นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในปี 57 ธ.ก.ส.ตั้งเป้าหมายขยายฐานสมาชิกกองทุนทวีสุขเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านราย จากปัจจุบัน 1.18 ล้านราย รวมยอดเงินออมทั้งสิ้น 5,428 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้ากับธนาคารเกิดการออมเงินอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถเก็บออมไว้ใช้จ่ายในยามแก่ชรา โดยมี 3 รูปแบบ คือ ออมปีละ 1,200 บาท 6,000 บาท หรือ 12,000 บาท และเมื่อออมต่อเนื่องทุกปีจนอายุครบ 65 ปี จะได้รับคืนต้นเงินพร้อมดอกเบี้ย รวมทั้ง ธนาคารจะส่งเสริมในด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ในช่วงที่ออมสมาชิกกองทุนทวีสุขจะได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินออมในอัตราพิเศษ การคุ้มครองประกันอุบัติเหตุวงเงินสูงสุด 100,000 บาท, เงินรับขวัญบุตรแรกเกิดคนละ 500 บาท ไม่เกิน 2 คน, เงินช่วยเหลือค่าทำศพสูงสุดรายละ 10,000 บาท, เงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลปีละไม่เกิน 2,000 บาท ตามรูปแบบการออม รวมทั้งสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันการกู้เงินกับ ธ.ก.ส. ได้ไม่เกิน 30% “สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่สวัสดิการต่าง ๆ ยังไม่ทั่วถึงเพียงพอ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่มีบุตรหลานเลี้ยงดูเป็นที่พึ่ง รวมทั้งไม่มีเงินออมที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ต้องอยู่อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะเกษตรกรไทยที่ส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกันใด ๆ ในการประกอบอาชีพ จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด” อย่างไรก็ตาม สวัสดิการที่ ธ.ก.ส. ส่งมอบให้กับสมาชิกไปแล้ว คือ ค่าสินไหม 1,096 ราย วงเงิน 55.8 ล้านบาท เงินรับขวัญบุตร 5,722 ราย วงเงิน 2.9 ล้านบาท เงินช่วยเหลือค่าทำศพ 3,307 ราย วงเงิน 16.9 ล้านบาท และเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล 132 ราย วงเงิน 100,000 บาท รวมเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ 10,257 ราย คิดเป็นวงเงิน 75.7 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาด้านสาธารณสุขศาสตร์ในสถาบันพระบรมราชชนก ให้กับบุตรหลานเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนทวีสุข เพื่อนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดและดูแลสุขภาพของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ชนบท เป็นระยะเวลา 5 ปี จำนวน 999 ทุน เป็นเงินรวมกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีบุตรหลานเกษตรกรสำเร็จการศึกษาแล้ว 218 คน และได้ทำงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมเกษตรกรสุขภาพดีกับ ธ.ก.ส. โดยการตรวจเช็คสุขภาพฟรีให้กับสมาชิกอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธกส.ลุยขยายฐานสมาชิกกองทุนทวีสุข
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ธกส.ลุยขยายฐานสมาชิกกองทุนทวีสุข
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 7.40 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ( 22 พ.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด โดยนักลงทุนติดตามการประชุมวันนี้ ช่วงเวลา 14.00 น.เพื่อหาทางออกประเทศที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) จะมีการหารืออีกครั้ง หลังจากเมื่อวานนี้ ได้ให้ทุกฝ่ายกลับไปคิดหาแนวทางออกร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศยังคงมียอดขายสุทธิจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ ส่งผลให้ดัชนีปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,410.32 จุด เพิ่มขึ้น 7.40 จุด หรือ 0.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,400.97 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 7.40 จุด -

ถอดบทเรียนความเสียหายแผ่นดินไหวเชียงราย(ตอน3)
รศ.ดร.อมร พิมานมาศ รองเลขาธิการสภาวิศวกรและอาจารย์ประจำ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยโครงการ “ศึกษาวิธีการออกแบบและเสริมกำลังอาคารในประเทศเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงรายและได้รับคำถามจากชาวบ้านและช่างอบต.ในท้องที่เกี่ยวกับการจัดการความเสียหายของโครงสร้างตนจึงได้เสนอแนวทางการจัดการโครงสร้างไว้ 3 แนวทางคือ 1.ซ่อม 2.ซ่อมและเสริม และ 3.รื้อถอนแล้วสร้างใหม่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 4 ระดับคือระดับ 1 ถึง 4 การตรวจสอบว่าโครงสร้างเสียหายระดับไหนและควรใช้แนวทางใดในการจัดการโครงสร้างให้พิจารณาตารางสรุปดังนี้ระดับความเสียหาย โครงสร้าง คอนกรีต เหล็กเสริม แนวทางจัดการระดับ 1 เล็กน้อย ไม่ทรุด ไม่เอียง ไม่ดัดงอ กะเทาะหลุดที่ผิว ไม่เห็นเหล็กเสริม ซ่อมระดับ 2 ปานกลาง ไม่ทรุด ไม่เอียง ไม่ดัดงอ คอนกรีตส่วนหุ้มเหล็ก เห็นเหล็กเสริม ซ่อม + เสริมเหล็กปลอก กะเทาะหลุดออก แต่เหล็กเสริมยังไม่คดงอระดับ 3 มาก ทรุด เอียง ดัดงอเล็กน้อย คอนกรีตแตกเป็นชิ้นๆ เหล็กแกนคดงอ ซ่อม + เสริมเหล็กปลอก ถึงเนื้อใน เหล็กปลอกง้างออก + เสริมเหล็กแกน หรือพังถล่มโดยสิ้นเชิง เป็นชิ้นๆหรือขาดเป็นช่วงๆ ขาด บิดเบี้ยว อย่างมากระดับ 4 มากที่สุด ทรุด เอียง ดัดงออย่างชัดเจน โครงสร้างหลุดแยก โครงเหล็กและเหล็กปลอก รื้อทิ้ง + สร้างใหม่สำหรับบ้านที่ทรุดหรือเอียงแล้วนั้นให้สังเกตว่าประตูหน้าต่างจะไม่สามารถปิดเปิดได้สนิทดังเดิมเนื่องจากโครงบ้านบิดเบี้ยวเสียรูปไปแล้วส่วนความเสียหายของคอนกรีตและเหล็กเสริมนั้นมักเกิดขึ้นที่ปลายบนและปลายล่างของเสารวมทั้งเสาใต้ถุนบ้านด้วยสำหรับความเสียหายระดับที่1แนะนำให้ซ่อมโดยใช้ปูนมอร์ตาร์(ปูน+ทราย+น้ำ)ฉาบปิดบริเวณผิวคอนกรีตที่หลุดออกส่วนระดับที่ 2ก่อนฉาบปูนมอร์ตาร์ให้เสริมเหล็กปลอกก่อนความเสียหายระดับที่ 4ซ่อมไม่ได้แล้วต้องทุบทิ้งแล้วสร้างขึ้นใหม่ขณะที่ความเสียหายระดับที่3ชาวบ้านไม่ควรดำเนินการเองเพราะขั้นตอนการซ่อมอันตรายมากและโครงสร้างอาจพังถล่มได้ทุกเมื่อต้องอาศัยวิศวกรและช่างก่อสร้างดำเนินการโดยมีขั้นตอนการซ่อมดังนี้1.ค้ำยันโครงสร้างบริเวณที่ต้องการซ่อม2.สกัดปูนฉาบที่ผิวและคอนกรีตที่แตกร้าวด้านในออกมาให้เหลือเฉพาะเนื้อคอนกรีตส่วนที่แข็งแรง3.เสริมเหล็กแกนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนเหล็กแกนในเสาเดิม4.เสริมเหล็กปลอกขนาด 9 มม. ระยะเรียงไม่เกิน 7.5 ซม. รอบเหล็กแกน5.เทคอนกรีตหุ้มเสาเดิมให้ใหญ่ขึ้น หรือใช้แผ่นเหล็กหุ้มเสาแล้วเทคอนกรีตลงไป6.คงค้ำยันไว้ จนกว่าคอนกรีตจะแข็งตัวดี (ไม่ควรน้อยกว่า 14-21 วัน) จึงถอดค้ำยันออกการซ่อมและเสริมเหล็กด้วยวิธีข้างต้นนั้นสามารถทำเฉพาะบริเวณที่เสียหายหรือหากเสริมเสาทั้งต้นได้ก็ยิ่งดีนอกจากวิธีที่กล่าวมาแล้วยังสามารถใช้วิธีอื่นๆ ได้ เช่น การเสริมค้ำยันทแยงเหล็กหรือไม้การหุ้มด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เป็นต้น ทั้งนี้การเลือกใช้วิธีใดควรปรึกษาวิศวกรด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถอดบทเรียนความเสียหายแผ่นดินไหวเชียงราย(ตอน3)