นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก ที่นำระบบขั้นตอนทางราชการเข้ามาดำเนินการเช่นเดียวกับการประชุมครม.ได้เห็นชอบให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่ปรับลดสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ด้วยการยกเลิกการให้ตั๋วโดยสารโดยไม่คิดมูลค่าหรือตั๋วฟรี และให้มีผลทันที ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคสช.ได้มอบหมายให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ไปทบทวนสิทธิประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจแห่งอื่นต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง“ในที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสัญญาการจัดหาเครื่องบินของการบินไทย ที่ต้องกำหนดเงื่อนไขของอนุญาโตตุลาการในสัญญา ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ ขณะที่หัวหน้าคสช.ได้สอบถามว่าจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไขรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตัดสิทธิประโยชน์ที่ไม่จำเป็นของรัฐวิสาหกิจออก จึงได้เริ่มที่การบินไทยก่อนโดยตัดเรื่องตั๋วฟรีของบรรดาบอร์ดออกไปให้หมด”นายอำพน กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการบินไทย ได้พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยปรับลดจาก 30 บัตร เหลือเพียง 10 บัตร เป็นต้น ซึ่งเมื่อดำเนินการกับการบินไทยแล้วก็จะดำเนินการกับรัฐวิสาหกิจแห่งอื่นออกไป ซึ่งขณะนี้หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ของคสช.กำลังดำเนินการอยู่แล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ไฟเขียว ตัดตั๋วฟรีบอร์ดทีจี
เดือน: มิถุนายน 2014
-

คสช.ไฟเขียว ตัดตั๋วฟรีบอร์ดทีจี
-

เล็งลดขั้นตอนขอใบรง.4 ช่วยเสริมธุรกิจ
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เปิดเผยภายหลังรับฟังกระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงแนวทางการออกใบอนุญาตรูปแบบใหม่ว่า การลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน (รง.4) เหลือ 30 วัน จะส่งผลดีกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะวางแผนขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ และหาเงินทุนหมุนเวียนได้ทัน เนื่องจากมีกำหนดเวลาขอใบอนุญาตที่ชัดเจน โดยเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาร่วมตรวจสอบ เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้ในการจ้างผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษา (เติร์ดปาร์ตี้) ได้ ส่วนผู้เชี่ยวชาญเอกชนที่เข้าร่วมตรวจสอบควรเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ตรงตามประเภทของแต่ละกิจการและควรร่วมรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายหลังนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุต ฯ พยายามลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ออกใบอนุญาตต่าง ๆ เร็วขึ้น โดยเฉพาะใบรง. 4 โดยได้ปรับกระบวนการทำงานทั้งหมด เช่น ยกเลิกคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาอนุญาตโรงงานบางประเภท ซึ่งได้วางกฎเกณฑ์ให้กรมโรงงาน (กรอ.) และอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นผู้ดำเนินงานทั้งหมด ,รวมถึงปรับลดขั้นตอนต่าง ๆ เกี่ยวกับการอนุญาตให้เหลือไม่เกิน 30 วัน ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้วางไว้ โดยจะกำหนดเอกสารที่ต้องใช้ในการพิจารณาอย่างชัดเจน ให้มีเติร์ดปาร์ตี้เข้ามาช่วยตรวจสอบเอกสารแทน แก้ไขกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการปิดประกาศรับฟังความคิดเห็น และดำเนินเรื่องการขอใบอนุญาตได้พร้อมกัน รวมทั้งจะต้องบอกให้ผู้มายื่นขออนุญาตได้รู้ว่าใบอนุญาตจะเสร็จวันไหนสำหรับการตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ (เอสซีไออี) เพื่อให้คำแนะนำในการขอใบอนุญาตต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น รง.4 ,การขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ,การขอประทานบัตรต่าง ๆ การออกใบอนุญาตต่างๆของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นต้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โปร่งใส และให้ทุกหน่วยงานจัดทำคู่มือการอนุญาตและกำหนดเงื่อนไข เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการผ่านไปอย่างรวดเร็ว“แม้ว่าการขอใบอนุญาตต่างๆจะเร็วขึ้น แต่กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการปล่อยมลพิษต่าง ๆ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามมาตารฐานที่เข้มงวดของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงงานได้อย่างไม่มีปัญหา”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งลดขั้นตอนขอใบรง.4 ช่วยเสริมธุรกิจ -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ปิด11.89 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 มิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาด จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มสื่อสารในระยะสั้น และทยอยปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน จากแรงซื้อของกลุ่มธนาคารและกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับสูง รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของในหลายประเทศส่งผลเชิงบวกกับตลาดหุ้นทั่วโลก และยังไร้ปัจจัยลบมากดดันตลาดมากนัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,469.48 จุด และลดลงต่ำสุด 1,450.95 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,469.19 จุด เพิ่มขึ้น 11.89 จุด หรือ 0.82 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 64,973.17 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทรู ปิดที่ 8.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท2.เอไอเอส ปิดที่ 232.00 บาท ลดลง 7.00 บาท3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 170.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 195.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท5.อินทัช ปิดที่ 75.25บาท ลดลง 2.00บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ปิด11.89 จุด