นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดคลัง และปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลัง ตามคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกประชุมผู้บริหารคลังทั้งหมดเพื่อเตรียมมาตรกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งด่วนเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ สศค. รวบรวมมาตรการทั้งหมด เบื้องต้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาจะต้องเรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เช่น การทำงบประมาณปี 58 เพื่อให้ใช้ได้ทัน 1 ต.ค.57 ก็จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจ ทำให้มีวงเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง แต่จะขาดดุลเป็นจำนวนเท่าไรนั้น ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องหารือกับนายประยุทธ์ เรื่องการหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวที่รัฐบาลยังค้างชาวนาอีกจำนวนหมายหมื่นล้านบาท ว่าจะให้ดำเนินการอย่าไง การหาเงินมาข่ายหนี้ชาวนาได้ไวจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การบริโภคขยายตัวได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องของการคงภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 10% เป็น 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.57 ว่าจะเห็นสมควรจะขยายเวลาออกไปอีกกี่ปี ซึ่งทาง สศค. จะต้องเสนอทางเลือกให้เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายเวลาการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% ออกไปอีกระยะหนึ่งเพื่อรอให้รัฐบาลเสนอสภาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแก้ไขกฎหมายลดภาษีเป็นการถาวร ขณะเดียวกัน นายรังสรรค์ ยังได้ให้ สศค. ศึกษาผลกระทบการรัฐประหารที่มีผลต่อเศรษฐกิจและการเก็บรายได้ เนื่องจากที่ผ่านมาการเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าค่อนข้างมาก ซึ่งนายรังสรรค์ ได้สั่้งให้อธิบดีกรมภาษีทั้ง 3 กรม เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีให้มากที่สุด “มาตรการทุกอย่างกระทรวงการคลังเดินหน้าเลย เพราะถือว่าตอนนี้ฝ่ายต่างๆ มีอำนาจเต็มแล้ว ท่านปลัดคลัง ก็ทำหน้าที่ รมว.คลัง มีอำนาจดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้เต็มที่ ตอนนี้ก็อยู่ที่ท่านประยุทธ ที่ทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรี จะเรียกคลังเข้าไปพบเมื่อไร ก็จะเสนอทั้งหมดให้ดำเนินการทันที” นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังประเมินยากว่าการรัฐประหารกระทบเศรษฐกิจมากน้อยขนาดไหน ส่วนหนึ่งต่างชาติไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่หากผู้นำประเทศให้ความมั่นใจนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ เดินหน้าต่อ ไม่มีการปิดประเทศ เชื่อว่าต่างชาติก็จะเข้าใจและเข้ามาลงทุนเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีผลดีจากการเปลี่ยนแปลงทำให้นโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ เดินหน้าได้ เพราะมีครม.มีอำนาจเต็มบริหารประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไม่ชะลอตัวมากอย่างที่คาดไว้ แต่จะขยายตัวได้มากกว่า 2% ต่อปี หรือไม่ ต้องประเมินอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังชง”ประยุทธ์”ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

คลังชง”ประยุทธ์”ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
-

ปลัดคมนาคมถกผู้บริหาร
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคมและปฏิบัติราชการแทน รมว.คมนาคม ได้เรียกประชุมผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าหารือ และสั่งการให้แต่ละหน่วยงานเตรียมสรุปรายละเอียดแผนงาน หรือโครงการเร่งด่วน เพื่อนำไปหารือกับทางคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ( คสช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานและการผลักดันโครงการต่างๆ ซึ่งมีหลายโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการก่อนหน้านี้ เช่น สถาบันการบินพลเรือน(สบพ.)ไม่มีการแต่งตั้งประธานบอร์ด และโครงการอื่นๆที่ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล ดังนั้นจึงพิจารณาให้การบริหารงานให้เดินหน้าได้ ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.มีโครงการเร่งด่วนที่จะต้องขอความเห็นชอบจาก ครม.อนุมัติ แต่เกิดประกาศยุบสภาก่อนคือรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ- รังสิต ที่ต้องขออนุมัติปรับแบบเพิ่มจากขนาด 3 รางเป็น 4 ราง และต้องขอปรับงบประมาณด้วย ทำให้การดำเนินงานที่ผ่านมาต้องหยุดชะงักไป เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะเสนอ เพราะไม่มีความชัดเจนว่าจะมี ครม.เมื่อใด ด้านนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. กล่าวว่าหลังเกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลดลงอีก 2% จากเดิมที่ลดลง 10% รวมผู้โดยสารลดลงประมาณ 12% ส่วนภาพรวมการเดินทางในท่าอากาศยานทั้งหมดของ ทอท. พบว่าผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 7.4% โดย ทอท.จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อีกสักระยะจึงจะทราบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อแนวโน้มการเติบโตของผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการท่าอากาศยานต่างๆของ ทอท.มากน้อยขนาดไหน นายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจำนวนผู้โดยสารคงต้องรอดูสักระยะ แต่เบื้องต้นยังไม่มีผู้โดยสารแจ้งขอยกเลิกการเดินทาง ซึ่งขณะนี้การบินไทยได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกๆ ตลาดทั่วโลก ซึ่งหากพิจารณาจากคำประกาศยึดอำนาจการปกครองครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการกระทำไปเพื่อให้เกิดความสงบในประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลในทางบวกต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดคมนาคมถกผู้บริหาร -

พัฒนาอุตฯถ่ายทำภาพยนตร์ครบวงจร
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ให้มีลักษณะแบบครบวงจร เพื่อดึงรายได้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยเฉพาะจากวงการฮอลลีวูดที่มีค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งสูงถึง 40 ล้านบาทโดยเบื้องต้นหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย จะหารือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ด้านภาษีการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมองว่าควรจะมีการสนับสนุนในเรื่อง ค่าตอบแทนสำหรับการมาใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ (อินเซนทีฟ) เนื่องจากปัจจุบันประเทศต่างๆ ในเอเชีย ให้ผลตอบแทนสูงมาก เช่น สิงคโปร์ 40% ,มาเลเซีย 30%, ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ไทยสูญเสียการได้เป็นเจ้าบ้านจัดงาน เพราะผู้จัดส่วนใหญ่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด “ขณะนี้ประเทศไทยถือเป็นเดสติเนชั่นสำคัญ ที่ผู้จัดงานส่วนใหญ่อยากจะมาใช้สถานที่ อย่าล่าสุด ก็มีภาพยนตร์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ 4 ที่สนใจมาถ่ายทำ และเลือกประเทศไทย เป็นอันดับต้นๆ ของตัวเลือก แต่สุดท้าย ก็แพ้ ให้กับประเทศจีน ที่คาดว่าจะให้ค่าตอบแทนเรื่องอินเซนทีฟในราคาที่สูงกว่า” ด้านน.ส.อุบลวรรณ สุจริตกุล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มถ่ายทำภาพยนตร์จากฮอลีวูด จะนิยมมองหาทีมงานภายในประเทศนั้นๆ เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทำโดยจะเน้นตั้งแต่ ตัวแสดงแทนไปจนถึงกลุ่มการทำโปรดักชั่นตัดต่อต่างๆ ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมาก ซึ่งในระยะยาวเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลจะร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงอุตสาหกรรมพัฒนา อุตสาหกรรมการถ่ายทำนี้ ส่วนการสนับสนุนเรื่องอินเซนทีฟ ขณะนี้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่ให้อินเซนทีฟน้อย ซึ่งในอนาคตจะเป็นข้อเสียเปรียบหากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน(เออีซี) เพราะจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พัฒนาอุตฯถ่ายทำภาพยนตร์ครบวงจร