วันนี้(21 พ.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ทาง กสทช.ได้หารือร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) อาทิทรู , เอไอเอส , บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) , ซีเอสล็อกอินโฟร์ , 3 บีบี ,บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ อินเทอร์เน็ตไทยแลนด์ เป็นต้น ในการกำกับดูแลเนื้อหาร้ายแรงหมิ่นสถาบันและกระทบต่อความมั่นคง ที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานโดยตัวแทนกระทรวงไอซีที , กอ.รส. , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) , กสทช. , และตัวแทนจากไอเอสพีโดยจะทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ ซึ่งหากพบว่ามีเว็บไซต์ใดเข้าข่าย ผิดประกาศ ฉบับที่ 8 ของ กอ.รส. จะดำเนินการปิดเว็บไซต์ได้ภายใน 1 ชั่วโมงโดยขณะนี้ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่กระทำผิดไปแล้วจำนวน 6 เว็บไซต์ แต่หากเป็นกรณีเว็บไซต์ที่มีที่อยู่ (ไอพีแอดเดรส) ที่ต่างประเทศ เบื้องต้นอาจต้องดำเนินการปิดวงจรเชื่อมต่อต่างประเทศ (เกตเวย์) ชั่วคราว โดยจากนี้ กสทช.จะส่งข้อมูลรายชื่อไอเอสพีจำนวน 108 บริษัท ให้แก่คณะทำงานดังกล่าวต่อไปด้าน พ.ท. สุประดิษฐ์ เปล่งฉวี ผู้แทน จาก กอ.รส. กล่าวว่า สำหรับกรณีการปิดสถานีวอยซ์ทีวี เบื้องต้นต้องการให้ทางวอยซ์ทีวีปรับผังรายการที่ออกอากาศเพื่อไม่ให้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้หากวอยซ์ส่งผังรายการใหม่แล้ว จะขอความเห็นจาก กสทช. เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าจะออกอากาศอีกครั้งได้เมื่อใดอย่างไรก็ตามสำหรับกรณีแฮชแท็ก #ทหารหล่อบอกด้วย และ #soildercuteboy ที่ได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์โดยมีการแชร์รูปภาพของทหารหุ่นหล่อล่ำหรือ หน้าตาสไตล์ เกาหลี ตั้งแต่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมาทาง กอ.รส. ไม่ได้กังวลหรือมีมาตรการใดๆ มาควบคุมกรณีที่มีการตั้งแฮชแท็กบนโลกโซเชียล มองว่าเป็นสีสันหนึ่งและจริงๆ แล้วทหารก็คือประชาชนไทยและนอกเหนือเวลาปฏิบัติหน้าที่ก็มีสิทธิ์ที่จะทำกิจกรรมส่วนตัวในรูปแบบต่างๆ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. ตั้งวอร์รูมคุมเนื้อหาออนไลน์สั่งปิดเว็บละเมิดได้ใน1ชม.
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

กสทช. ตั้งวอร์รูมคุมเนื้อหาออนไลน์สั่งปิดเว็บละเมิดได้ใน1ชม.
-

ลุยตรวจร้านยาดอง-เหล้าปั่น
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตลงพื้นที่ตรวจร้านขายสุราทั่วประเทศ โดยเฉพาะร้านยาดอง ร้านเหล้าปั่น ว่ามีการขอใบอนุญาตขายสุรา การเสียภาษีจำหน่ายสุราและภาษีป้าย ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งการสั่งปิดร้าน การจำคุกหรือปรับทันที รวมทั้ง หากพบว่าที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมฯเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินการเช่นกัน ทั้งนี้ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีสุราที่ผ่านมา ทำให้ราคาขายสุราทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับราคาเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคสุรายาดองและเหล้าปั่นจำนวนมาก ทำให้กรมสรรพสามิตต้องดำเนินการเข้มงวด เพื่อปราบปรามร้านดังกล่าวที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพผู้บริโภค เพราะอาจมีร้านค้าบางรายใช้สุราเถื่อนหรือตัวยาที่ผสมในยาดองที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ “ยอมรับว่าปัจจุบันร้านขายสุราประเภทดังกล่าวมีการลักลอบเปิดจำนวนมาก ที่ไม่ได้ดำเนินให้ถูกต้องตามกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นอันตรายของผู้บริโภคที่อาจส่งผลต่อชีวิตได้ เพราะบางร้านค้าอาจนำสุราเถื่อนหรือตัวยาที่ผสมในสุราที่ไม่ได้มาตรฐานและคุณภาพเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี ขณะนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค โดยจะแก้ไขกฎหมายกรมสรรพสามิต 7 ฉบับ เช่น เกี่ยวข้องกับสุรา ยาสูบ ให้เป็นฉบับเดียว เหมือนกับกฎหมายของกรมศุลกากร เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินงานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น” อย่างไรก็ตาม กรมฯจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างรถโมบายแลป ในปีงบประมาณ 58 อีก 3 คัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นห้องตรวจแอลกอฮอล์เคลื่อนที่ ซึ่งสะดวกในการตรวจสอบว่าร้านค้าที่ขายสุราได้คุณภาพตามที่กรมสรรพสามิตกำหนดไว้หรือไม่ โดยปัจจุบันกรมฯได้รับการจัดสรรจากงบประมาณ 57 เพียง 3 คันเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบทั้ง 77 จังหวัด นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตเตรียมแก้กฎหมายให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมายยาสูบกำหนดไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เข้าข่ายที่กฎหมาย เพราะบุหรี่ดังกล่าวไม่ได้ใช้ยาเส้น แต่เป็นการใช้น้ำยามาเป็นส่วนผสมแทน ทำให้ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สาธารณสุข เพราะที่ผ่านมา การจำกุมและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ทำได้เพียงกฎหมายของกรมศุลกากรเท่านั้น เช่น การนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักร, ช่วยซ่อนเร้น จําหน่าย หรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือโดยหลีกเลี่ยงอากร เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยตรวจร้านยาดอง-เหล้าปั่น -

รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบปัญหาเพียบ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สศช.ได้สรุปผลรายงานการติดตาม และประเมินผลการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 55-56 พบว่า จากการประชุมทั้งหมด 12ครั้ง ได้พิจารณาโครงการของภาคเอกชนที่เสนอมารวม 216 เรื่อง ซึ่งโครงการบางส่วนยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องอาศัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่และส่วนกลาง เมื่อรับมติที่ประชุมไปแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่บางโครงการก็มีการรายงานว่าไม่คุ้มค่าในการลงทุน เช่น โครงการวางท่อส่งน้ำ ไปในแหล่งพื้นที่ทำการเกษตรในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ขณะเดียวกันบางโครงการยังขาดหน่วยงานเจ้าภาพหลัก จึงจำเป็นต้องสร้างระบบของหน่วยงานเจ้าภาพให้ชัดเจนกว่านี้ พร้อมทั้งให้สอดคล้องกับภารกิจหลักของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของ และต้องปรึกษาในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า บางโครงการมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ เพราะต้องรอกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จก่อน เช่น การศึกษาความเหมาะสมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้อย่างเต็มรูปแบบในระยะที่ 2 การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าอากาศยานอุบลราชธานีในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามในด้านของความชัดเจนของแนวนโยบาย เช่น การจัดตั้งศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจังหวัอุดรธานีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในลักษณะมหาวิทยาลัยเสมือนจริง อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับการสอนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งเสริมให้จัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยนอกพื้นที่ จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการนำไปสู่การปฏิบัติได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบปัญหาเพียบ