นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง หลังพบว่ามีรถไฟฟ้าหลายสายที่ประสบปัญหาก่อสร้างล่าช้า จึงกำชับให้เร่งดำเนินการและทำด้วยความโปร่งใส โดยสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ งานโยธาและการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบริเวณบางไผ่คืบหน้าไปแล้ว 89.27% แต่ล่าช้ากว่าแผน 0.56% เพราะติดปัญหาเรื่องการก่อสร้างสถานีไม่เป็นไปตามกำหนด ส่วนงานระบบรถไฟฟ้าและเดินรถสัญญาที่ 4 ช่วงบางใหญ่-เตาปูน มีความคืบหน้า11.86% ส่วนสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแคและช่วงบางซื่อ-ท่าพระ งานด้านการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วเสร็จ 98.93% ล่าช้ากว่าแผน1.07% เพราะมีปัญหาที่ดินย่านแยกบางพลัดและแยกไฟฉาย แต่ล่าสุดสามารถตกลงกับชุมชนเรื่องปรับแบบก่อสร้างบริเวณแยกบางพลัดได้แล้ว ส่วนบริเวณสามแยกไฟฉายการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย(รฟม.)และ กทม. ได้ร่วมกันปรับแบบก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาการทับซ้อนกับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ ขณะที่งานโยธาสัญญาที่1-5 คืบหน้าไป 49.93% ล่าช้ากว่าแผน1.28% นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ได้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเสร็จแล้ว ขณะที่งานโยธา สัญญาที่1 และ 2 คืบหน้าถึง 28.30% เร็วกว่าแผน 2.4% เนื่องจากไม่ติดปัญหาเวนคืนที่ดิน ส่วนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อยู่ระหว่างเปิดประกวดราคา รวมทั้งพิจารณาข้อร้องเรียนจากผู้ร่วมประมูลที่ยื่นเข้ามา ส่วนสายสีชมพู ช่วงบางแค-มีนบุรี ต้องรอให้ ครม.ชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติโครงการ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี มีความคืบหน้าพอสมควร โดย รฟม.แก้ปัญหาการคัดค้านก่อสร้างของชุมชนบริเวณราชปรารภได้แล้ว โดยจะยุบสถานีราชปรารภไปรวมกับสถานีรางน้ำ เพื่อลดผลกระทบการเวนคืนที่ดิน ทำให้รถไฟฟ้าสายสีส้มมีสถานีลดลงเหลือ 12 แห่งเท่านั้น รวมทั้งยังมีการปรับเส้นทางการก่อสร้างเลี่ยงไม่ผ่านชุมชนประชาสงเคราะห์ด้วย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงจะก่อสร้างไม่เสร็จตามแผน 4 ปีแน่นอน เนื่องจากแผนงานก่อสร้างล่าช้าเกือบ 10% โดยเฉพาะการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อที่ต้องปรับแบบการก่อสร้างใหม่ หลังการก่อสร้างแบบเดิมจะมีรางรถไฟฟ้าเพียง 3 ราง แต่แบบใหม่จะเพิ่มเป็น 4 ราง เพื่อแบ่งแยกการเดินรถ ของรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟชานเมือง และรถไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย พร้อมทั้งจะมีการเสนอขออนุมัติใช้งบกลางของรัฐบาลปี 57 มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทเพื่อนำมาปรับปรุง โดยจะเสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไขลานก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ไขลานก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 8.23 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 พ.ค. ดัชนีปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาด จากแรงเทขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มของธนาคาร และสามารถฟื้นตัวในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย โดยนักลงทุนจับตาการเจรจาร่วมเพื่อหาแนวทางแก้ปํญหาระหว่าง กอ.รส. กับ กปปส. และ นปช. ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,393.26 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,406.34 จุด จนมาปิดตลาด 1,402.92 จุด เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ 0.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34,120.44 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.อิชิตัน ปิดที่ 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.05 บาท 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 190.50 บาท ลดลง 0.50 บาท 3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 185.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 4.เอไอเอส ปิดที่ 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 5.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 163.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 พฤษภาคม 2257 ปิดบวก 8.23 จุด -

อสังหาฯ เม.ย.วูบ 24%
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการเปิดตัว 27 โครงการ เป็นที่อยู่อาศัย 26 โครงการ และโฮมออฟฟิศ 1 โครงการ มีหน่วยขายรวม 6,013 หน่วย มูลค่ารวม 18,721 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมี.ค.ถึง 1,893 หน่วย หรือลดลง 24% เนื่องจากมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ขณะที่การเมืองยังยืดเยื้อ จึงมีหลายโครงการที่ชะลอการเปิดตัวออกไป ทั้งนี้ โครงการที่เปิดในเดือนนี้ส่วนใหญ่จะมีขนาดปานกลาง ซึ่งเฉลี่ยต่อโครงการ 222 หน่วยขึ้นไป และห้องชุดเปิดตัวมากสุดคือ 2,713 หน่วย แต่ก็นับว่าลดลงคือเหลือเพียง 45.1% ของทั้งหมดที่เปิดตัว รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว 2,221 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 839 หน่วย ด้านมูลค่ารวมของการพัฒนาโครงการนั้นก็ลดลงจากเดือนมี.ค. 5,994 ล้านบาท หรือลดลง 24% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีราคาปานกลาง ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สัดส่วนถึง 61% รองลงมา คือ 3-5 ล้านบาท 23% สำหรับการขายนั้น มีอัตราเฉลี่ย 17% จากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขาย 29% ต่อเดือน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส.) กล่าวว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปิดยอดรายได้อย่างไม่สวยงามนัก ด้วยปัจจัยความร้อนแรงทางการเมือง โดยพบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 35 โครงการ รวม 13,917 ยูนิต ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 56 ซึ่งมีโครงการคอนโดเปิดตัวถึง 27, 815 ยูนิต ขณะที่โครงการแนวราบ หรือบ้านจัดสรรนั้น มีการเปิดตัวทั้งสิ้น 59 โครงการ รวม 8,721 ยูนิต ลดลง 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 56 ที่เปิดทั้งสิ้น11,085 ยูนิต หากนับการเปิดตัวที่อยู่อาศัยในกทม.และปริมณฑล ช่วง 4 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่ายังชะลอตัวค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่า ทั้งปี 57 นี้ จะมีโครงการแนวราบเปิดตัวเท่ากับปีที่แล้ว คือ 45,000 ยูนิต แต่คอนโดฯ น่าจะลดลงเหลือเพียง 60,000 ยูนิต จากปีที่แล้ว ที่เปิดตัวถึง 85,000 ยูนิต โดยรวมลดลง 25-30% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักในการลงทุนของภาครัฐ ในช่วงสุญญากาศของรัฐบาล ซึ่งปัจจัยทางการเมืองนี้เอง ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า เป็นเหตุผลหลักในการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หลังจากแข่งขันอย่างคึกคักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกของทุกบริษัท แตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปี แต่อย่างไรก็ดี แม้ไม่มีปัจจัยทางการเมือง แต่ก็ควรเป็นปีแห่งการปรับฐาน จากปี 56 ที่มีโครงการเกิดใหม่สูงมากเป็นประวัติการณ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสังหาฯ เม.ย.วูบ 24%