เดือน: พฤษภาคม 2014

  • นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

    นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

    โละเฟอร์นิเจอร์กันเกือบทั้งบ้าน หากเคยผ่านประสบการณ์นํ้าท่วมมาแล้ว ก็เพราะไม้อัดหรือไม้เชิงวิศวกรรมที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ยอดฮิต เมื่อแช่นํ้านอกจากจะบวมพอง โครงสร้างบิดเบี้ยวแล้วยังถึงขั้นถล่มทรุดลงมากองเป็นขยะอีกด้วย แต่ใช่ว่าไม้อัดเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์ เพราะในยุคที่ไม้จริงหายาก ราคาสูง ไม้อัดหรือไม้เชิงวิศวกรรม ที่ผลิตขึ้นจากเศษวัสดุของไม้ หรือเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการเกษตร สามารถช่วยชะลอการตัดไม้ทำลายป่าและเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือใช้ได้ ดังนั้น “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย มีคำ” จากสาขาวิชาวิศวกรรมพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงพัฒนาไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือก ที่สามารถใช้ทดแทนไม้จริงได้มากขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย บอกว่า ไม้เชิงวิศวกรรม คือวัสดุประเภทไม้ที่ผลิตขึ้นจากเศษวัสดุของไม้หรือเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการเกษตร นำมารวมกับสารยึดติดประเภทกาว ผ่านกระบวนการการผลิตเชิงวิศวกรรม จนได้วัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่มีลักษณะเป็นชิ้นงานไม้ มีความแข็งแรงสามารถนำไปใช้งานได้เช่นเดียวกับชิ้นไม้จากธรรมชาติ ทั้งนี้เศษวัสดุที่มักนิยมนำมาใช้ผลิตเป็นไม้เชิงวิศวกรรม เช่น ขี้เลื่อยไม้ ชานอ้อย ฟางข้าว ซังข้าวสาลี ซังข้าวโพด เยื่อผลปาล์ม เส้นใยหรือชิ้นไม้สับจากไม้ป่าเศรษฐกิจ เช่น ไม้สน ไม้ยูคาลิปตัส และ ไม้ยางพารา ส่วนสารยึดติดส่วนใหญ่ใช้กาวประเภท กาวยูเรีย หรือ กาวลาเท็กซ์ ตัวอย่างวัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่ใช้งานทั่วไป เช่น ไม้อัดเอ็มดีเอฟ ไม้อัดแผ่น ไม้พื้นปิดผิว ไม้ท่อนติดกาว หรือ ไม้ชิ้นอัดร้อน สำหรับประเทศไทย ไม้เชิงวิศวกรรมที่นิยมใช้กันมากคือ ไม้อัดเอ็มดีเอฟ และ ไม้อัดแผ่น ซึ่งมักจะนำมาทำเป็นกล่องบรรจุสินค้า แบบหล่อปูนงานก่อสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์สำหรับตลาดระดับล่าง และใช้ในการตกแต่งภายใน แต่ไม้เชิงวิศวกรรมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังมีข้อจำกัดด้านความแข็งแรง ไม่สามารถใช้ทดแทนไม้เนื้อแข็งจากธรรมชาติได้ ไม่ทนทานต่อความชื้น มักจะโก่งบวมเสียรูป เมื่ออยู่สภาพอากาศที่ชื้นจะขึ้นรา ทั้งยังถูกทำลายโดยแมลงพวกมอดไม้หรือปลวกได้ง่าย ประกอบกับแนวโน้มไทยประสบกับปัญหานํ้าท่วมมากขึ้นทุกปี ทีมวิจัยจึงพัฒนาวัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่มีสมรรถนะสูงขึ้น มีความแข็งแรงเทียบเท่าไม้เนื้อแข็งที่ได้จากธรรมชาติ คงทนต่อสภาวะแวดล้อมทั้ง ลม ฝน นํ้าท่วม ได้เป็นระยะเวลานาน ๆ และทนทานต่อการเข้าทำลายของแมลงพวกมอดไม้ และปลวก ผู้วิจัยบอกว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น มีทั้งไม้อัดเยื่อเดี่ยว และไม้อัดเยื่อผสมใยแก้วเสริมแรง ไม้อัดแผ่นจากแผ่นไม้ยางพาราเสริมแรงด้วยผ้าใยแก้ว ไม้อัดปิดผิว และไม้อัดปิดผิวแบบหลายชั้นเสริมแรงด้วยผ้าใยแก้ว โดยไม้เชิงวิศวกรรมที่วิจัยขึ้นมานี้ มีองค์ประกอบของเศษวัสดุของเหลือจากอุตสาหกรรมการเกษตร และวัสดุจากไม้ป่าปลูกเชิงเศรษฐกิจ เช่น แกลบข้าว เยื่อชานอ้อย เยื่อผลปาล์มนํ้ามัน ขี้เลื่อยไม้ เยื่อไม้ยูคาลิปตัส และแผ่นไม้ยางพารา มีการประยุกต์ใช้ระบบกาวอีพ๊อกซี่ เป็นกาวยึดติด ส่วนเส้นใยเสริมแรงใยแก้วก็เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมผลิตกระดานโต้คลื่น และกระดานโต้ลม ทั้งนี้จากส่วนผสมทั้งหมดทำให้ได้ไม้เชิงวิศวกรรมที่มีสมรรถนะสูง สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ ที่สำคัญคือ มีคุณสมบัติเชิงกลสูงเทียบเท่าไม้เนื้อแข็งที่ใช้ในงานก่อสร้างอาคารบ้านเรือนทั่วไป และยังทนทานต่อความชื้นได้ดี จากผลการทดสอบพบว่า สามารถแช่อยู่ในนํ้าได้นานมากกว่า 3 เดือน ถึง 1 ปี โดยที่ไม่เกิดการบวม หรือ โก่งงอ และทนทานต่อการเข้าทำลายของมอดไม้ และปลวก ได้เช่นเดียวกับไม้สักทอง เพราะจากการทดสอบนำไปฝังในรังปลวกเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน ไม่พบร่องรอยการเข้ากัดทำลายของปลวกแต่อย่างใด ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนชื้น สวยงามและปลวกไม่กิน ประกอบกับกระบวนการผลิตไม่แตกต่างไปจากการผลิตไม้เชิงวิศวกรรมทั่วไป และต้นทุนการผลิตก็ไม่สูงมากนัก เนื่องจากองค์ประกอบที่ใช้ในกระบวนการผลิตส่วนใหญ่เป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมาก ทำให้นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูงนี้ น่าจะมีศักยภาพในการนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้อย่างไม่ยาก!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

  • เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล อย่างเต็มตัวแล้ว ระบบการทำงานต่าง ๆ ล้วนปรับเข้าไปอยู่บนคลาวด์ ทำให้เกิดธุรกิจยุคคลาวด์ ทั่วโลกต่างเข้าสู่ธุรกิจที่มีการดึงข้อมูลจากระบบคลาวด์ เอกสารปัจจุบันได้มีการจัดเก็บโดยใช้ระบบคลาวด์มากขึ้น ยกตัวอย่าง คลาวด์ เช่น Google Drive, Box, Amazon Drive, Skydrive เเละ Dropbox การเซ็นเอกสาร ถือเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของนักธุรกิจ หรือ แม้แต่บุคคลธรรมดา เพื่อความง่ายต่อการใช้งานและการค้นหาไฟล์ที่ง่ายขึ้น คงจะดีไม่ใช่น้อยหากจะมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้เซ็นเอกสาร พร้อมจัดเก็บเอกสารที่เซ็นเเล้ว อยู่บนคลาวด์เพื่อการใช้งานต่อไป อาทิ บัตรประชาชน พร้อมลายเซ็น หรือ เซ็นมอบอำนาจ อ.อรภัค สุวรรณภักดี นักวิชาการอิสระ นักธุรกิจ นักเขียน เล่าว่า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและลดขั้นตอนการทำงานในการเซ็นเอกสารต่าง ๆ ปัจจุบันนักธุรกิจที่ทันสมัยหันมาเซ็นเอกสารผ่านเว็บไซต์ หรือ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sign easy โดยสามารถลิงค์กับเอกสารในเเอพ กับ ระบบคลาวด์ เเละสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ “วิธีการใช้งานง่าย ๆ โดยผู้ใช้สามารถเซ็นลายชื่อเพียงหนเดียว แล้วกดอินเสิร์ชไปยังเอกสารนั้น ๆ ที่เราต้องการจะเอาลายเซ็นวางในตำแหน่งที่ต้องการทันที เปรียบได้กับเลขาส่วนตัวยุคดิจิตอล” นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น ลายเซ็นดิจิตอล ดังกล่าว ยังสามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นสแกนเนอร์ได้ด้วย โดยผู้ใช้สเเกนบัตรประชาชนพร้อมใส่ลายเซ็น ก็สามารถส่งเอกสารสัญญาต่าง ๆ อาทิ เอกสารการกู้เงิน ผ่านแอพพลิเคชั่นเเชท อย่างวีแชท (WeChat) หรือ อีเมล ได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเอกสารที่เซ็นดังกล่าวไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อการใช้งานต่อไป อ.อรภัค เล่าว่า นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นปัจจุบันสามารถพัฒนาแอพลายเซ็นดิจิตอลใหม่ ๆ ทันสมัยตอบรับกับคนยุคดิจิตอล แต่ปัญหาคือ คนใช้ไม่เป็น นอกจากนี้ ข้อเสียของแอพดังกล่าวคือ อาจเกิดการขโมยลายเซ็นที่อยู่ในเครื่องได้ ดังนั้น ควรตั้งพาสเวิร์ดเพื่อป้องกันตัวเองโดยพาสเวิร์ด ต้องมีความซับซ้อนเพียงพอ สำหรับข้อเสียที่ทำให้ผู้ใช้เกิดการลังเล คือ การส่งเอกสารสำคัญอยู่บนคลาวด์ คนไทยจึงไม่นิยมใช้และยังคงไว้ใจที่จะส่งพนักงานรับส่งเอกสารเดินเอกสารสำคัญให้ ไทยจึงไม่มีปัญหานี้ แต่ในอเมริกาใช้งานแล้ว พบข้อจำกัดของการส่งเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ คือ กรณีที่ไวไฟหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ดังนั้นไม่ควรเซ็นชื่อเเละส่งกระดาษเกิน 5 หน้า อย่างไรก็ตาม การเซ็นเอกสารต่าง ๆ บนคลาวด์ผู้ใช้งานต้องมีความรอบคอบ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือน และไม่ควรใช้รหัสเดียวกับอีเมลหรือการเข้าเฟซบุ๊ก เป็นต้น นักบริหารปัจจุบัน ควรรู้เรื่องเทคโนโลยี อย่าไว้ใจผู้ช่วยหรือเลขาส่วนตัวมากนัก. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

  • เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    คุณผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์วันพุธของผมพอจะจำได้ไหมครับกับเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ หรือ 3D Printing ที่ผมได้เคยแนะนำเอาไว้ ซึ่งตอนนี้บทบาทของเทคโนโลยีนี้ก็เพิ่มมากขึ้นในวงการอุตสาหกรรมหลาย ๆ แขนงไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อแอนิเมชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือแม้แต่การออกแบบเสื้อผ้าก็ด้วย วันนี้ผมจะมาอัพเดทย่างก้าวที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้ที่ปรากฏในแบรนด์ชุดชั้นในสตรีระดับโลกที่รวมเอาเหล่านางฟ้าที่สาว ๆ ทั้งโลกพากันอิจฉาไว้บนรันเวย์ ใช่ครับผมกำลังจะพูดถึงแบรนด์ชุดชั้นในวิคตอเรีย ซีเคร็ท (Victoriažs Secret) นั่นเอง ในแฟชั่นโชว์ประจำปีของวิคตอเรีย ซีเคร็ท เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 ที่ผ่านมาที่เหล่านางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ท มาสยายปีกประชันโฉมในชุดชั้นในกันบนเวที มีชุดชั้นในหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของงานชื่อ Snow Queen หรือผมขอแปลเป็นภาษาไทยว่า ราชินีหิมะŽ โดยชุดชั้นในนี้นอกจากจะถูกประดับด้วยคริสตัลเลอค่าจากสวารอฟสกี้ (Swarovski) นับล้านเม็ดแล้วนะครับ ตัวชุดชั้นในส่วนที่เป็นเหมือนเกล็ดหิมะใหญ่น้อยต่อกันเป็นโครงนั้นก็ถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ใช่การใช้มือประกอบหรือขึ้นรูปอย่างที่เคย ๆ ทำกันมา คุณผู้อ่านบางท่านอาจยังสงสัยนะครับว่าเครื่องพิมพ์เนี่ยนะ จะสามารถพิมพ์ชุดชั้นในหรือสิ่งของออกมาเป็นชิ้น ๆ ได้จริงหรือ? ใช่ครับเครื่องพิมพ์นี่แหละครับ โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติเหล่านี้มีหลักการทำงานที่จะยิงแสงเลเซอร์เข้าไปที่ของเหลวชนิดหนึ่งทำให้เกิดการแข็งตัวเป็นชั้น ๆ โดยยุคแรก ๆ ก็นิยมใช้พอลิเมอร์เหลวเป็นวัสดุแล้วเรียกเทคนิคนี้ว่า Stereolithography (SLA) แต่ต่อมาก็พัฒนาวัสดุมาใช้เป็นพลาสติกแทน โดยการทำให้พลาสติกหลอมเหลวและฉีดลงไปให้เป็นชั้น ๆ เป็นเลเยอร์ (Layer) โดยเรียกเทคนิคนี้ว่า Additive เครื่องพิมพ์ 3 มิติสมัยใหม่นี้จริง ๆ ถือว่าใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากนะครับ ในต่างประเทศมีการใช้เครื่องพิมพ์นี้ในวงการแฟชั่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำหรับกรณีชุดชั้นใน Snow Queen นี้ถือว่าเป็นกรณีที่ซับซ้อนไม่เบาเลยทีเดียว เพราะตัวชุดชั้นในไม่ได้เป็นลักษณะของวัตถุหนา ๆ แข็ง ๆ ขึ้นรูปง่าย ๆ แต่เป็นเกล็ดเป็นโครงบาง ๆ มีส่วนเว้าส่วนโค้ง มีลวดลายใหญ่เล็กมากมาย แถมที่สำคัญคือมันต้องสามารถสวมใส่ได้จริงเสียด้วย โดยกว่าจะขึ้นรูปออกมาได้เป็นชุดชั้นในที่นางแบบใช้ใส่บนรันเวย์นี้ก็ผ่านการปรับจูนตั้งค่าเครื่องพิมพ์กันหลายรอบเลยครับ พิมพ์มาโครงบางไปก็ไม่อยู่เป็นทรง พิมพ์มาโครงหนาไปก็แลดูไม่สวยงาม อันนี้ไม่นับงานส่วนที่ว่าตัวนางแบบเองก็ต้องถูกสแกนด้วยเครื่องสแกน 3 มิติเพื่อจะได้สัดส่วนเป็นแบบจำลอง 3 มิติเอาไปพิมพ์ชุดชั้นในที่ขนาดพอดีตัวอีกนะครับ สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจเครื่องพิมพ์เหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะถ้าคุณผู้อ่านพอจะมีความคุ้นเคยกับการสร้างแบบจำลอง 3 มิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว การใช้เครื่อง พิมพ์ 3 มิติสมัยนี้ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลยครับ แถมราคาเครื่องก็ถูกลงมากมีตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนไปถึงหลักหลายแสนบาทขึ้นกับขนาดและความสามารถ ส่วนวัสดุที่จะใช้ขึ้นรูปก็มีได้หลากหลายเลือกซื้อหาได้อย่างสะดวกสบายเลยครับ เช่น พลาสติก เรซิน เซรามิก ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าจะใช้วัสดุอะไรก็ได้นะครับ จำกัดว่าต้องเป็นวัสดุที่เครื่องพิมพ์รองรับเท่านั้น นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ แม้จะดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องใหม่ แต่จริง ๆ มีประวัติการพัฒนายาวนานกว่า 30 ปีแล้วครับ ผมเองได้เห็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติครั้งแรกสมัยเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนตอนเรียนปริญญาเอกอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นเครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีราคาสูงมากเลยครับ แต่มาในระยะหลัง ๆ เมื่อราคาเครื่องถูกลง คนทั่วไปสามารถซื้อหามาเล่นได้ ก็มีการนำเครื่องพิมพ์นี้เข้ามาใช้ในระดับครัวเรือนมากขึ้น และผมเชื่อนะครับว่าต่อไปราคาของเครื่องพิมพ์นี้ก็จะยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ ตามสไตล์ของอุปกรณ์เทคโนโลยี ถึงตอนนั้นพวกเราคงจะได้เห็นการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นแน่นอน ทั้งในองค์กรธุรกิจ ในสถาบันการศึกษา หรือแม้แต่ในครัวเรือนของคุณผู้อ่านเองก็ตาม เห็นไหมครับว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแข่งขันใช่จะมีแต่เรื่องปวดหัวให้เราต้องคอยเรียนรู้อัพเดทตามอย่างเดียว เรื่องสวย ๆ งาม ๆ เซ็กซี่ ๆ ก็มี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีเหล่านี้มันเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ สามารถที่จะคิดและทำอะไร ๆ ด้วยตัวเองได้อย่างอิสระมากขึ้นครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี