ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งแดนบวกและลบ ตามแรงซื้อขายทำกำไร โดยดัชนีช่วงบ่ายสามารถกลับมายืนแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีแรงเทขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติอย่างหนัก หลังจากยังมีการชุมนุมประท้วงรัฐประหารเกิดขึ้นสำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ความคืบหน้าสถานการณ์ทางการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ และแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,385.79 จุด และปรับขึ้นสูงสุด 1,395.76 จุด จนมาปิดตลาด 1,392.73 จุด เพิ่มขึ้น 4.44จุด หรือ 0.32% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 42,634.56 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 425.40 จุด เพิ่มขึ้น 0.77 จุด หรือ 0.18% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,930.56 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 18.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท2.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 15.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท3.เอไอเอส ปิดที่ 227.00 บาท ลดลง 4.00 บาท4.ปตท. ปิดที่ 294.00 บาท ลดลง 2.00 บาท5.ช.การช่าง ปิดที่ 20.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 4.44 จุด
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 4.44 จุด
-

คสช.ประเมินเศรษฐกิจเริ่มมั่นใจ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทองรองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาคสช. ได้ประเมินถึงความมั่นใจต่อภาพรวมของเศรษฐกิจว่า ล่าสุดภาคเศรษฐกิจเริ่มมีความมั่นใจในทิศทางการแก้ไขปัญหา และแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของคสช.ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ต่อภาคเศรษฐกิจให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างเป็นระบบทั้งภาคราชการ เอกชน และผู้ประกอบการ ซึ่งช่วยสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศได้ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวนั้น หัวหน้าคสช.ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ซึ่งปัจจุบันได้จ่ายเงินให้กับชาวนาไปแล้ว เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคสช. ที่ต้องการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยได้ย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้จ่ายเงินให้กับชาวนาจนเสร็จสิ้นทุกราย นอกจากนี้ในด้านสินค้าเกษตรกรอื่น ๆ ที่ยังรอการแก้ไขนั้น ได้ฝากให้ฝ่ายเศรษฐกิจไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนต่อไป เพื่อจะเร่งแก้ปัญหาให้เหมือนกับโครงการรับจำนำข้าวด้วยส่วนการสร้างความเข้าใจในพื้นฐานของการบริหารราชการให้ต่างประเทศรับทราบนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และทูตทหาร เร่งชี้แจงทูตของประเทศต่าง ๆ ให้ได้รับข้อมูลครบทุกประเทศว่า คสช.ใช้กลไกบริหารราชการอย่างไร โดยมีหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นใจและให้ต่างประเทศรับทราบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ประเมินเศรษฐกิจเริ่มมั่นใจ -

ยอดนักท่องเที่ยวหดแล้ว 33%
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการประกาศเคอร์ฟิวจนถึงขณะนี้ ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 23-26 พ.ค.ลดลงไปแล้ว 33% โดย มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย 118,000 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เดินทางมา 170,000 คน ขณะเดียวกันพื้นที่กรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 86,000 คน ลดลง 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากรุงเทพฯ ถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด คือ 70% ทั้งนี้สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1พ.ค.-26พ.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา 1.48 ล้านคน ลดลงถึง 12.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนนอกจากนี้ ในเรื่องการขยายวงเงินสำหรับโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ในช่วงที่ประกาศเคอร์ฟิวนั้น ขณะนี้โครงการประกันได้หมดอายุไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 มีค.ที่ผ่านมา และยังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดดำเนินการต่อเนื่องจาก จะไม่คุ้มค่า เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มั่นใจที่จะมาเที่ยวที่ประเทศไทย หากทำในขณะนี้ก็จะสูญเปล่าและไม่ถูกจุดด้านงบประมาณกระตุ้นการตลาดในช่วงที่นักท่องเที่ยวลดลงนั้น ยังไม่ได้เสนอกับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยจะหารือในวันที่ 28 พ.ค.นี้อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเสนอกับคสช.ให้ทันภายในเดือน ต.ค.นี้ส่วนเรื่อง งบประมาณการตลาด 2,000 ล้านบาทที่มีกระแสข่าวว่ากระทรวงฯได้เสนอขอคสช.เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นงบประมาณที่ขอไปในส่วนของการกีฬา ไม่ได้เกี่ยวกับด้านท่องเที่ยวแต่อย่างใด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดนักท่องเที่ยวหดแล้ว 33%