั้น นอกจากยายบริการด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้วยังได้เริ่มโอนย้ายระบบการติดตามหนี้ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยมาให้เคทีซีดูแลแทนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการติดตามหนี้และลดต้นทุนของธนาคาร อย่างไรก็ตาม ปีนี้วางแผนไว้ว่าจะมีกำไรโตไม่ต่ำกว่า1,300 ล้านบาท จากปี 56 มีกำไรอยู่ที่1,282 ล้านบาทและมีเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจบัตรเครดิตภาย ใน 5 ปีข้างหน้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคทีซีคุมรูดปื๊ดสกัดหนี้เน่า -

กนอ.ตั้งเป้าขายที่ดิน 3,000 ไร่
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ยอดขายขายพื้นที่ หรือให้เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้งของ กนอ.และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยยอดขายพื้นที่ 6 เดือนของปีงบประมาณ57 (ต.ค. 56 – มี.ค. 57) อยู่ที่ 1,770ไร่ และทั้งปียังตั้งเป้าหมายยอดขายพื้นที่ 3,000 ไร่เช่นเดิมเนื่องจากนักลงทุนเริ่มมองว่า สถานการณ์การเมืองจะปรับตัวดีขึ้น "ไตรมาสแรกยอดขายพื้นที่นิคมฯของกนอ. ขายได้เพียง 990 ไร่ พอไตรมาส 2 ก็ดีขึ้นมากและคิดว่า โครงการค้างท่อลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็น่าจะไม่มีปัญหา แต่ภาพรวมคงน้อยกว่าปีที่แล้วที่ยอดขายอยู่ที่ 5,600ไร่ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีมากเพราะมีการกลับมาลงทุนมากจากภาวะน้ำท่วม” นอกจากนี้ได้ร่วมลงนามสัญญาดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีกับบริษัทเมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี ในรูปแบบนิคมฯร่วมดำเนินการกับกนอ. มีพื้นที่ 2,219 ไร่โดยนิคมฯแห่งนี้ ถือเป็นแห่งที่ 56 ของประเทศและเป็นจังหวัดที่ 16 ใช้เงินลงทุนพัฒนาโครงการ2,900 ล้านบาท คาดว่า จะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 74,000 ล้านบาทการจ้างงานไม่น้อยกว่า 16,900 คน เป็นนิคมฯที่รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพาราคาดว่า จะพัฒนาเฟสแรกได้ภายในปี 58"นับเป็นนิคมฯที่จะรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ปี 58 ซึ่งพื้นที่จ.อุดรฯจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดีโดยนิคมฯนี้เป็น1ใน3นิคมฯที่กนอ.ได้เปิดเอกชนเสนอยื่นตั้งนิคมฯและได้รับคัดเลือกตามยุทธศาสตร์ของประเทศในเชิงพื้นที่และคลัสเตอร์โดยอีก 2 นิคมฯคือ บริษัท นาคา คลีนเพาเวอร์ จ.หนองคาย และบริษัทสวนอุตสาหกรรมพลังงาน จ.นครราชสีมา จะได้ลงนามต่อไป และเตรียมเปิดนิคมฯ ในพื้นที่อ.เชียงของเชียงรายต่อไป รวมๆ ปีนี้คาดว่า จะเปิดพื้นที่นิคมฯเพิ่ม 4 – 5แห่ง "
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กนอ.ตั้งเป้าขายที่ดิน 3,000 ไร่