นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมทำหนังสือถึงผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและห้างค้าปลีก อีก 6 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. – ต.ค. 57 ตามนโยบายของนายนิวัฒนํธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เนื่องจากต้องการลดภาระความเดือดร้อนของผู้บริโภคในช่วงค่าครองชีพสูงและช่วงเปิดเทอม ยกเว้นสินค้ารายการใดมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจนไม่อาจแบกรับภาระได้ ก็สามารถยื่นเรื่องของให้กรมการค้าภายในพิจารณาก่อนปรับราคา เพื่อให้อัตราการปรับราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้บริโภคทั้งนี้ ในปัจจุบันกรมฯได้กำกับดูแลสินค้า 205 รายการ จำนวนนี้เป็นสินค้าควบคุม 43 รายการ เช่น กระเทียม, ข้าวเปลือก ข้าวสาร, ข้าวโพด, มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์, ไข่ไก่, สุกร เนื้อสุกร, น้ำตาลทราย, นมผง นมสด, อาหารกึ่งสำเร็จรูปบรรจุภาชนะผนึก, ผลปาล์มน้ำมัน, ผงซักฟอก, กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า, ปุ๋ย, ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช, หัวอาหารสัตว์ อาหารสัตว์, เครื่องสูบน้ำ, รถไถนา, ปูนซีเมนต์, เหล็ก, สายไฟฟ้า, แบตเตอรี่รถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ ยางรถยนต์, รถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่ง รถยนต์บรรทุก, เครื่องแบบนักเรียน เป็นต้นพร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก ให้แจ้งการปรับราคาสินค้าในกรณีที่มีผู้ผลิตสินค้าปรับขึ้นราคาขายในห้าง เพื่อกรมฯจะได้เข้าตรวจสอบว่ามีความเหมาะสมหรือดูว่าสินค้านั้นมีการปรับลดขนาดสินค้าแต่ยังคงราคาขายเดิมหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าผู้ผลิตบางรายอาจฉวยโอกาสในการปรับขึ้นราคาโดยไม่ได้แจ้งกรมฯขณะเดียวกันก็ยังขอความร่วมมือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อาทิ เทสโก้โลตัส และบิ๊กซี จัดแคมเปญลดราคาอาหารในศูนย์อาหารภายในห้าง(ฟู้ดคอร์ส) ในอัตรา 20% หรือลดเมนูละ 5-10 บาทจากราคาเมนูปกติ เบื้องต้นขอให้จัดแคมเปญครั้งแรกในช่วงปลายเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. นี้ และจัดแคมเปญอาหารธงฟ้าราคาถูกกว่าปกติต่อเนื่อง“3 แนวทางดังกล่าวจะเป็นมาตรการช่วยเหลือและลดค่าครองชีพประชาชน หลังประชาชนร้องเรียนถึงราคาอาหารและสินค้าที่แพงขึ้น อีกทั้งเป็นการลดภาระประชาชนในช่วงเปิดเทอม รวมถึงความเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร(เอฟที) ค่าแก๊สหุงต้ม ซึ่งมาตรการนี้ก็น่าจะรองรับในช่วงการเมืองก่อนมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่พอดี “
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ สั่งเอกชนตรึงสินค้า 6 เดือน
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

พาณิชย์ สั่งเอกชนตรึงสินค้า 6 เดือน
-

ผู้บริโภคเข้าใจ “ราคามะนาวแพง”
วันที่ 2 พ.ค.ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ได้ลงพื้นที่สำรวจราคามะนาวที่ตลาดสดยิ่งเจริญ และสัมภาษณ์นางสำเภา ภู่มาลักษณ์ เจ้าของร้านขายผักที่ตลาดยิ่งเจริญาากรณีราคามะนาวที่แพงขึ้น โดยนางสำเภา กล่าวว่า ราคามะนาวแพงมาก ต้นทุนที่รับมาก็สูง แต่ปริมาณคนซื้อยังเหมือนเดิม โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกซื้อมะนาวที่มีขนาดกลาง เพราะราคาจะไม่แพง ขณะเดียวกันลูกค้าเข้าใจถึงผลผลิตที่ออกมาตามสภาพอากาศด้านเจ้าของร้านขายผักอีกคน กล่าวว่า ช่วงนี้ปริมาณลูกค้าที่ซื้อมะนาวลดลง เพราะราคามะนาวสูงขึ้น คนจึงนิยมใช้น้ำมะนาวเทียมแทนมะนาวจริง เพราะมีราคาถูกกว่าขณะที่ น.ส.มณีวรรณ นาวานุเคราะห์ ผู้บริโภคที่มาซื้อของในตลาดสด กล่าวว่า ปัญหาราคามะนาวแพงมีผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคนที่ชอบทำกับข้าว ซึ่งมะนาวจะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงอาหาร แต่เมื่อมะมาวมีราคาสูงขึ้นก็จะใช้ปริมาณที่ลดลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนางสมพร หอมสมบัติ ผู้บริโภคที่มาซื้อของในตลาดสดยิ่งเจริญอีกคน กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากราคามะนาวแพง เพราะที่บ้านทำกับข้าวกินทุกมื้อ เมื่อมะนาวมีราคาแพงจึงปรับเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบอื่นแทน เช่น มะขามเปียก และเข้าใจดีว่าที่ราคามะนาวแพงเป็นเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผลผลิตออกมามีน้อย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้บริโภคเข้าใจ “ราคามะนาวแพง” -

ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมัน40สต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 40สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น อี 85 ปรับลด 20 สตางค์ต่อลิตร ส่วนราคาดีเซลยังคงเดิม ราคาลิตรละ 29.99 บาท มีผลตั้งแต่พรุ่งนี้( 3 พ.ค.) เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป ทั้งนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันของ ปตท. และบางจาก ในสถานีบริการเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ 48.95 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 41.03 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.58 บาท อี 20 ลิตรละ 36.08 บาท อี 85 ลิตรละ 24.68 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมัน40สต.