เดือน: มิถุนายน 2014

  • ช่องเอเอสทีวี ขอปรับตัวงดพิพากษ์ วิจารณ์การเมือง

    ช่องเอเอสทีวี ขอปรับตัวงดพิพากษ์ วิจารณ์การเมือง

    วันที่ 10มิ.ย.ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่าช่องเอเอสทีวี ที่ถูกระงับออกอากาศตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้เข้ามายื่นหนังสือปรับผังรายการใหม่โดยงดเว้นการวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและเน้นการนำเสนอรายงานข่าว การเล่า วิเคราะห์ข่าวต่างประเทศเน้นรายการสุขภาพและสังคมรวมถึงยื่นขอเป็นทีวีแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี)จากเดิมที่เป็นทีวีระบบดาวเทียม โดยจากนี้จะทำบันทึกช่องเอเอสทีวีและช่องบลูสกายที่ได้ยื่นผังรายการปรับตัวเมื่อวานนี้ (9 มิ.ย.) ให้สำนักงานกสทช.พิจารณาเสนอเข้าที่ประชุมกสท.แต่ทั้งนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณอนุญาตออกอากาศจากคสช.เช่นเดิมทั้งนี้ กสทช.ได้ส่งเรื่องการพิจารณาการปรับผังรายการของช่องวอยซ์ทีวี และช่อง ทีนิวส์ ให้แก่ คสช. พิจารณาเพื่อออกประกาศว่าจะสามารถนำกลับมาออกอากาศได้หรือไม่ทั้งนี้หากได้รับอนุญาตแล้วห้ามกระทำผิดตามประกาศคสช. และกสทช. ซึ่งหากกระทำผิดต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันทีโดยไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ส่วนวันพรุ่งนี้(11 มิ.ย.)ได้เชิญผู้ประกอบการดาวเทียมเคเบิลทีวี จำนวน 100 ช่อง ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เข้ามาชี้แจ้งสถานะของตัวเอง โดยให้เตรียมเทปออกอากาศย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. เป็นต้นมา เอกสารหลักฐานการยืนยันการโฆษณาหรือเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องตามกฎหมายส่วนช่องรายการใดที่ไม่ได้การโฆษณาผิดกฎหมายใด เป็นแต่เพียงช่องหนัง หรือช่องเพลงก็ขอให้ร้องเรียนได้เพื่อขอคืนสิทธิ์ออกอากาศ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลที่เข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจาณาเพื่อส่งต่อให้ที่ประชุมกสท.ต่อไปด้านนายประเมนทร์ภักดิ์วาปี ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ เอเอสทีวี กล่าวว่า เอเอสทีวีได้ยื่นเอกสารปรับเนื้อหา และผังรายการใหม่ต่อคสช.และกสทช.เพื่อให้พิจารณา โดยเอเอสทีวียินยอมที่จะปรับตัวไม่มีการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารที่ขัดต่อประกาศ คสช.เฉกเช่นเดียวกับช่องวอยซ์ ทีวี และช่องทีนิวส์ซึ่งยอมรับว่าหลังจากที่ถูกระงับออกอากาศเสียรายได้จากการขายโฆษณา และสินค้าไปมาก ในขณะเดียวกันยังได้ยื่นขอช่องรายการเพย์ทีวีใหม่โดยเน้นไปทางเศรษฐกิจอีกช่องทางหนึ่งเนื่องจากมีพนักงานจำนวนกว่า 400 คน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ช่องเอเอสทีวี ขอปรับตัวงดพิพากษ์ วิจารณ์การเมือง

  • “เบ็นคิว” ออกจอมอนิเตอร์ใหม่ชูเทคโนโลยีถนอมสายตา

    “เบ็นคิว” ออกจอมอนิเตอร์ใหม่ชูเทคโนโลยีถนอมสายตา

    วันนี้(10 มิ.ย.) นายพันธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว(ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวจอมอนิเตอร์ใหม่ เบ็นคิว อาย แคร์มอนิเตอร์ ซึ่งเป็นจอแอลซีดี ที่มีเทคโนโลยีโลว์ บูล ไลท์ และฟิงค์เกอร์ ฟรี เทคโนโลยี มีคุณสมบัติลดแสงสีฟ้าช่วยถนอมสายตาให้กับผู้ใช้งานลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรค Computer Vision Syndrome สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานและกลุ่มเกมเมอร์ ที่ชอบเล่นเกม“ผลิตภัณฑ์ของเบ็นคิวที่จะออกมาใหม่ๆจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าและเป็นผลดีต่อผู้บริโภค โดยจอมอนิเตอร์ที่เปิดตัวใหม่มี จอมอร์นิเตอร์เกมรุ่น RL2240HE และ XL2420Z และจอสำหรับการใช้งานทั่วไป เพื่อความบันเทิงรุ่นEW2440L ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทุกประเภท”นายพันธกร กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายจอมอนิเตอร์ไว้ที่ 1 แสนเครื่องในปีนี้ โดย 50% หรือประมาณ 5 หมื่นเครื่องจะเป็นจอเบ็นคิว อาย แคร์ มอนิเตอร์ จากตลาดรวมจอมอนิเตอร์ในปีนี้ที่คาดว่าจะมีจำนวน1.6 ล้านเครื่อง โดยจะทำตลาดโดยการสร้างประสบการณ์จริงให้กับผู้ใช้งาน การร่วมงานแสดงสินค้า และโฆษณาผ่านโซเซียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงการร่วมมือกับร้านค้าคอมพิวเตอร์แบบประกอบหรือดีไอวายเพื่อทำตลาดร่วมกันด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เบ็นคิว” ออกจอมอนิเตอร์ใหม่ชูเทคโนโลยีถนอมสายตา

  • ลุ้นคำตัดสินคดีถ่ายทอดบอลโลกพรุ่งนี้

    ลุ้นคำตัดสินคดีถ่ายทอดบอลโลกพรุ่งนี้

    วันนี้ (10 มิ.ย.) เวลา 13.00น.ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาคดีครั้งแรกระหว่าง บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคลาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์จำกัด หรือ อาร์เอส (ผู้ฟ้องคดี) กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  ที่ 1 กับพวกรวม 12 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี)  โดยอาร์เอสฟ้อง ขอให้ยกเลิกประกาศกสทช.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปและมิให้นำประกาศดังกล่าวมาใช้กับการเผยแพร่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31มี.ค.2557ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศของกสทช.เฉพาะในส่วนที่มีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลโดยชอบก่อนมีการออกอากาศดังกรณีของผู้ฟ้องคดีนั้นทั้งนี้โดยให้มีการเพิกถอนมีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจัาหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ อาร์เอส และ พ.อ.นทีสุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.)ให้ถ้อยคำด้วยวาจาต่อศาลปกครองสูงสุด  นายวิบูลย์  กัมมาระบุตร ตุลาการผู้แถลงคดี ให้ความเห็นต่อศาลปกครองสูงสุด ว่า ควรกลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นที่ระบุว่า การถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีจะเป็นการละเมิดพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นอกจากนี้ อาร์เอสต้องถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก2014 ผ่านฟรีทีวี เนื่องจากฟุตบอลโลกเป็นรายการกีฬาตามประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป(มัสต์แฮฟ) และการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างต่อสาธารณชน ที่เคยได้รับชมฟุตบอลโลกฟรีมาโดยตลอด การที่อาร์เอสระบุว่าการออกอากาศผ่านฟรีทีวีเป็นการถูกจำกัดสิทธิและทำให้ไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น  ขณะเดียวกันจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเสียค่าเช่าเวลาสถานีฟรีทีวีเพื่อถ่ายทอดสดแต่อาร์เอสไม่ได้แสดงหลักฐานว่า ขาดทุน หรือ กำไรลดลง หรือได้รับผลกระทบทำให้ธุรกิจเสียหายเป็นมูลค่าเท่าใด ดังนั้น จึงเห็นว่าอาร์เอสยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐที่ออกประกาศมัสต์แฮฟ หรือขอให้ชดเชย ด้วยการออกกฎให้เป็นประโยชน์กับอาร์เอสในภายหลังได้จากการที่ต้องนำฟุตบอลโลกมาเผยแพร่ผ่านทีวี ดังนั้น ถือว่าว่าประโยชน์ของสาธารณะชนสำคัญกว่าประโยชน์ของเอกชนอย่างอาร์เอสแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ จึงมีความเห็นกลับคำพิพากษาศาลปกครองกลางชั้นต้นแต่ก็ยังไม่ใช่คำพิพากษา  และนัดอีกครั้งในวันที่11 มิ.ย.57 เวลา 13.00 น. พ.อ.นที สุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าได้ชี้แจงถึงเหตุผลของประกาศที่ออกไปโดยเน้นในเรื่องของประโยชน์ของสาธารณะในการรับชมข้อมูลข่าวสารสำหรับในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการรับมือการเยียวยาเรียกค่าเสียหายหากศาลปกครองสูงสุดพิจารณาให้กสทช.เป็นผู้ชนะนั้นคงตอบตอนนี้ยังไม่ได้ต้องรอให้ศาลปกครองสูงสุดตัดสินอีกครั้งในวันที่ 11 มิ.ย.57 นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจัาหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาร์เอส กล่าวว่า ต้องรอคำพิพากษาสุดท้ายวันที่ 11 มิ.ย.แต่อาร์เอสยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่ขัดต่อกฎสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)ซึ่งอนุมัติให้ถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีเพียง 22 คู่เท่านั้นและอาจต้องปล่อยให้จอดำทั้งหมด หากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาต่างจากศาลปกครองชั้นต้น สำหรับความคืบหน้าในการเซ็นสัญญากับทรูวิชั่นนั้นขณะนี้อาร์เอสได้อนุญาตให้ทรูวิชั่นถ่ายทอดผ่านช่องบริการทั้ง 64 แมทช์  โดยอาร์เอสจะเป็นผู้ควบคุมคุณภาพทั้งหมด  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นคำตัดสินคดีถ่ายทอดบอลโลกพรุ่งนี้