วันนี้ (19 พ.ค.) ที่สยามพารากอน นายทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหายูทูป (YouTube) สำนักงานใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในแต่ละเดือนคนทั่วโลกใช้ยูทูปอยู่ที่ 1,000 ล้านราย จากจำนวนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 2,300 ล้านคนทั่วโลก และประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากกว่า 66 ล้านคน และเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้งานยูทูปที่มีการเติบโตรวดเร็วในเอเชียแปซิฟิกที่แต่ละวันใช้เวลาหลายล้านชั่วโมง โดยทุกๆ นาที มีการอัพโหลดวีดีโอรวมความยาวถึง 100 ชั่วโมง ซึ่งคนที่เข้ามายังยูทูปไม่ใช่แค่ชมวีดีโอเท่านั้นแต่กลับกลายเป็นผู้สร้างและอัพโหลดวีดีโอด้วยสำหรับพ ฤติกรรมของการรับชม ไม่เพียงแค่ชมบนเว็บยูทูปเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงรับชมผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารไร้สายต่างๆ โดยเฉลี่ยถึง 40% ของเวลาที่ใช้ชมวีดีโอของยูทูป เกิดขึ้นจากการชมวีดีโอผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายซึ่งจำนวนการชมผ่านอุปกรณ์สื่อสารกำลังเพิ่มขึ้นตามเทรนด์การใช้งานสมาร์ท ดีไวซ์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเอเชียถือเป็นผู้นำในด้านจำนวนผู้เข้าชมยูทูปผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารไร้สายสำหรับประเทศไทยนั้นเนื่องจากคนใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นของตนเองมากขึ้น และจากการสำรวจพบว่า 1ใน 3 ของการเข้าชมมาจากการเข้าชมผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายโดยพฤติกรรมการเข้าชมนี้มาจากการติดตามสื่อ นักดนตรี นักแสดง และผู้สร้างสรรค์โดยในไทย ยูทูปได้เพิ่มพาร์ทเนอร์ที่เป็นสื่อต่างๆ อาทิ ช่อง 3 ช่อง 7 แกรมมี่ และ อาร์เอส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างอาชีพด้วยตนเองผ่านยูทูปด้วย“เราจะสามารถเรียกดูวีดีโอที่เป็นที่นิยมของไทยได้โดยตรงและสามารถนำเสนอเนื้อหาที่สร้างสรรค์ขึ้นมาสำหรับชาวไทยโดยเฉพาะทำให้การค้นหาวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น และเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการก่อตัวในการสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์ให้ผู้สร้างคอนเทนท์มีความกระตือรือร้นและผู้ให้ความบันเทิงมีพื้นที่ของตนเองบนยูทูป” นายทอม กล่าวด้านนายอริยะพนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Google ประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีกับผู้ผลิตคอนเทนท์ เมื่อคอนเทนท์ดีการเข้าถึงของผู้บริโภคก็มีมากขึ้น และด้วยพฤติกรรมดูยูทูปของคนไทยวันละเป็นล้านๆชั่วโมง และ 1 ใน 3 เกิดจากการรับชมผ่านสมาร์ท ดีไวซ์ เพราะด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตอยู่บนถนนเวลารถติดดังนั้น ยูทูป ประเทศไทย จะเป็นแพลตฟอร์มช่วยแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภค ผู้บริโภคสามารถเลือกชมโฆษณาบนยูทูปได้และยูทูปยังทำหน้าที่โฆษณาที่ไม่เป็นเหมือนโฆษณาสำหรับ ประโยชน์การเกิดยูทูปในไทย YouTube.co.th คือ จะค้นหาวีดีโอที่ง่ายขึ้นใกล้ชิดในแง่ของภาษาไทยส่วนในแง่เนื้อหาจะมีคุณภาพ และสร้างสรรค์มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถสร้างเม็ดเงินในตลาดคอนเทนท์ได้ดีด้วย ส่วนในแง่ของแบรนด์นั้น จะต่างจากการการโฆษณาทางทีวีเพราะแบรนด์สามารถรับรู้ว่าผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโฆษณาของตนเองหรือไม่ ที่เห็นชัดจากการคลิกเข้าไปรับชม การแสดงความคิดเห็น และการแชร์ เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กูเกิล เปิด ยูทูป เพื่อคนไทย
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

กูเกิล เปิด ยูทูป เพื่อคนไทย
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 3.89 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ( 19 พ.ค.)ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นทันที ที่เปิดตลาด หลังสภาพัฒน์ฯประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ไตรมาสแรกไม่ได้ผิดจากที่คาดการณ์ไว้มากนัก โดยจีดีพีไตรมาสแรก -0.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและ -2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนอกจากนี้สภาพัฒน์ยังได้ปรับเป้าจีดีพีทั้งปีลงเหลือ 1.5-2.5% จากเดิมที่3-4% ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ว่าจะเป็นอย่างไร ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,409.15 จุด เพิ่มขึ้น 3.89 จุด หรือ 0.28% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,789.56 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ปิดบวก 3.89 จุด -

สศช.หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 57 เหลือ 1.5-2.5%
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาสแรกปี 57 และแนวโน้มทั้งปี ว่า จีดีพีไทยในไตรมาสแรกได้ติดลบ 0.6% มีสาเหตุจากการลดลงของอุปสงค์ภาคเอกชนภายในประเทศ ทั้งรายจ่ายภาคครัวเรือน ลดลง 3% เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง เพราะระมัดระวังเรื่องของการใช้จ่าย เนื่องจากยังกังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่วนการลงทุนรวม ก็ลดลงถึง 9.8% ขณะที่แนวโน้มทั้งปี 57 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5 – 2.5% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3-4%โดยมีเหตุผลหลัก 3 เรื่อง คือ ปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้เดิม เป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้เดิม ซึ่งจะส่งผลให้ การจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มล่าช้าออกไปจากที่คาดการณ์ไว้เดิมและเป็นข้อจำกัดมากขึ้นต่อการดำเนินมาตรการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณ และการจัดเตรียมงบประมาณประจำปี 58 ขณะเดียวกันก็ส่ง ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ทำให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายและการลงทุน ประกอบกับ มีผลกระทบมาจากการที่ฐานรายได้และเศรษฐกิจโดยภาพรวมชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลกที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่เศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ จึงส่งผลให้ปริมาณการส่งออกของไทยฟื้นตัวช้าและราคาส่งออกลดลง และสุดท้ายจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรก ของปี 57 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังคงมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวในปี 57 มีจำนวน 27 ล้านคน ลดลงจากสมมติฐาน 27.5 ล้านคน ในการประมาณการครั้งก่อน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 57 เหลือ 1.5-2.5%