เดือน: พฤษภาคม 2014

  • แนะอีลิทเร่งปรับแผนใหม่

    แนะอีลิทเร่งปรับแผนใหม่

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานประธานบอร์ดบริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารของบริษัท ไปวางแผนปรับแนวทางด้านธุรกิจและแผนการตลาดในการจำหน่ายบัตรอีกครั้ง เพื่อให้ประเมินได้ว่า จะต้องขายบัตรจำนวนเท่าใด และระยะนานแค่ไหน ถึงจะคุ้มค่าการลงทุน และไม่ต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาลอีก โดยหลังจากนี้ แม้อีลิทการ์ดจะเป็นโครงการที่ดี แต่เนื่องจากธุรกิจแต่ละอย่างต้องปิดกิจการ หากว่าไม่สร้างผลกำไรได้ในระยะยาว ซึ่งอีลิทการ์ดก็เป็นกรณีหนึ่งเช่นกัน จากนี้จึงต้องวางแผนหากทางออกให้ยุติได้โดยไม่กระทบกระเทือนทุกฝ่าย“หลังจากมีการเปิดให้ทีพีซีดำเนินการจำหน่ายบัตรได้อีกครั้งเมื่อเดือน มิ.ย.56 ปรากฏว่าปัจจุบัน มียอดจำหน่ายแล้ว 23 ใบ แบ่งเป็นประเภทสมาชิกใบละ 2 ล้านบาท 13 ใบ และบัตรที่พ่วงกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ (ได้สิทธิเฉพาะวีซ่า) อีก 10 ใบ ดังนั้น จึงได้สั่งการให้ผู้บริหารทีพีซี ซึ่งเพิ่งได้รับงบประมาณกระตุ้นตลาด 200 ล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เร่งปรับแผนธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันแบบเร่งด่วน เพื่อนำรายได้เข้ามาหมุนเวียนในบริษัท เพราะลำพังงบประมาณ 200 ล้านบาทที่บริษัทได้รับไปนั้น ใช้ดำเนินกิจการได้เพียง 20 เดือนเท่านั้น”อย่างไรก็ตาม ททท.จะประชุมบอร์ดอีลิทการ์ดในวันที่ 29 พ.ค.นี้อีกครั้ง เพื่อดูแผนธุรกิจที่มีอยู่ในขณะนี้ และจะหารือกันว่าจะปรับกลยุทธ์ใหม่ได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องค่าคอมมิชชั่น ที่มีแนวโน้มว่าจะปรับเป็น 10-15% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5% ให้ตัวแทนที่จำหน่ายบัตรได้ตามจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งต้องเป็นเป้าหมายที่สูงไม่ต่ำกว่า 50% ของจำนวนทั้งหมดนายอภิสิทธ์ ชื่นชมภู ผู้จัดการใหญ่ บริษัททีพีซี กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดวันที่ 29 พ.ค. จะเสนอให้ยืดเวลาการขายบัตรให้ยาวขึ้นจากเดิม ต้องขายให้ได้ 1,300 ใบภายในเดือน ก.ย.นี้ แต่เนื่องจากมีปัญหาทั้งเรื่องการได้รับงบประมาณที่ล่าช้า และมีเหตุการณ์ทางการเมืองทำให้การขายบัตรไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะอีลิทเร่งปรับแผนใหม่

  • กสทช.คาดโอนย้าย2 จี ไม่ทัน15 ก.ย.นี้

    กสทช.คาดโอนย้าย2 จี ไม่ทัน15 ก.ย.นี้

     วันนี้(27พ.ค.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)จัดงานเสวนาสาธารณะแสดงความคิดเห็น เรื่องเตรียมการป้องกันปัญหา “ซิมดับ” เนื่องจากในวันที่ 15 ก.ย.57 จะสิ้นสุดระยะมาตรการเยียวยา คุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์  นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ตอนนี้การโอนย้ายลูกค้าในระบบสามารถทำได้เพียงวันละ 6 หมื่นเลขหมายเท่านั้น ซึ่งจากระยะเวลาเหลือเพียง 4เดือนเท่านั้นที่จะสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาวันที่ 15 ก.ย.57 ทั้งนี้หากลูกค้าไม่ดำเนินการโอนย้ายออกจากระบบ ต้องประสบปัญหาไม่สามารถใช้บริการได้ การสิ้นสุดเลขหมาย รวมถึงค่าบริการที่ยังคงเหลือในระบบ โดยจากนี้กทค.บริษัท ทรูมูฟ จำกัดจะต้องดำเนินการและหาแนวทางในการคืนเงินให้กับลูกค้าที่ยังมีค่าบริการค้าง เพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบอย่างไรก็ตามทรูมูฟ ยังมีลูกค้าในระบบที่ไม่ดำเนินการโอนย้ายอยู่ประมาณ 9 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถสอบถามสำนักงานกสทช.โทร 1200 ส่วนค่ายมือถือก็ดำเนินการส่งเอสเอ็มเอสให้ลูกค้าที่ยังไม่โอนย้าย เพื่อป้องกันปัญหาซิมดับเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.คาดโอนย้าย2 จี ไม่ทัน15 ก.ย.นี้

  • รัฐดันธุรกิจไมซ์ดึงรายได้เข้าประเทศ

    รัฐดันธุรกิจไมซ์ดึงรายได้เข้าประเทศ

    นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) พัฒนาศักยภาพของธุรกิจบริการอย่างครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจไมซ์ เช่น พัฒนาความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการงานแสดงสินค้า การก่อสร้างตกแต่งอาคารสถานที่ในการจัดประชุมนานาชาติ พร้อมทั้งชักจูงนักธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใช้บริการในไทยและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยออกไปจัดกิจกรรมในต่างประเทศ เพื่อช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และส่งเสริมการส่งออกของไทยเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง“ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวไมซ์ ได้สร้างรายได้ให้ไทยมหาศาลกว่า 88, 485 ล้านบาท ในปี 56 โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจที่เข้ามาทำงานประชุม และพักผ่อนกับครอบครัวในเวลาเดียวกัน จึงทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าปกติ หรือสูงกว่านักท่องเที่ยวปกติถึง 3-4เท่าตัว”สำหรับในอาเซียนนั้น ธุรกิจไมซ์ของไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างของไทย ที่มีความได้เปรียบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ มีทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค สามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้สะดวก ทำให้ต้นทุนการเดินทาง ประชุมและท่องเที่ยวต่ำกว่าที่อื่นนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ทูตพาณิชย์ได้เสนอมาตรการเชิงรุกการจัดกิจการทางการตลาดกว่า 80 ครั้ง ในการขับเคลื่อนการส่งออกไทยในครึ่งหลังของปี 57 เพื่อผลักดันให้การส่งออกไปเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งด้านการเพิ่มความถี่คณะผู้แทนการค้าในสินค้าและบริการเป้าหมายการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดเฉพาะจุดงานไทยแลนด์วีค การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เป็นต้นขณะเดียวกัน กรมฯ ก็ได้ประสานงานกับทูตพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับคู่ค้าในประเทศที่ประจำอยู่อย่างเร่งด่วนแล้ว ถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ประกาศควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ว่าไม่มีผลกระทบต่อภาคการค้า โดยไทยยังสามารถผลิตและส่งออกสินค้าได้ตามปกติ ขอให้ลูกค้ามั่นใจ และทำการค้ากับไทยต่อไปนอกจากนี้ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ยังได้เสนอแนวทางในการส่งเสริมการส่งออก โดยเริ่มจากภูมิภาคเมริกาเหนือ เห็นว่าสินค้าและบริการของไทยมีศักยภาพในการส่งออก ทั้งคุณภาพและความปลอดภัยดังนั้นผู้ส่งออกไทยควรรวมกลุ่ม และจัดตั้งตัวแทนบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อดูแลการขยายตลาดสร้างฐานลูกค้า และให้บริการหลังการขาย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐดันธุรกิจไมซ์ดึงรายได้เข้าประเทศ