นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคยังคงเชื่อมั่นในเอชทีซีแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ดีไซน์โดดเด่น และมีนวัตกรรมในระดับผู้นำของโลก จากยอดขาย HTCOne Family ทั้ง HTC One, One Max และOnemini นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สำหรับสมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ เอชทีซี วันเอ็ม 8 หรือ HTC One M8 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในหลาย ประเทศ เช่นนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีผู้ชมงานผ่านเว็บไซต์มากถึง 8ล้านคน ส่วนประเทศจีน หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการมียอดจองสูงเกิน 1 ล้านเครื่องภายในสัปดาห์แรก และคาดว่าในไทยจะได้รับการตอบที่ดีเช่นกัน ลูกค้าดีแทคที่ซื้อสมาร์ทโฟนเอชทีซีวัน เอ็ม 8 พร้อมสมัครแพ็คเกจแบบรายเดือนในราคาเพียงเครื่องละ23,500 บาท จากราคาปกติ 25,900 และผ่อน 0%นานสูงสุด 20เดือน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับเน็ตเพิ่มฟรี 1GB ทุกเดือนตลอดอายุการใช้งาน จองผ่านช่องทาง dtac Online Store พร้อมรับDot view case มูลค่า 1,490บาท (200 เครื่องแรกเท่านั้น) ตั้งแต่วันที่ 28เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2557ที่เว็บไซต์ www.dtac.co.th (จัดส่งเครื่องวันที่ 6พฤษภาคม 2557 ) ดีแทคจะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่บูทดีแทคในงานThailand Mobile Expo ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พิเศษ! ซื้อHTC One M8 ลุ้นรับ HTC One 24K Gold (M7) ตัวเครื่องทำจากทองคำ เป็น Limitededition มีเพียง 2เครื่องในประเทศไทยเท่านั้น จำนวน 2 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 40,000บาท และพร้อมวางจำหน่ายที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 8พฤษภาคม 2557
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทคจัดแพคเกจพิเศษเอชทีซี วัน เอ็ม 8
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ดีแทคจัดแพคเกจพิเศษเอชทีซี วัน เอ็ม 8
-

เบื้องหลังขายหัวเราะ – หนูหิ่นโลดแล่นบน Line
เป็นสติกเกอร์บนแอพไลน์ (Line)โดยฝีมือคนไทยที่มาแรงบนสติกเกอร์ช็อป ทั้งตัวการ์ตูนขายหัวเราะ และหนูหิ่น ที่กำลังมาแรงและมียอดดาวน์โหลดมากมาย นายสันติ เลาหบูรณะกิจ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทบรรลือกรุ๊ปและรองกรรมการผู้จัดการบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่า วิธิตาเป็นหน่วยงาน ของบรรลือ กรุ๊ป ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ซึ่งมีคอนเทนต์หรือเนื้อหาสำหรับคนไทยมากมาย ในอดีตจะเป็นเนื้อหาในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ แต่เกือบสิบปีที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณว่าผู้อ่านไม่ได้เสพเนื้อหาจากสิ่งพิมพ์เพียงอย่างเดียว เพราะมีเทคโนโลยีดิจิตอล เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ บก.บห.ขายหัวเราะ จึงมีนโยบาย ให้นำเอาธุรกิจการ์ตูน ภาพนิ่ง มาต่อยอดเป็นภาพเคลื่อนไหว แอนิเมชั่น จึงกำเนิดเป็นวิธิตาแอนิเมชั่นขึ้น ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานผลิตดิจิตอลคอนเทนต์ให้กับบรรลือกรุ๊ป สำหรับสติกเกอร์ขายหัวเราะ ฝีมือพี่ต่าย และหนูหิ่น ก่อนจะเข้ามาเป็นสติกเกอร์ขายบนสติกเกอร์ช็อปของแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) ก่อนหน้านั้น ขายหัวเราะ ได้ทำเล่มอี-บุ๊ก ให้โหลดผ่านแอพ เริ่มจากไฟล์พีดีเอฟ ภาพขยับได้ เพิ่มเสียง “ไม่น่าเชื่อก็คือ ยอดขายอี-บุ๊ก ฉบับขายหัวเราะ ได้จากตลาดในฝั่งยุโรปและอเมริกา เป็นส่วนใหญ่ จากคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ มีราคาถูกกว่าฉบับพิมพ์ประมาณ 30% “ส่วนแอพไลน์ ทางขายหัวเราะ เป็นพาร์ทเนอร์กับไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากเดิมนั้นการออกแบบตัวการ์ตูนบนสติกเกอร์ช็อป บนไลน์ สำหรับตลาดเมืองไทย ต้องส่งไปญี่ปุ่น ทางไลน์ต้องการให้มีความเป็นไทย จึงมาคุยกัน ทางขายหัวเราะและวิธิตาจึงเริ่มต้นจากสติกเกอร์บนไลน์ คาเมร่า ก่อนจะมาลงสนามใหญ่ บนสติกเกอร์ช็อป ประเดิมด้วยชุดขายหัวเราะ ก่อนจะตามมาด้วยหนูหิ่น สติกเกอร์ขายหัวเราะ ตั้งเป้าไว้เต็มที่แค่ประมาณแสนดาวน์โหลด แต่แค่ 5 วันแรกที่เปิดให้ดาวน์โหลด ก็ได้จำนวนแสนแล้ว ยอดล่าสุดขณะนี้ เกินสองแสนแล้ว ส่วนหนูหิ่นปรากฏว่ามียอดดาวน์โหลดดีกว่าชุดแรก ตอนนี้เกินแสนไปแล้วเช่นกัน ถามว่า ทำไมราคาสติกเกอร์ถูก แค่ 0.99 เหรียญ หรือประมาณ 30 บาทผู้บริหารวิธิตาแอนิเมชั่น บอกว่า ขายหัวเราะนั้นอยู่คู่คนไทยมานาน คุ้นเคยกันมากในต่างจังหวัด จึงไม่คิดเอากำไรจากตรงนี้ แค่ต้องการให้ผู้คนจดจำลายเส้น ตัวการ์ตูนจากฝีมืออาวัฒน์ จุ๋มจิ๋ม พี่ต่าย ผดุง พี่ขวด เอ๊าะ และนักเขียนคนอื่น ๆ ดีใจมากที่บางคนบอกว่า เจอตัวการ์ตูนขายหัวเราะบนไลน์ แล้วคุ้นเคยเหมือนได้ย้อนอดีต นอกจากวิธิตาแอนิเมชั่น จะทำสติกเกอร์ในเครือข่ายแล้ว ยังรับจ้างวาดด้วย เช่น สติกเกอร์ของกิฟฟารีน ก็เป็นฝีมือของพี่ปุ๋ย นักเขียนขายหัวเราะ “เรื่องตัวการ์ตูน เราถนัดมากที่สุด ส่วนราคา ขึ้นกับความยากง่ายของงาน แต่ถูกกว่าญี่ปุ่นแน่นอน”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบื้องหลังขายหัวเราะ – หนูหิ่นโลดแล่นบน Line -

ปีม้าเทคโนโลยีสวมใส่ได้มาแรง ไทยแวร์จัดเสวนาเทรนด์ใหม่ไอที
เว็บไซต์ ไทยแวร์ ชวนเข้าร่วมเทรนด์เทคโนโลยีสวมใส่ได้ ซึ่งกำลังมาแรงในปีนี้ และมีประสิทธิภาพแทบไม่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน นายธรรณพ สมประสงค์ จาก เว็บไซต์ไทยแวร์ แจ้งว่า “แวร์ราเบิลดีไวซ์ (Wearable Device)” เป็นเทคโนโลยีใหม่ หรือ เทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมที่ถูกสร้าง ออกแบบ และพัฒนามาให้อยู่ในรูปแบบของการสวมใส่บนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย สามารถทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนในการใช้งานทำงานได้ดีกว่าอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เพราะเซ็นเซอร์ชิพภายในอุปกรณ์ประเภทสวมใส่ได้ บางตัวไม่เหมาะที่จะติดตั้งบนสมาร์ทโฟนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น ชิพตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น โดยพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์ประเภทนี้จะมีระบบสื่อสารอยู่ภายใน ไว้สำหรับส่งข้อมูลให้ผู้ที่สวมใส่อุปกรณ์ได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์ และยังรองรับการบันทึกข้อมูลที่ผู้ใช้เพิ่มเข้าไป ปัจจุบันมีหลายแบบ เช่น นาฬิกา แว่นตา คอนแทคเลนส์ E-textiles ที่คาดผม ตลอดจน เครื่องประดับต่าง ๆ อาทิ แหวน กำไล หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเช่นเดียวกับตุ้มหูก็ถือว่าเป็น Wearable Device ด้วยเช่นกัน ล่าสุด ไทยแวร์ดอตคอม (Thaiware.com) ได้จัดงานเสวนา ไอที เทรนด์ หรือ IT iTrend by Thaiware เรื่อง “Wearable Device ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต” ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2557 ณ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ชั้น 32 อาคารจามจุรีสแควร์ ลงทะเบียนชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 12.00-12.50 น. งานเริ่ม 12.00-16.00 น. งานนี้เข้าร่วมได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปีม้าเทคโนโลยีสวมใส่ได้มาแรง ไทยแวร์จัดเสวนาเทรนด์ใหม่ไอที