รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค.นี้กระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลเกือบ 700,000 ตัน แบ่งเป็นประมูลข้าวสารผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ปริมาณ 220,000 ตัน และของกรมการค้าต่างประเทศ ก็จะเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 450,000 ตัน ซึ่งจะใกล้เคียงกับแผนที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องการระบายข้าวออกไปให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 800,000 ตัน -1 ล้านตันนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ความต้องการข้าวในตลาดโลกยังไม่มีเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาประเทศผู้ซื้อได้ซื้อข้าวเข้าไปไว้ในสต๊อกจำนวนมาก ทำให้แผนการระบายข้าวสต๊อกข้าวสารของรัฐบาลที่ตั้งเป้าหมายไว้เดือนละ800,000 – 1 ล้านตัน เป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก เว้นแต่จะมีภัยธรรมชาติรุนแรง จนทำให้ผลผลิตข้าวทั่วโลกเสียหายหนัก และราคาข้าวปรับตัวขึ้นสูง ซึ่งจะทำให้ประเทศผู้ซื้อเร่งซื้อข้าวในตลาดเพิ่มเติม“หากดูสถานการณ์ขณะนี้ ตลาดข้าวเริ่มนิ่ง ซึ่งต้องไปลุ้นครึ่งปีหลัง ว่าจะมีปัญหาภัยธรรมชาติ และมีการสั่งซื้อข้าวเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งก็จะทำให้การระบายข้าวสต๊อกรัฐเป็นไปตามเป้าหมายส่วนราคาข้าวขณะนี้ โดยข้าวขาว 5%ของเวียดนามปรับตัวสูงกว่าไทยเล็กน้อย เป็นผลจากการรับข่าวเวียดนามชนะการประมูลข้าวของฟิลิปปินส์”สำหรับราคาส่งออกข้าวสาร(เอฟโอบี) จากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยล่าสุด ราคาส่งออกข้าวขาว 5%ของไทยอยู่ที่ตันละ 393 เหรียญสหรัฐราคาข้าวขาว 5%ของเวียดนามอยู่ที่ตันละ 395 เหรียญสหรัฐ ราคาข้าวขาว 5%ของอินเดีย และปากีสถานอยู่ที่ตันละ 420 เหรียญสหรัฐ ส่วนราคาส่งออกข้าวนึ่งของไทยอยู่ที่ตันละ 421 เหรียญสหรัฐ ราคาส่งออกข้าวนึ่งของอินเดียอยู่ที่ตันละ 400 เหรียญสหรัฐ ปากีสถานอยู่ที่ตันละ 440 เหรียญสหรัฐฯ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เปิดประมูลข้าวอีกเกือบ 7 แสนตัน
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

พาณิชย์เปิดประมูลข้าวอีกเกือบ 7 แสนตัน
-

หวั่นพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างในพื้นที่จ.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงที่เกิดแผ่นดินไหว จนทำให้บ้านเรือนประชาชน และสถานที่สำคัญได้รับความเสียหาย เพราะหลังจากที่สถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลาย ประชาชนจำเป็นต้องซ่อมแซมบ้านเรือน จึงต้องการใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมาก“การออกตรวจสอบ เพื่อให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ ไม่ให้ขาดแคลน และเกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมประชาชนมาก”อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง กรมฯ ได้เรียกประชุมกับบริษัทผลิตวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ให้ตรวจสอบร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) ในจังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว หากตรวจพบว่าร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใด ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้ากรมฯ จะลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดคือ จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ รวมทั้งให้บริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่เป็นบริษัทแม่ของร้านตัวแทนรายนั้น ตัดสิทธิ์โควตาจำหน่ายสินค้านอกจากนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดที่ได้รับภัยแผ่นดินไหวด้วย เพื่อไม่ให้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเช่นเดียวกัน ซึ่งประชาชนรายใดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบเห็นพฤติกรรมการจำหน่ายสินค้าเกินกว่าราคาปกติ ขอให้แจ้งสายด่วน 1569 หรือค้าภายในจังหวัด กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทันที หากพบว่ามีการกระทำผิด ก็จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ ในจ.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ลงพื้นที่ดูแลราคาสินค้า พร้อมทั้งตรวจสอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคลังสินค้ารายอื่น ๆ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือกักตุนสินค้าในภาวะที่ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หากมีการกักตุนสินค้าจนทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ“เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จ.เชียงราย กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า จะไม่มีผลกระทบต่อการค้าชายแดน เพราะเส้นทางที่เป็นโลจิสติกส์สำคัญ ยังคงใช้การได้ดี ซึ่งการค้าชายแดนที่เชียงรายช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีมูลค่ากว่า 9,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.93%”ทั้งนี้ที่ผ่านมา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจ 2,000 ล้านบาท โดยความเสียหาย มีถนน วัดเพียงบางแห่ง และบ้านเรือนบางส่วนแต่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมธุรกิจขนาดใหญ่เสียหาย อย่างไรก็ตามผลกระทบจะเกิดขึ้นในเชิงจิตวิทยา เช่น ในระยะสั้นจะทำให้คนชะลอการไปเที่ยวเชียงราย เชียงใหม่ ส่วนผลกระทบในระยะยาวนั้นจะมีผลทั้งด้านบวกและลบ โดยด้านบวกจะทำให้เกิดการปรับตัวทางเศรษฐกิจ และการหาองค์ความรู้เรื่องนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาแผ่นดินไหว เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย และจะทำให้มีการปรับปรุงด้านการก่อสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวมากขึ้น ขณะที่ผลด้านลบจะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นและคนอาจจะไม่กล้าซื้อคอนโดมิเนียม“ในส่วนของจ.เชียงราย นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ประเมินความเสียเสียหายหลังเกิดเหตุการแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ใเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 46 หลัง เสียหายบางส่วน 6,142 หลัง และมีชาวบ้านเดือนร้อนกว่า 54,000 คน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง -

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประจำการ – รู้หลบ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็น ชื่อที่จะได้ยินบ่อยมากเมื่อประเทศไทยอยู่ในฤดูฝนนับแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้น หนังสืออุตุนิยมวิทยาให้ความรู้ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดปกคลุมประเทศไทยช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เป็นลมที่มีแหล่งกำเนิดจากความกดอากาศสูงบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งพัดออกจากศูนย์กลางเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้และเปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อพัดข้ามเส้นศูนย์สูตร จะเป็นตัวการนำมวล อากาศชื้นจากมหา สมุทรอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้มีเมฆมากและฝนชุกทั่วไป บริเวณชายฝั่งทะเลและเทือกเขาด้านรับลมจะเจอฝนมากกว่าจุดอื่น อิทธิพลของลมนี้เริ่มและมีน้ำหนักมากทางทิศตะวันตกของประเทศมากกว่าด้านตะวันออก กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ลมตะวันตกเฉียงใต้เข้าปกคลุมประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 11–12 พ.ค. ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้น สองวันที่ผ่านมาถือเป็นแค่น้ำจิ้ม วันที่ 13 -17 พ.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรง ประเทศไทยจึงมีฝนเพิ่มขึ้น ด้วยกำลังที่แรงจะตกแบบธรรมดาคงไม่ได้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายว่าจะทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนหนักบางแห่ง ทะเลอันดามันคลื่นแรง ตรงจุดที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงถึง 2เมตร ใครชวนท่องทะเลอันดามันยามนื้พึงใช้วิจารณญาณ การคาดหมายลักษณะอากาศโดยรวมของกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า เดือน พฤษภาคมยังเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากร้อนเป็นฝนจึงมีความแปรปรวน ส่วนใหญ่ร้อนอบอ้าวมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางวัน จนปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้จึงจะเข้าประจำการเต็มตัว ขณะเดียวกันก็จะมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบนเป็นช่วง ๆ บริเวณประเทศไทยจึงฝนชุกเพิ่มมากขึ้นมีฝนหนักหลายพื้นที่และจะมีจุดที่หนักมากเป็นบางแห่ง คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยบริเวณภาคตะวันออกจะแรงขึ้น เอาเป็นว่าตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปมรสุม หรือลมฝน จะมาจากทางทิศตะวันตก ปลายเดือนนี้ถึงกลางเดือนหน้าจะมาถี่ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำหน้าที่แล้วครับ. หยาดน้ำฟ้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประจำการ – รู้หลบ