เดือน: พฤษภาคม 2014

  • นักวิจัยจุฬาเจ๋งโคลนนิ่งแบคทีเรียจากปลวกป่าช่วยย่อยเซลลูโลส

    นักวิจัยจุฬาเจ๋งโคลนนิ่งแบคทีเรียจากปลวกป่าช่วยย่อยเซลลูโลส

    วันนี้ (22 พค.) ที่ตึกวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ ชวเดช อาจารย์และนักวิจัยวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมีจุฬาฯ เปิดเผยว่า ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการคัดแยกแบคทีเรียสามสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยเซลลูโลสเป็นน้ำตาลจากปลวกป่าที่นำมาจากสวนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมและได้มีการนำสายพันธุ์แบคทีเรียที่คัดแยกได้ไปทดลองย่อยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ ทั้งชานอ้อย ซังข้าวโพด กากมันสำปะหลังและฟางข้าว พบว่าสามารถย่อยเซลลูโลสได้สูงถึง 70 % ภายในเวลา 12 ชั่วโมงศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ กล่าวว่า เนื่องจากแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ค้นพบอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์และไม่สะดวกในการเพาะเลี้ยง ล่าสุด ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จอีกขั้นในการโคลนนิ่งอีโคไลซึ่งเป็นแบคทีเรียในลำไส้มนุษย์ และนำยีนเด่นของแบคทีเรียจากปลวกป่าที่คัดเลือกไว้มาใส่ในแบคทีเรียอีโคไลทำให้อีโคไลที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้นเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายเซลลูโลสมากกว่าเดิมอีก 18 เท่า และง่ายต่อการเพาะเลี้ยงขยายจำนวนทั้งนี้ปัจจุบันงานวิจัยอยู่ระหว่างการทำโคลนนิ่งแบคทีเรียอีกหลายตัวเพื่อให้สามารถผลิตน้ำย่อยเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสจนครบทุกตัว ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้งานจริงในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นน้ำตาล ก่อนนำไปผลิตเป็นเอทานอลด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันโครงการนี้หากประสบผลสำเร็จ นอกจากจะช่วยลดการใช้สารเคมีในการผลิตเอทานอลแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของไทยและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิจัยจุฬาเจ๋งโคลนนิ่งแบคทีเรียจากปลวกป่าช่วยย่อยเซลลูโลส

  • ตลาดทุนหนุนเจรจา หวังได้นายกฯมีอำนาจ

    ตลาดทุนหนุนเจรจา หวังได้นายกฯมีอำนาจ

    นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทจัดการกองทุน สมาคมบริษัทจดทะเบียน สมาคมตราสารหนี้ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และเศรษฐกิจการลงทุนว่า ยอมรับว่า การเจรจาเพื่อหาทางออกประเทศที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) นั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และส่งผลให้ประชาชนคนไทยมีความหวังว่าจะมีข่าวดีสำหรับประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ตลาดทุนได้มีการส่งหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎอัยการศึก ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นบวก“ยอมรับว่า ช่วงแรกนักลงทุนตกใจที่มีการประกาศใช้ เพราะบางประเทศเขาไม่มีกฎหมายนี้ ดังนั้นจึงเห็นแรงเทขายออกมา แต่เมื่อมีการทำหนังสือเพื่อให้นักลงทุนเข้าใจ เขาก็เริ่มกลับมาบนความคาดหวังว่าจะสามารถจบลงได้ แต่ก็มีบางประเทศที่เขาต้องการความชัดเจนจริงๆ จะมีความหวังอย่างเดียวไม่ได้ มันจึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในการเจรจาเกิดขึ้น เพราะปัญหาประเทศชาติมันรอไม่ได้ ดังนั้นต้องมีการยุติเร็วที่สุด เพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติ นักลงทุนเองก็คงอยากจะเห็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ แม้จะต้องใช้เวลาก็ตาม นอกจากนี้การแก้ปัญหาในครั้งนี้จะต้องมานำสู่การเกิดปัญหาใหม่อีก”นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า สิ่งที่หลายฝ่ายมีความคาดหวังเหมือนกัน คือ การมีรัฐที่มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการประเทศ ก่อนที่ภัยเศรษฐกิจต่างๆที่กำลังมีอยู่ในขณะนี้จะเข้ามาทำลายประเทศ แล้วไม่มีผู้รับมือ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ จะต้องมีการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังในทุกด้าน โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม บำนาญชราภาพที่ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ การหาเงินมาเพื่อคืนเงินให้ชาวนา“เราสูญเสียเวลาเป็นทศวรรษแล้ว กับการทำร้ายเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน อย่าย้อนกลับไปอีกเลย ถึงเวลาที่เราแต่ละคนต้องถามตัวเองแล้วว่า ในเชิงเศรษฐกิจนักธุรกิจทุกคนเป็นนักรบของชาติ แม้จะไม่มีอาวุธสงครามแบบกองทัพ แต่อาวุธของเราคือปัญญา เราก็ยังทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรีของนักรบทางเศรษฐกิจ เรานำพาบ้านเมืองผ่านทุกอุปสรรคไปได้ แต่ภัยอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งที่อาจทำให้หมดแรงสู้ คือ ภัยจากการแตกสามัคคีกันเองของคนในประเทศ ปัญหาเหล่านี้มีแต่ร้าวลึกลงไปในทุกวงการ ทุกสมาคม เราจะอยู่อย่างนี้หรือ หากนักธุรกิจการเมืองยังไม่ยอมสละเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการปฏิรูป นักรบเศรษฐกิจอย่างเราคงหมดแรงในที่สุด รบไม่ไหว เราไม่อยากมีทศวรรษแห่งความสูญเสียอีกแล้ว ต้องการให้บ้านเมืองให้กลับเข้าสู่ความสงบสุขโดยไว ต้องกำหนดกรอบกติกา”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดทุนหนุนเจรจา หวังได้นายกฯมีอำนาจ

  • ราคาทอง22พ.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,250บาท

    ราคาทอง22พ.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,250บาท

    วันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:33 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 13:33 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขาย 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาท เวลา 13:06 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 09:42 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขาย 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาท เวลา 09:24 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง22พ.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,250บาท