ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่22 พ.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งวันโดยช่วงการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีได้ไหลลงแดนลบในช่วงสั้นๆ ก่อนจะสามารถยืนในแดนบวกได้อีกครั้งซึ่งเป็นผลจากนักลงทุนรอผลการประชุมทางการเมือง เพื่อหาทางออกประเทศ โดยพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ผอ.รส.) โดยนักลงทุนคาดหวังว่าหลังการประชุมจะมีทางออกทางการเมืองชัดเจนมากขึ้นส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,401.73จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,415.36จุด จนมาปิดตลาด 1,405.21 จุด เพิ่มขึ้น 2.29 จุด หรือ 0.16% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 41,281.00 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ธ.กรุงไทย ปิดที่18.20 บาท ลดลง 0.10 บาท 2.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่160.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 3.เอไอเอส ปิดที่236.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 4.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่14.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 5.อิชิตัน ปิดที่25.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 2.29 จุด
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 2.29 จุด
-

ส่งออกปี 57 หลุดเป้า 5%
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฎิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฎิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่ามูลค่าการส่งออกไทยในปี 57จะขยายตัวต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้ 5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ รวมถึงการไม่มีรัฐบาลในการบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่และ ความไม่เชื่อมั่นของลูกค้าต่างชาติแต่จะปรับลดลงเท่าไหร่นั้นต้องรอประเมินตัวเลขอีกครั้งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนก.ค. หรือ ส.ค. นี้ “ตอนนี้ปัจจัยเศรษฐกิจโลกนั้นเอื้อต่อการส่งออกไทยดีขึ้นแต่ติดในเรื่องปัจจัยภายในประเทศจนทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่นและนักลงทุนชะลอดูสถานการณ์การเมืองไทย อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์การเมืองนิ่งกว่านี้และจัดการเลือกตั้งได้โดยเร็วส่งออกก็อาจไม่ต่ำกว่า 5%ก็ได้” นางสมจินต์เปล่งขำ ผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เป้าหมายการส่งออกปี 57 ไปตลาดสหรัฐฯยังคงไว้ที่เติบโต 3%แม้ไตรมาสแรกปีนี้บวก 0.6%ซึ่งการขยายตัวสูงจะเกิดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แต่อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามกำลังซื้อคนสหรัฐฯจะฟื้นตัวระยะยาวหรือไม่ แม้อัตราการว่างงานลดลง และทรงอัตราดอกเบี้ย0%แต่ตัวเลขค้าปลีกยังไม่ดีนักอาจเป็นการฟื้นตัวแค่บางส่วน ขณะเดียวกันสินค้าไทยบางชนิดแข่งขันได้ลดลงเช่น กุ้ง ที่ขาดวัตถุดิบการผลิตและเทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนแต่โรงงานไทยยังผลิตป้อนตลาดไม่ได้ เช่น ทีวีดิจิตอลเครื่องคอมพิวเตอร์ “ตอนนี้สำนักงานในต่างประเทศก็ต้องทบทวนการใช้งบประมาณการจัดกิจกรรมแล้วในช่วง2-3 เดือนนี้ เพราะไม่รู้ว่างบปีหน้าจะได้เบิกจ่ายจริงได้เมื่อไหร่ซึ่งการจัดกิจกรรมในต่างประเทศจะมากในช่วงไตรมาส3-4 ซึ่งเป็นฤดูกาลขาย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกปี 57 หลุดเป้า 5% -

นมผงเลี้ยงเด็กขอขี้นราคา
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ผลิตนมผงเลี้ยงเด็กและนมบรรจุกล่องที่ใช้วัตถุดิบจากนมผง ทำหนังสือมายังกรมการค้าภายในเพื่อขอปรับขึ้นราคาเฉลี่ยขนาดละไม่เกิน 10% จากราคาเดิม หรือขอลดน้ำหนักแต่ขายราคาเดิม โดยอ้างต้นทุนนมผงสูงขึ้นและได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยอ่อนค่า ดังนั้นในสัปดห์หน้าจะเรียกผู้ผลิต 2-3 รายหารือและขอความร่วมมือการตรึงราคาไปก่อนเพราะก่อนหน้านี้กรมฯได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตตรึงราคาสินค้าเพื่อลดภาระประชาชน 6 เดือน จนถึงเดือน ต.ค. นี้ “จากการตรวจสอบราคาสินค้ายังพบว่าราคารทรงตัวและบางรายทรงตัวในราคาสูงอาทิ เนื้อหมู ผักสดบางชนิด ไข่ไก่ ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวด พบว่ามีการขยับราคาขวด(ลิตร)ละ 2-3 บาท จากเคยขายขวดละ47-48 บาท ก็ขยับมาเป็น 52-53 บาทแล้ว แต่ก็ยังไม่เกินเพดานราคาควบคุมลิตรละ 55 บาท ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิดหากพบว่ามีการขายเกินเพดานก็ต้องเรียกผู้ผลิตมาหารือให้ตรึงราคาไว้ก่อน” ทั้งนี้ในภาพรวมการพิจารณาราคาสินค้าในส่วนของการลดปริมาณ และขายในราคาเดิม กรมฯขอยืนยันว่าจะไม่อนุมัติอย่างแน่นอน แต่หากต้นทุนการผลิตสูงมากๆ กรมฯก็จะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ผลิตเช่นกันเพื่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการ นายสมชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในจังหวัดออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคตามร้านค้าและห้างค้าปลีกอย่างเข้มข้นในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึก เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าหรือสร้างกระแสทำให้ประชาชนวิตก และทำการกักตุนสินค้า หากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นมผงเลี้ยงเด็กขอขี้นราคา