เดือน: พฤษภาคม 2014

  • นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์

    นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์

    คงจำกันได้ว่า สัตยา นาเดลล่า ซึ่งได้รับเลือกเป็นซีอีโอของไมโครซอฟท์เป็นคนในไมโครซอฟท์เองและเป็นชาวอินเดีย ควอเตอร์แรกผ่านไป ยังไปได้ดี นักลงทุนในตลาดหุ้นที่อเมริกาเมื่อพูดถึงไมโครซอฟท์ก็ต้องถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในฟอร์จูน 500 ที่ยังไงก็จะต้องจับตาดูว่าผลประกอบการหลังการเปลี่ยนหัวจากสตีฟ บอลเมอร์ มาเป็นนาเดลล่า แล้วยังน่าลงทุนอยู่อีกหรือไม่ ผลประกอบการไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือผลกำไร ซึ่งมาจากด้านคอมพิวเตอร์พีซี ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ก็ลดลงมาบ้างตามคาด แต่โดยภาพรวมทั้งหมดในกระดานหุ้นปรากฏว่า หุ้นสูงขึ้น 2% หลังจากการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่  24 เมษายน ที่ผ่านมา นาเดลล่าเป็นซีอีโอ โดยเริ่มงานในตำแหน่งนี้เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเขาเองก็รับผิดชอบดูแลธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ทั้งหมดของไมโครซอฟท์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 ก็นานพอดู ตอนนี้เข้ามาดูทั้งหมด  ซึ่งก็จะมีทั้งไมโครซอฟท์คลาวด์และกลุ่มบริษัท ดูแลเรื่องซอฟต์แวร์ของระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทและก็เทคโนโลยีที่จะใช้สำหรับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของบริษัท ไมโครซอฟท์ได้ให้นาเดลล่า ซึ่งมีประสบการณ์ธุรกิจของไมโครซอฟท์ที่นอกเหนือไปจากกลุ่มวินโดว์ส ซึ่งกลุ่มวินโดว์สปัจจุบันเริ่มเสื่อมความนิยมลงไป  เพราะลูกค้าจะมุ่งไปยังแท็บเล็ตและมือถืออัจฉริยะซะมากกว่า ส่วนธุรกิจที่ไปได้ดีของไมโครซอฟท์และน่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งก็น่าจะเป็นซอฟต์แวร์ออฟฟิศ 365 และ อะซูร์ (Azure)ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้เติบโตไปได้ดี แต่ธุรกิจด้านวินโดว์สแม้จะเสื่อมความนิยมไปบ้างไมโครซอฟท์ก็ยังครอบครองตลาดอยู่โดยมีอัตราการเจริญเติบโตได้ 19% แต่แน่นอนผลิตภัณฑ์ใหม่สูงกว่านี้มาก นาเดลล่าก็ได้เปิดโชว์ตัวคุยกับลูกค้าครั้งแรกหลังจากเป็นซีอีโอในที่ประชุมกลุ่มลูกค้าและผู้ลงทุน “ตั้งแต่วันแรก ผมมีความเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ของเราจะต้องกล้า มุ่งมั่นไปสู่โมไบล์เจ้าแรกและคลาวด์เจ้าแรก” “เราอยู่ในตลาดพีซีมา ปัจจุบันตลาดของเราใหญ่กว่าพีซีมาก” นาเดลล่าก็สามารถที่จะนำพาไมโครซอฟท์ไปได้  ซึ่งทำให้ในสามเดือนแรกหรือควอเตอร์แรกมีรายรับ 612,000 ล้านบาท โตขึ้นแต่อาจจะโตน้อยกว่าปีที่แล้วบ้าง ส่วนกำไรอยู่ที่ 171,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะน้อยกว่าควอเตอร์เดียวกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เค้าก็ยังสามารถประคับประคองไมโครซอฟท์ไปได้ ก็คงจะต้องดูกันอีกต่อไปถ้าอีกสักสองสามควอเตอร์คือทั้งปี ก็อาจจะทราบชัดเจนมากกว่านี้ว่าเป็นเช่นไร เพราะไมโครซอฟท์ลองเข้าสู่โมไบล์และมือถืออัจฉริยะช้ากว่าบริษัทอื่น. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด Boonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์

  • กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก

    กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก

    กสท. อนุญาตช่อง 9  ออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก หนุนประชาชนไม่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนผ่าน จี้ผู้ให้บริการโครงข่ายห้ามดึงสัญญาณช่อง 3 อะนาล็อก แพร่ภาพผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน  พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านทีวีระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอล จึงได้พิจารณาเห็นชอบให้บริษัท อสมท จำกัด  (มหาชน) ที่ออกอากาศช่อง 9 ระบบอะนาล็อก ดำเนินการยกเอาเนื้อหา ผังรายการ ทั้งหมดไปออกอากาศในระบบดิจิตอลที่ได้รับใบอนุญาตในช่อง  MCOT HD หมายเลข 30 ระบบภาคพื้นดิน และหมายเลข 40 ระบบดาวเทียมและเคเบิล นอกจากนี้ปัจจุบันยังได้มีช่องที่ออกอากาศคู่ขนานได้แก่ ช่อง 7 เดิม  นำเอามาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง BBTV CH 7  ช่อง 5  เดิมนำมาออกอากาศระบบดิจิตอลช่อง TV5 HD 1  ส่วนช่อง  NBT และช่องไทยพีบีเอส   นำไปออกอากาศคู่ขนานดิจิตอลบริการสาธารณะ  ซึ่งประชาชนสามารถรับชมได้ตามปกติและไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงการรับชม และผู้ที่รับชมสามารถรับชมได้ผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ระบบดิจิตอล หนวดกุ้ง ก้างปลา ระบบดาวเทียมและเคเบิลเช่นเดิม ในขณะเดียวกันด้านช่อง 3 เดิมระบบอะนาล็อก ไม่ได้มีการขออนุญาตออกอากาศคู่ขนาน ดังนั้นจะสามารถรับชมช่อง 3 เดิมที่อยู่ในระบบอะนาล็อกได้ผ่านหนวดกุ้ง ก้างปลา และระบบดาวเทียมและเคเบิล เท่านั้น  ไม่สามารถรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดินได้   กรณีที่โครงข่ายของ อสมท นำเอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศผ่านโครงข่ายทำให้ผู้รับชมผ่านกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ภาคพื้นดิน รับชมได้นั้น ถือว่าเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการโครงข่ายนำเอาช่องรายการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตไปออกอากาศบนโครงข่ายดิจิตอลอีกด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.หนุนออกคู่ขนานทีวีดิจิตอล-อะนาล็อก

  • แก้ปัญหากุ้งตายด่วนกับชุดตรวจจีโนม – ฉลาดคิด

    แก้ปัญหากุ้งตายด่วนกับชุดตรวจจีโนม – ฉลาดคิด

     ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาชุดตรวจโรคกุ้งตายด่วน ไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ล่าสุด…เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ที่อาจยังไม่แน่ใจถึงผลตรวจ ที่ปัจจุบันมีความถูกต้อง  98% สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วน หรือ อีเอ็มเอสขึ้น เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ศึกษาถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วนโดยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ร่วมกับนักวิจัยไบโอเทคอย่างใกล้ชิด ดร.กัลยาณ์  ศรีธัญญลักษณา-แดงติ๊บ  นักวิจัยจากไบโอเทค เล่าถึงที่มาของการพัฒนาชุดตรวจนี้ว่า โรคกุ้งตายด่วนหรืออีเอ็มเอส เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2552 และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วสู่เวียดนาม  มาเลเซียและไทย ผลกระทบจากการระบาดทำให้เมื่อปี 2556 อุตสาหกรรมกุ้งไทย มีผลผลิตกุ้งลดลงถึง  54 % หรือมีผลผลิตลดลงเหลือเพียง 250,000 ตัน จากเดิมที่ผลิตได้ประมาณ 500,000 ตันต่อปี ในขณะที่ภาพรวมของผลกระทบจากการระบาดในอีกหลายประเทศ ทำให้การผลิตกุ้งเลี้ยงของโลกลดลงประมาณ 11%   ดร.กัลยาณ์  บอกว่า จากการศึกษาตัวอย่างกุ้งตายด่วนจากเกษตรกร พบว่ามีโรคของตับและตับอ่อนวายฉับพลัน เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการปล่อยลูกกุ้งลงบ่อดินไม่เกิน 35 วัน ต่อมาเมื่อปี 2556 ได้มีการตรวจพบว่าแบคทีเรียที่ก่อโรคนี้คือแบคทีเรียในกลุ่ม Vibrio parahaemolyticus  หรือเรียกง่ายว่า วี.พี.  ทั้งนี้แบคทีเรียดังกล่าวสามารถพบได้ในธรรมชาติ และมีทั้งทำให้ก่อโรคและไม่ก่อโรค  ทำให้ต้องมีการวิจัยเชิงลึก   ซึ่งคณะวิจัยไทยที่นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ทิโมที วิลเลี่ยม  ฟลีเกล  ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ซึ่งหน่วยวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือของไบโอเทคและคณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับคณะวิจัยจากไต้หวัน  ศึกษาแบคทีเรียดังกล่าวด้วยเทคโนโลยีจีโนม เพื่อหารหัสพันธุกรรมของแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ทำให้ก่อโรคกุ้งตายด่วน  และนำไปสู่การพัฒนาชุดตรวจแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคกุ้งตายด่วนด้วยเทคนิคพีซีอาร์ นักวิจัยบอกว่า ชุดตรวจนี้สามารถตรวจหาเชื้อดังกล่าวได้แม่นยำถึง 98% เน้นวิธีการตรวจที่ง่าย สามารถใช้ห้องปฏิบัติการที่มีอยู่ทั่วไปตามฟาร์มต่าง ๆ ได้ และเหมาะสำหรับการตรวจยืนยันการปลอดโรคของลูกกุ้ง  สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรก่อนที่จะซื้อไปเลี้ยง  สำหรับเป้าหมายการวิจัยต่อไป คือการศึกษาเพิ่มเติมว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แพร่กระจายจากไหน  ส่วนการระบาดของโรค ทีมวิจัยได้ร่วมกับกรมประมงศึกษาถึงปัจจัยที่เหมาะสมของการก่อโรค นอกจากนี้ ยังจะมีการศึกษา เพิ่มเติมว่าการติดเชื้อโรคกุ้งอื่น ๆ ส่งผลต่อการก่อโรคกุ้งตายด่วนที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หรือไม่   รวมถึงการศึกษาถึงโปรตีนในการสร้างพิษ ที่จะนำไปสู่การพัฒนายารักษาโรค  และหาวิธีการตรวจโรคกุ้งที่แม่นยำ 100% ในอนาคต งานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการแก้ไขปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรม  ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการระบาดของโรค  และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทยต่อไป. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แก้ปัญหากุ้งตายด่วนกับชุดตรวจจีโนม – ฉลาดคิด