ดีแทคเตรียมแผนรองรับเครือข่ายเพื่อให้บริการได้ปกติทุกสถานการณ์ ตั้งทีมงานพิเศษดูแลเครือข่ายทุกพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด พร้อมทั้งมีแผนฉุกเฉินรองรับให้บริการทั้งโทรเข้าออกและดาต้าให้ลูกค้าได้มั่นใจได้สูงสุดทุกการใช้งาน โดยดึงความสามารถเครือข่ายทั้ง 3 คลื่น คือ 1800 MHz 850 MHz และ 2100 MHz รวมเป็นแบนด์วิธที่กว้างที่สุด ตอบสนองทุกการสื่อสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจการใช้งานได้สูงสุด ทั้งนี้ ดีแทคกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ดีแทคให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของพนักงาน และทรัพย์สิน รวมไปถึงความมั่นใจในการดูแลเครือข่าย โดยดีแทคจะทำการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรณีจำเป็น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทคปริมาณการใช้งานเน็ตเพิ่ม25%จากเวลาปกติ
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ดีแทคปริมาณการใช้งานเน็ตเพิ่ม25%จากเวลาปกติ
-

ซื้อรถยนต์มือสองต้องดูฉลาก – ไขปัญหาผู้บริโภค
มีผู้บริโภคหลายรายไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อรถยนต์ที่ใช้แล้ว หรือ “รถยนต์มือสอง” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการที่ผู้บริโภคประสบปัญหาจากการใช้บริการจากผู้ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเป็นเต็นท์ ศูนย์รถยนต์ และตลาดรถยนต์ ฯลฯ ซึ่งปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อรถยนต์ที่ใช้แล้ว ส่วนใหญ่ที่พบเกิดจากหลายกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถยนต์ที่มีสภาพชำรุดบกพร่อง โดยเฉพาะเครื่องยนต์และช่วงล่าง รุ่นของรถยนต์ไม่ตรงตามที่ลงโฆษณา มีการแก้ไขเลขไมล์ของรถยนต์ให้น้อยลง ส่งมอบอุปกรณ์รถยนต์ไม่ครบถ้วน มีการนำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมานานมาจำหน่าย นำรถยนต์บางรุ่นบางยี่ห้อ ซึ่งมีปัญหาในการหาอะไหล่และช่างซ่อมมาจำหน่าย นอกจากนี้ในเรื่องเกี่ยวกับการบริการก็เป็นปัญหามิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีการโอนทะเบียนล่าช้าและยุ่งยาก โอนทะเบียนไม่ได้ หรือในเรื่องของราคาที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของรถยนต์หลังการขาย ไม่มีการบริการซ่อมหลังการขายรถยนต์มือสอง ผู้ประกอบธุรกิจที่ขายรถยนต์ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ ปกปิดข้อมูลที่สำคัญของรถยนต์แก่ผู้บริโภค เต็นท์ขายรถยนต์ที่ใช้แล้ว มีการให้เช่าช่วงพื้นที่กันหลายทอดทำให้ผู้บริโภคไม่ทราบว่าใครคือผู้ขายที่แท้จริง ผู้บริโภคทำสัญญาจองรถยนต์และชำระเงินกับพนักงานขาย แต่พนักงานขายกลับไม่นำเงินส่งเต็นท์ทำให้เต็นท์ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ปัญหาเกี่ยวกับการจัดไฟแนนซ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถขอจัดไฟแนนซ์ให้กับผู้บริโภคได้และไม่คืนเงินจองหรือเงินมัดจำแก่ผู้บริโภค ในส่วนของผู้บริโภคเองก็มีปัญหาที่ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์มือสองส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชะล่าใจไม่ได้ตรวจสอบประวัติ สภาพรถยนต์ การรับประกันและคู่มือทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบกก่อนซื้อ อีกทั้งยังไม่ทราบเงื่อนไขการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ทำให้หลงเชื่อคำชักชวนของผู้ประกอบธุรกิจ จนยอมตกลงซื้อรถยนต์และวางเงินจอง เหล่านี้เป็นเพียงปัญหาบางส่วนที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและร้องเรียนมาที่ สคบ. ในเบื้องต้นก่อนที่ผู้บริโภคจะซื้อรถมือสองสักคันจากเต็นท์รถ ต้องตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการได้จัดทำรายละเอียดที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้บริโภคระบุลงในฉลาก ซึ่ง สคบ. กำหนดไว้ให้ผู้ประกอบการต้องจัดทำโดยที่จะต้องติดแสดงไว้ประจำรถทุกคันที่จะขาย คือ ชื่อ ประเภทหรือชนิดของสินค้า ประเทศที่ผลิต (กรณีที่เป็นสินค้าที่สั่งหรือนำเข้า) ชื่อและสถานที่ประกอบการของผู้ขาย ขนาดหรือน้ำหนัก สมุดคู่มือการบำรุงรักษารถ (ถ้ามี) รุ่นปี ราคา (โดยระบุหน่วยเป็นบาท) วันจดทะเบียน เลขทะเบียน เลขตัวรถ เลขเครื่อง ยนต์ ยี่ห้อรถ ยี่ห้อเครื่องยนต์ สี ชนิดเชื้อเพลิง ชื่อ-นามสกุลของเจ้าของรถ ตามลำดับ การครอบครอง ภาระผูกพันของรถยนต์ที่มีอยู่ ในสาระสำคัญของรถยนต์ใช้แล้วนั้น และต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาไทยกำกับภาษาต่างประเทศ นอกจากข้อมูลที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้ว ยังจะต้องระบุข้อมูลการประสบภัย เช่น ถูกชน ถูกน้ำท่วม (ถ้ามี) หรือกรณีที่ถูกน้ำท่วมให้ระบุระดับของน้ำที่ท่วมตัวรถยนต์ เช่น ระดับพื้นรถยนต์ ระดับเบาะรถยนต์ ระดับเรือนไมล์แผงนวมหน้าปัด ท่วมทั้งคัน และระยะทางการใช้งานหรือชั่วโมงในการทำงานของรถ โดยให้ระบุข้อมูลด้วยตัวอักษรขนาดไม่ต่ำกว่าหนึ่งเซนติเมตร และให้เป็นไปตามที่ปรากฏในรายการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตั้งแต่วันจดทะเบียนจนถึงวันที่จำหน่าย ต่อจากนี้ ถ้าผู้บริโภคท่านใดจะซื้อรถมือสอง ให้โปรดสังเกตฉลากที่ สคบ. กำหนดไว้ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซื้อรถยนต์มือสองต้องดูฉลาก – ไขปัญหาผู้บริโภค -

ปลัดคลังสั่งสบน.กู้เงินจ่ายจำนำข้าว
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลัง ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้สำนักนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ดำเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อมาจ่ายจำนำข้าวให้ชาวนาที่รัฐบาลค้างอยู่ประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้สถาบันการเงินมีความมั่นใจปล่อยกู้ให้คลัง หลังจากที่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ ไม่เหมือนที่ผ่านมาไม่กล้าปล่อยเพราะไม่มั่นใจในอำนาจของรัฐบาลรักษาการ “สถาบันการเงินมีเงินจำนวนมากที่จะปล่อยกู้ให้ แต่ที่ผ่านมาไม่กล้าปล่อยเพราะกลัว ตอนนี้ไม่มีปัญหาดังกล่าวแล้ว ส่วนจะกู้จากแบงก์รัฐ หรือ ธนาคารพาณิชย์ ทาง สบน. จะพิจารณาความเหมาะสม” น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า สบน.จะดำเนินการกู้เงินจำนำข้าวส่วนที่ยังขาดไม่พอจ่ายหนี้ให้กับชาวนากับสถาบันการเงินทันทีที่ได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนโยบาย ซึ่งตอนนี้ไม่ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของอำนาจรัฐ จนทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้เหมือนที่ผ่านมาแล้ว และโครงการจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงเป็นหน้าที่ของผู้มาบริหารประเทศต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพราะชาวนาได้รับความเดือนไม่ได้รับเงินจากการจำนำมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังพิจารณาจำนวนเงินที่ต้องกู้ว่า เมื่อใช้เงินจากการระบายข้าว และเงินจากกองทุนช่วยเหลือชาวนา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำให้หนี้ที่ค้างจ่ายชาวนาประมาณ 80,000 ล้านบาท เหลืออยู่เท่าไรที่ต้องกู้เงินจากสถาบันการเงิน “แม้ว่า คสช. จะควบคุมการบริหารประเทศ แต่ไม่ได้กระทบต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาล เพราะสภาพคล่องในตลาดการเงินของไทยมีสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท หากต้องกู้เต็มเพดานที่ค้างอยู่ 80,000 ล้านบาท ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับสภาพคล่องของตลาดเงิน หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาด เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็อยู่ในระดับต่ำ 2% ต่อปีเท่านั้น” นอกจากนี้ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกอย่าง สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ก็คงอันดับเครดิตของประเทศไทยไว้ที่ บีบีบี บวก โดยมุมมองยังมีเสถียรภาพทั้งที่มีปัญหาการเมืองมานานหลายเดือน แต่สถาบันจัดอันดับยังมองว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังดีอยู่ เชื่อว่าสถาบันการเงินอื่นๆ จะคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับเดิม เพราะการ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ แม้ว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนต่างประเทศ แต่ทำให้การบริหารเศรษฐกิจภายในประเทศเดินหน้าไปได้ และตั้งแต่มีการตั้ง คสช. ขึ้นมาก็ไม่ได้กระทบกับตลาดพันธบัตรของไทย นักลงทุนต่างชาติยังคงถือพันธบัตรรัฐบาลของไทยต่อไปไม่ได้ขายทิ้งอย่างที่หลายฝ่ายกังวล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดคลังสั่งสบน.กู้เงินจ่ายจำนำข้าว