วันนี้(6พค.57) รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นผู้นำนวัตกรรมการเรียนการสอน แบบไฮบริดเลิร์นนิ่ง ซิสเต็มส์ (มาใช้ตั้งแต่ปี 2551 โดยปรับทุกห้องเรียนเป็นอี-คลาสรูมเพื่อรองรับการเรียนการสอนดังกล่าว ซึ่งเป็นการรวมเอาข้อดีระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนแบบอี-เลิร์นนิ่ง มาใช้ร่วมกัน โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาบทเรียนออนไลน์หรืออีบุ๊คให้นักศึกษาดาวน์โหลดไปใช้ในการเรียนแล้วกว่า700 รายวิชาล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัทแอปเปิ้ลพัฒนาต่อยอดการเรียนการสอนจากระบบ ยูทีซีซี ไฮบริด เลิร์นนิ่ง ซิสเต็มส์ (UTCC Hybrid Learning System)ไปเป็นยูทีซีซี ไอไฮบริด (UTCC Hybrid) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ล่าสุด โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการพัฒนาไอบุ๊คใส่ไว้ในไอจูน ยู(iTunes U) ของแอปเปิ้ล เบื้องต้นพัฒนาไอบุ๊คในรายวิชาของหมวดการศึกษาทั่วไปของนักศึกษาปี1 จำนวน 10รายวิชา และพัฒนารายวิชาใหม่คือ ดิจิทัล ลิเทอเรซี่(Digital Literacy) เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนและการทำงานยุคดิจิทัลทั้งนี้ตั้งเป้าปรับอีบุ๊คที่มีอยู่ทุกรายวิชามาเป็นไอบุ๊คได้ ภายในปีนี้นอกจากนี้ยังร่วมกับบริษัทแอปเปิ้ล จัดตั้งศูนย์ Regional Training Center แห่งแรกของอาเซียนเพื่อฝึกอบรมคณาจารย์ในการเพิ่มศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสอนอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม.หอการค้าไทยต่อยอดนวัตกรรมการศึกษาเป็นไอไฮบริด
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ม.หอการค้าไทยต่อยอดนวัตกรรมการศึกษาเป็นไอไฮบริด
-

ดันไทยศูนย์กลางผลิตภาพยนตร์ภูมิภาค
นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯมีแผนที่จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในส่วนของภาพยนตร์ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทำภาพยนตร์ของภูมิภาค ตามแผนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เบื้องต้นผู้สร้างหนังและนักลงทุน ต้องการให้ประเทศไทยลดการละเมิด หรือไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ในไทย เพราะที่ผ่านมาภาพยนตร์บางเรื่องเข้าฉายในโรงหนังแค่ 1 วัน ก็มีแผ่นปลอมหรือหนังให้ดาวโหลดออกมา“ที่ผ่านมาผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ ดังนั้นกรมฯ จะเร่งหามาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ทุก ๆ ฝ่าย รวมถึงการเข้าไปให้ความรู้ในเรื่องการคุ้มครอง และป้องกันการละเมิด และกรณีถ้าถูกละเมิดจะดำเนินการอย่างไร”นางกุลณีกล่าว่วา ทั้งนี้ กรมฯยัง ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดส่งผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ประสานการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของสหรัฐฯ มาปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เริ่มเดือนมิ.ย.57 นี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และแนะนำไทยในด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยแนะนำแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาการติดตาม การตรวจสอบ การสืบสวน ตลอดจนการฟ้องร้องดำเนินคดีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ บังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อให้การปราบปรามการละเมิดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ“สหรัฐฯจะมาทำงานภาคปฏิบัติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมฯ จะมาให้คำแนะนำในด้านการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะเข้ามาทำงานร่วมกับเรา มาดูว่าเทคนิค วิธีการทำงานของไทยเป็นอย่างไร มีอะไรต้องปรับแก้ไขบ้าง รวมทั้งการให้คำแนะนำในเรื่องการละเมิดใหม่ ๆ จะป้องกันอย่างไร เช่น ตรวจสอบการละเมิดทางอินเทอร์เน็ต การตรวจสอบสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นต้น”นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯยังจะเข้าไปทำงานภาคสนาม โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมศุลกากร ในการตรวจจับสินค้าละเมิด ทั้งที่จำหน่ายทั่วไปในพื้นที่ต่าง ๆ และสินค้าที่ผ่านด่านศุลกากรสำหรับสถิติการปราบปรามในช่วง 3เดือนของปี 57 (ม.ค.-มี.ค.) จับกุมได้จำนวน 2,430 คดี ของกลาง 243,457 ชิ้นโดยเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น เสื้อผ้า เข็มขัด รองเท้า นาฬิกาและกระเป๋า และเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เพลง ภาพยนตร์ และซอฟต์แวร์เป็นต้น รวมทั้งยังพบว่ามีสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชน เช่นยารักษาโรคปลอม อะไหล่ปลอม สุรา ไวน์ ปลอม เครื่องสำอางปลอม และซอสปรุงรสปลอมเป็นต้นทั้งนี้แผนการปราบปรามจากนี้ไป กรมฯจะให้ความสำคัญกับการจับกุมสินค้าที่เป็นปัญหาข้างต้นโดยจะเน้นเจาะกลุ่มพื้นที่เป้าหมาย ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ (พื้นที่สีแดง) และพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง (สีเหลือง) รวมทั้งจะมีการรณรงค์ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่องเช่น การสร้างความตระหนักให้กับนักศึกษา การรณรงค์ โหลดเล่นเล่น ก็เป็นเรื่องร่วมกับสหรัฐฯ และร่วมกับภาคเอกชนในการป้องกันการละเมิด เป็นต้นส่วนของกลางที่จับกุมได้ ในปี 56ได้รทำลายไปแล้ว 2 ครั้ง ที่ภูเก็ต 94,120 ชิ้น มูลค่ากว่า 297 ล้านบาท และที่กรุงเทพฯของกลาง 1.634 ล้านชิ้น มูลค่า 1,484 ล้านบาท และเร็ วๆ นี้จะทำลายของกลางที่จับกุมได้อีก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันไทยศูนย์กลางผลิตภาพยนตร์ภูมิภาค -

นายแบงก์หวังส่งออกดันสินเชื่อผงกหัว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 2 ปีนี้ จะกลับมาเป็นบวกหลังจากที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาหดตัวลง จากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเป็นหลัก ยกเว้นภาคเกษตรที่ยังไม่ฟื้นตัวเช่น ภาคใต้แย่ เนื่องจากราคายางตกต่ำ ซึ่งยอมรับว่าสินเชื่อผูกพันกับระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นหากเศรษฐกิจดี สินเชื่อจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ถ้าไม่ดีสินเชื่อจะปรับตัวลดลง“สินเชื่อขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบมากเนื่องจากไม่มีรัฐบาล ทำให้การใช้งบประมาณไม่เต็มที่ และเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งแตกต่างจากอดีต แม้มีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ก็ยังไปได้ เนื่องจากรัฐบาลสามารถใช้จ่ายงบลงทุนได้ และพึ่งพาเศรษฐกิจภายนอกประเทศ แต่ตอนนี้เหตุการณ์ตรงกันข้าม ส่วนการขอใช้สินเชื่อจะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัญหาการเมืองในประเทศ ถ้าไม่รุนแรงความต้องการสินเชื่อของธุรกิจจะเพิ่มขึ้นแน่นอน คาดว่าสินเชื่อทั้งระบบปีนี้จะโต 6-8% ขณะที่จีดีพี 2.5-2.7%”ทั้งนี้เห็นว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นการจ้างงาน ส่วนธนาคารพาณิชย์จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับสุดท้าย โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังไปได้ เพราะไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่ซึม ไม่ตกรุนแรงเหมือนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และซัพไพร์มนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เดือนเม.ย.-มิ.ย.นี้ คาดว่าการปล่อยสินเชื่อมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากตัวเลขการส่งออกที่ฟื้นตัว ส่วนการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งคงตั้งเป้าหมายสินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจแม้ว่าในช่วงนี้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ธนาคารพาณิชย์พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้า ดูแลการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง“ความต้องสินเชื่อมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว แม้ว่าจะมีความผันผวนเกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าการส่งออกที่มีแนวโน้มที่ดีจะช่วยทำให้สินเชื่อเติบโตได้ แต่ธุรกิจอื่นยังช่วยประคับประคองกันไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง พยายามที่จะหารายได้เข้ามาทดแทนสินเชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นค่าธรรมเนียม หรือค่าฟีเพียงอย่างเดียว แต่อาจหารายได้ด้านอื่นมาเสริมไม่ได้เน้นด้านใดด้านหนึ่งเฉพาะ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นายแบงก์หวังส่งออกดันสินเชื่อผงกหัว