เดือน: พฤษภาคม 2014

  • ตลท.เตรียมออกโรดโชว์ ดึงต่างชาติลงทุนไทย

    ตลท.เตรียมออกโรดโชว์ ดึงต่างชาติลงทุนไทย

    นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ สานงานวางแผนกลยุทธ์กองค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลท.เตรียมออกโรดโชว์ไปยังกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นทางด้านเศรษฐกิจว่าพื้นฐานของไทยเป็นอย่างไร สถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงครึ่งปีหลังด้วยว่ามีความเข็มแข็งหรือไม่ “ในมุมมองของต่างชาติเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นไทย ต้องยืนยันจริงๆว่าต่างชาติไม่ได้มองภาพลบอย่างที่หลายฝ่ายมองกันไว้ เพราะที่ผ่านมาเราก็ยังเห็นต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจนก็ได้ มันก็เลยดูเหมือนว่าปัจจัยทางการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบการซื้อขาย แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนจะดู คือ ผลประกอบการ ความแข็งแกร่งของบริษัทนั้นๆ ปัจจัยพื้นฐาน ความสามารถในการทำกำไรมากกว่าว่าจะเป็นอย่างไร” อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ผลการดำเนินงานของ บจ.หลังจากนี้ไป จะต้องติดตามภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก และสถานการณ์ทางการเมืองด้วย หากอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจชะลอตัวลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวได้ 2-3% อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบจ. และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับลดประมาณการความสามารถในการทำกำไรลงด้วย สำหรับปัจจุบันนักวิเคราะห์ประเมินความสามารถในการทำกำไรของบจ.ปีนี้อยู่ที่ 9-11% นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์ลงทุน บล. ธนชาต กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนและมีโอกาสปรับลดลงไปที่ระดับ 1,360 จุด หากการเมืองยังไม่คลี่คลาย ดังนั้นนักลงทุนทั้งระยะสั้น กลาง และยาวจะต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำให้นักลงทุนปรับลดพอร์ตการลงทุน โดยลงทุนในตลาดหุ้นไม่เกิน 60-70% ของการลงทุนทั้งหมด เพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับขึ้นไปค่อนข้างมาก โดยช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับขึ้นไปกว่า 200 จุด หรือคิดเป็น 16% ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) อยู่ที่ 14 เท่า “การเมืองในช่วงนี้ แม้จะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ก็สถานการณ์ก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิม สุดท้ายก็ต้องรอการเลือกตั้งเหมือนเดิม และหากในช่วง 1-2 วันนี้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ตลาดก็คงตอบรับในเชิงลบ แต่หากรุนแรงแล้วสามารถทำให้จบลงได้ ตลาดคงปรับลงในช่วงสั้น และจะรีบาวด์ปรับขึ้นต่อได้”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลท.เตรียมออกโรดโชว์ ดึงต่างชาติลงทุนไทย

  • การเมืองทำเกาหลีใต้ชะลอเที่ยวไทย

    การเมืองทำเกาหลีใต้ชะลอเที่ยวไทย

    นายเจริญ วังอนานนท์ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเกาหลีใต้ที่มาเที่ยวไทย(อินบาวด์)จะชะลอตัวและคาดว่าจะเติบโตติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตั้งแต่เดือน 1 ม.ค.- 10 พ.ค.ลดลงถึง 49.41% เหลือเพียง 35,00คน เนื่องจากปัญหาความไม่สงบของการเมืองในไทย ประกอบกับเหตุการณ์เรือเซวอลล่มกลางทะเลเมื่อเดือนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ชาวเกาหลีใต้เกิดความหดหู่ และระงับการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาสถิติจากกรมการท่องเที่ยวเฉพาะเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ยังลดลงเฉลี่ย 2.57% เทียบกับปีก่อน"ปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดเกาหลีใต้ที่เดินทางผ่านทัวร์จะมีโอกาสติดลบต่อเนื่อง หากเหตุการณ์ในประเทศยังไม่คลี่คลายในเร็ววันนี้ เพราะประเมินว่าหากเหตุการณ์สงบลง ก็ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูตลาดพอสมควรซึ่งอาจจะไม่ทันช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น)เช่น สายการบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) ที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหนีปัญหาการเมืองในไทยไปยังจุดหมายอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลา 2-3 เดือนในกว่าจะกลับมาให้บริการเหมือนปกติ เพราะที่ผ่านมามีการปรับเส้นทางไปเที่ยว กัมพูชา เวียดนาม และญี่ปุ่น แทนจำนวนมาก"สำหรับปี 56 ตลาดเกาหลีเดินทางมาไทย1.29 ล้านคนเพิ่มขึ้น 11% และในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าไว้ 1.32 ล้านคน เพิ่มขึ้น2.3%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การเมืองทำเกาหลีใต้ชะลอเที่ยวไทย

  • สคบ.ฟันรถโดยสารเอาเปรียบผู้บริโภ

    สคบ.ฟันรถโดยสารเอาเปรียบผู้บริโภ

    ร.ต.ไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ สคบ.จะลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) 3 ฉบับ กับกรมการขนส่งทางบก และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อช่วยคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะรถร่วมบริการ และรถตู้โดยสาร เพราะที่ผ่านมารถโดยสารประเภทดังกล่าวได้เกิดอุบัติอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายให้กับผู้บริโภคที่จะไม่ได้รับความปลอดภัยในการเดินทาง จึงจำเป็นต้องมาควบคุมการให้บริการรถประเภทดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค“ที่ผ่านมามีข่าวอยู่หลายครั้งว่า รถตู้โดยสารเกิดอุบัติเหตุ ขับรถเร็ว จนผู้บริโภคได้รับอันตราย จึงต้องขอความร่วมมือทุกทุกฝ่ายเข้ามาช่วยดูแลอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันที่ผ่านมาไม่ว่าช่วงเทศกาล หรือไม่ใช่เทศกาลผู้บริโภคยังถูกเอาเปรียบต่างๆ นาๆ จากรถโดยสารสาธารณะ ดังนั้นการร่วมมือของ3 หน่วยงานครั้งนี้จะครอบคลุมดูแลให้คอบทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อมีกรณีการร้องเรียนเกิดขึ้น ผู้ที่ทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของหน่วยงานที่ดูแลทันที”สำหรับ สาระสำคัญของเอ็มโอยูทั้ง 3 ฉบับ แบ่งขอบเขตการคุ้มครองของแต่ละหน่วยงานออกเป็น ของสคบ.จะคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย โดยรับเรื่อร้องเรียนและดำเนินการพิจารณาแนวทางการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการรถสาธารณะ กรณีผู้บริโภคร้องให้ช่วยดุแลชดใช้ความเสียหาย รวมทั้งดำเนินแนวทางคุ้มครองอื่นๆที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของสคบ.ส่วนกรมการขนส่งทางบก จะช่วยสอบสวน เปรียบเทียบปรับ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของรถ ผู้ประจำรถ และผู้ขับรถ เมื่อรับเรื่องร้องเรียนของผู้เสียหายจากสคบ. ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จะเข้ามาช่วยเหลือด้านวิชาการ เช่น เผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิผู้บริโภคให้กับประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ และกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสร้างความรู้ให้ผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของรถ ผู้ประจำรถ ผู้ขับรถโดยสารรู้หน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ปลูกจิตสำนึกด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและความปลอดภัยในการใช้รถสาธารณะของเยาวชนด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.ฟันรถโดยสารเอาเปรียบผู้บริโภ